ตอนที่ 11 การเผชิญหน้า
เช้าวันรุ่งขึ้นเนี่ยหานจางพาลูกเมียนั่งเข้าเมืองเพื่อนำสมุนไพรที่ ลูกสาวหามาได้ไปขาย เมื่อทั้งห้าคนพ่อแม่ลูกเดินมาถึงจุดขึ้นเกวียนรับจ้างของหมู่บ้านบนเกวียนมีนางจางและลูกสาวนั่งอยู่ก่อนแล้ว
เมื่อนางจางเห็นเยี่ยหานจางพาลูกเมียเดินตรงมาที่เกวียน นางมองทั้งครอบครัวด้วยสายตาดูถูกและเหยียดหยาม ส่วนลูกสาวของนางมองเยว่ซินไม่วางตา สายตานั้นบ่งบอกถึงความเกลียดชังและความอิจฉาริษยา
“จิ๊ จิ๊ ข้าก็นึกว่าใคร ที่แท้อดีตน้องสามีนี่เอง หวังว่าพวกเจ้าคงจะสบายดีนะ นั่นลูกสาวของเจ้าหายดีแล้วหรือ ข้าได้ยินข่าวว่าเสียใจจนต้องกระโดดเขาตายเลยหรือ แต่ก็ช่วยไม่ได้นะในเมื่อฝั่งโน้นเลือกลูกสาวของข้า ส่วนพวกเจ้าก็ทำใจเสียเถอะ”
เยี่ยหานจางและภรรยาเมื่อได้ยินวาจาร้ายกาจออกจากปากนางจาง ก็หันไปมองหน้าบุตรสาวของตัวเองทันที แต่คนทั้งคู่กลับมองเห็นแค่ลูกสาวทำหน้านิ่งเฉยไม่แสดงอาการอะไรออกมาสองสามีภรรยาถอนหายใจอย่าง โล่งอก
นางจางเมื่อเห็นสองสามีภรรยาไม่เอ่ยอะไรออกมายิ่งทำให้นางได้ใจ ถึงแม้ว่าการที่นางแย่งชิงคู่หมั้นของเยว่ซินมาให้ลูกสาวตัวเองนั้นสามีของนางอย่างเยี่ยหยวนเทาจะไม่เห็นดีเห็นงามด้วย แต่เขาไม่สามารถขัดใจนางจางได้จึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลยไป
เยว่ซินยืนมองนางจางและลูกสาวด้วยสายตาเย็นชานางไม่ได้รู้สึกดีกับคนพวกนี้แม้แต่น้อย แต่นางยังไม่อยากจะเสียเวลามีเรื่องกับสองแม่ลูกมหาภัยในตอนนี้จึงได้เอ่ยบอกบิดาและมารดาของนางให้พาน้อง ๆ ขึ้นไปนั่งบนเกวียน
“ท่านแม่ ท่านพ่อ ขึ้นเกวียนเถอะเจ้าค่ะ อย่ามาเสียเวลากับเรื่อง ไร้สาระเลยนะเจ้าคะ”
ส่วนทางด้านเยี่ยเหมยเหลียนที่เห็นเยว่ซินไม่สนใจคำพูดของนางและผู้เป็นแม่ นางจึงได้แต่มองไปที่เยว่ซินด้วยสายตาเกลียดชัง ถึงยังไงตอนนี้นางก็ได้กัวมู่มาเป็นของตัวเองแล้ว สำหรับเยว่ซินนังยาจกนั่นนับว่าเป็นอะไรได้จะมาเทียบกับนางได้อย่างไร
ก่อนที่เยว่ซินจะขึ้นไปนั่งบนเกวียน นางหันไปมองสองแม่ลูกที่ยังยืนหน้าดำหน้าแดงอยู่ตรงนั้น ทำให้เยว่ซินรู้สึกเบื่อหน่ายมากที่มาเจอคนเช่นสองแม่ลูกนี้แต่ก็ช่างเถอะถึงยังไงขากลับพวกเขาคงไม่ต้องทนนั่งร่วมเกวียนกับสองคนนี้อีก
หลังจากที่ชาวบ้านที่มารอเกวียนรับจ้างของลุงเฉินขึ้นนั่งบนเกวียนเรียบร้อยแล้ว ลุงเฉินก็ขึ้นนั่งประจำที่คนขับเกวียนทันทีเมื่อเห็นว่าสองแม่ลูกยังคงยืนมองอยู่แต่ไม่ยอมขึ้นเกวียนเสียที ลุงเฉินมองทั้งสองคนด้วยความ ไม่ชอบใจและไม่พอใจเป็นอย่างมาก
“นางจางเจ้าจะไปหรือไม่ไป ถ้าจะไปก็ขึ้นมาข้าจะออกเกวียนแล้ว มันเสียเวลาคนอื่น หากเจ้าไม่ไปข้าจะได้ไปเสียที”
“ไปสิข้าไป ช้านิดช้าหน่อยไม่ได้เชียวหรือ”
เมื่อนางจางและลูกสาวขึ้นมานั่งแล้วเกวียนรับจ้างก็ออกเดินทาง เข้าเมืองทันที บนเกวียนมีชาวบ้านที่เข้ามาทักทายพูดคุยกับครอบครัวเยี่ยเป็นปกติ ยิ่งเห็นชาวบ้านเข้าไปทักทายเยี่ยหานจางและครอบครัวยิ่งทำให้นางจางรู้สึกเกลียดชังบ้านเยี่ยสายรองนี้อีกเท่าตัว
พวกมันกล้าดียังไงมาเมินเฉยต่อนาง แล้วชาวบ้านพวกนั้นก็เป็นพวกโง่เง่าแทนที่จะมาประจบสอพลอนางที่มีฐานะร่ำรวยกว่ามีที่ดินให้เช่ามากมายแต่กลับไม่มีใครเห็นหัวนางเลยสักคน คอยดูเอาเถอะถึงเวลาเก็บค่าเช่าที่นาเมื่อไหร่อย่าหาว่านางใจร้ายก็แล้วกัน
แต่นางจางคงจะลืมไปว่าชาวบ้านที่นั่งเกวียนเข้าเมืองครั้งนี้ไม่มีใครเช่าที่ดินของนางทำนาสักคน ยิ่งเห็นชาวบ้านคุยกันสนุกสนานแต่ไม่มีใครสนใจนางยิ่งทำให้นางจางเดือดดาลเป็นที่สุด แต่นางไม่สามารถจะทำอะไรได้ในตอนนี้จึงได้แต่กดข่มความโกรธแค้นเอาไว้ภายในใจ
“หานจางวันนี้พวกเจ้าเข้าเมืองกันหมดบ้านเลยหรือ”
“ขอรับป้าเหวิน พอดีข้าจะเอาสมุนไพรที่ลูก ๆ ช่วยกันเก็บมาได้ เอาไปขายขอรับ”
“ดีแล้ว ลูก ๆ ของเจ้าล้วนเป็นเด็กดีและกตัญญู ซินเอ๋อร์เจ้าหายดีแล้วหรือ”
“ข้าหายดีแล้วเจ้าค่ะท่านป้าเหวิน”
“หายดีก็ดีแล้ว ต่อไปเจ้าอย่าเที่ยวไปปีนป่ายต้นไม้อีก เป็นหญิงมันไม่งาม”
“เจ้าค่ะท่านป้า ข้าจะจำเอาไว้เจ้าค่ะ”
“เหอะ เรียกร้องความสนใจ ทำมาเป็นอ่อนแอ แค่จะเรียกร้อง ความสนใจจากท่านพี่กัวมู่เท่านั้นแหละ” เยี่ยเหมยเหลียน
“นี่ เหมยเหลียน ถึงเจ้าจะใช้วิธีต่ำช้าจนสามารถแย่งเอาคู่หมั้นของคนอื่นไปได้แบบหน้าด้าน ๆ แต่ข้าหาใช่คนเช่นเจ้าไม่ จำเป็นด้วยหรือที่ข้าจะต้องไปเรียกร้องความสนใจจากผู้ชายชั่วช้าเช่นนั้น หากว่ากัวมู่ดีจริงเขาคงไม่ทรยศข้าแล้วไปทำเรื่องเสื่อมเสียกับเจ้าหรอก ข้าเองก็หาได้เสียใจ ข้าออกจะดีใจด้วยซ้ำในที่สุดหญิงชั่วชายโฉดก็จะได้อยู่ด้วยกัน เจ้าอย่าคิดว่าการที่เจ้าทำชั่วแล้วคนอื่นจะต้องชั่วเหมือนที่ตัวเจ้าทำ ต่อไปนี้ข้าและเจ้าต่างคนต่างอยู่หากกล้ามายุ่งกับข้าอย่าหาว่าข้าไม่เตือน”
“กรี๊ด ๆ นี่นังเยว่ซิน กล้าดียังไงมาพูดจากับข้าเช่นนี้ เจ้าเป็นใคร แล้วข้าเป็นใคร ไม่ดูสารรูปขอทานเช่นพวกเจ้ากล้ามาปากดีกับข้าหรือ ข้ากับท่านพี่กัวมู่รักกันและท่านพี่กัวมู่ไม่ได้มีใจให้กับเจ้าอย่ามาหาความข้า”
“ใครจะรักกับใครข้าหาได้ใส่ใจและไม่อยากใส่ใจเรื่องของพวกเจ้า แต่อย่ามาระรานครอบครัวข้า เรื่องเป็นอย่างไร ในใจเจ้ารู้ดีที่สุด ใช่หรือไม่อดีตท่านป้า”
“ปากดีนักนะ สมควรแล้วที่ไม่มีผู้ใดมาสู่ขอ ช่างเสี้ยมสอนลูกได้ดีจริง ๆ”
“ข้าเองก็คงเสี้ยมสอนลูกให้ทำในสิ่งที่ดี ๆ เท่านั้นแหละเจ้าค่ะ คงไม่เก่งสู้ท่านที่เสี้ยมสอนให้ลูกทำในสิ่งที่เลวทรามเพียงนั้นได้ อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมาพวกท่านรังแกลูก ๆ ของข้าอย่างไรบ้างในเมื่อแยกบ้านกันแล้วท่านต้องการอะไรจากพวกข้าอีกเจ้าคะ” นางหลิวพูดออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจ
“ท่านป้า ท่านน้าและทุก ๆ คนในที่นี้เป็นพยานให้กับข้าและครอบครัวด้วยนะเจ้าคะ ข้าเยี่ยเยว่ซินไม่ได้มีใจรักใครในตัวกัวมู่และข้าดีใจมากที่สามารถถอนหมั้นได้ ส่วนท่านหากข้าได้ยินท่านให้ร้ายท่านพ่อท่านแม่ข้าอีก อย่าหาว่าข้าไม่ไว้หน้า และข้าไม่ใช่เยว่ซินคนเก่าอีกต่อไปแล้ว เยว่ซิน คนนั้นตายไปตั้งแต่ท่านผลักข้าหัวกระแทกเล้าไก่ตั้งแต่ 5 ปีที่แล้วแล้ว ข้าอดทนมาหลายปีท่านยังไม่เลิกราอีกหรือ”
หลังจากที่ชาวบ้านได้ยินเยว่ซินพูดออกมาก็เกิดเสียงซุบซิบนินทา จนนางจางแทบจะทนไม่ไหวนางอยากเข้าไปฉีกปากนังเด็กสมควรตายคนนี้ทำไมตอนนั้นมันไม่ตาย ๆ ไปเสีย
ยังไม่ทันที่นางจางจะได้ตอบโต้อันใดเกวียนก็วิ่งมาถึงหน้าประตูเมืองอันเป็นจุดที่เกวียนจะต้องจอดให้ทุกคนลง เมื่อทุกคนลงหมดและจ่ายค่าเกวียนเรียบร้อยแล้ว เยี่ยหานจางก็พาลูกเมียตรงไปที่ร้านขายสมุนไพรทันที
“ท่านแม่ ท่านพาน้อง ๆ ไปนั่งรอที่ร้านบะหมี่ก่อนนะเจ้าคะ ข้าจะไปกับท่านพ่อเองหากน้อง ๆ หิวท่านแม่ก็สั่งอาหารและพาน้อง ๆ กินไปก่อน ข้ากับท่านพ่อจะรีบกลับมา”
“ได้ แม่เชื่อเจ้า เจ้าไปกับพ่อเจ้าเถอะไม่ต้องห่วงแม่หรอกนะ”
สองคนพ่อลูกเดินออกไปแล้ว สามแม่ลูกที่เหลือจึงพากันเดินมุ่งหน้าไปที่ร้านบะหมี่ทันที น้องชายทั้งสองของเยว่ซินพูดคุยหยอกล้อกันไปตลอดทาง นางหลิวได้แต่มองลูกชายทั้งสองด้วยความรักนางอดจะดีใจไม่ได้ที่ ลูกสาวของนางเข้มแข็งขึ้นอีกทั้งนางไม่ได้กลัวนางจางเหมือนเช่นที่เป็นมา ในอดีต
จากวันนี้ที่นางเห็นลูกสาวของนางกล้าตอบโต้นางจางและลูกสาว ผู้หญิงร้ายกาจเช่นนางจางที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อสนองความต้องการของตัวเอง นางเองก็ไม่อยากจะไปข้องแวะด้วย แยกบ้านออกมาได้ก็นับว่าดีแล้ว ต่อให้ครอบครัวลำบากยากจนเพียงใดยังดีกว่าอยู่ให้นางจางกดขี่ข่มเหง
หานจางพาลูกสาวมาที่ร้านยาถังซานและได้พบเข้ากับหมอหยุนที่ทางเข้าร้านพอดี หานจางและเยว่ซินจึงได้หยุดทักทายและเดินเข้าไปในร้านพร้อมกัน
“คารวะท่านหมอหยุนขอรับ”
“คารวะท่านหมอหยุนเจ้าค่ะ”
“ตามสบายเถอะไม่ต้องมากพิธี แม่หนูเยว่ซินหายดีแล้วหรือ”
“หายดีแล้วเจ้าค่ะ ขอบคุณท่านหมอที่ช่วยรักษาข้านะเจ้าคะ”
“เป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้ว แล้ววันนี้พวกเจ้าพ่อลูกมาขายสมุนไพรหรือ”
“ขอรับท่านหมอ”
“อืม ข้าขอตัวไปตรวจคนไข้ก่อน พวกเจ้าเองก็เข้าไปด้านในเถอะ”
หลงจู๊ที่เดินออกมาจากข้างในพอดี ก็เห็นเยี่ยหานจางแบกตะกร้าเอาไว้ เขารีบเดินมาทักทายทันที ไม่แน่ว่าวันนี้อาจจะมีสมุนไพรดี ๆ มาขายให้เขาก็เป็นได้
“คารวะหลงจู๊ขอรับ”
“คารวะหลงจู๊เจ้าค่ะ”
“ตามสบายเถอะ วันนี้เจ้ามาขายสมุนไพรหรือ ตามข้ามาทางด้านนี้เลยข้าจะช่วยดูและคิดเงินให้”
“ขอบพระคุณหลงจู๊ขอรับ”
“ไหนเจ้ามีสมุนไพรอะไรบ้างเอาออกมาให้ข้าดูหน่อย”
“เป็นสิ่งนี้ขอรับ” เยี่ยหานจางหยิบเอาตังกุยออกมาจากตะกร้า 2 หัว ยื่นให้หลงจู๊ดู
“นี่มัน นี่มัน.. เจ้ามีมากน้อยเท่าไหร่ ข้ารับหมดเลย”
“ข้ามีเท่านี้ขอรับ ข้าและลูกสาวพบเจอมันโดยบังเอิญตอนที่เข้าไปหาของป่าได้มาเพียงเท่านี้ขอรับ”
“ตังกุยที่เจ้าเก็บมานี้สภาพสมบูรณ์ดีมาก แต่ข้าคงให้ราคาต่ำกว่าราคาตังกุยตากแห้งพวกเจ้าคงไม่ว่าอันใดใช่หรือไม่”
“ไม่ขอรับ”
“ตังกุยนี้ข้าให้พวกเจ้าราคาจินละ 10 ตำลึงเงิน พวกเจ้าพอใจหรือไม่”
“พอใจขอรับ”
“เจ้ารอสักครู่ข้าจะให้คนนำไปชั่ง เสี่ยวถงเจ้าเข้ามาหน่อย”
สิ้นเสียงหลงจู๊เสี่ยวถงก็เข้ามาและรับตะกร้าออกไปชั่งตามคำสั่งหลงจู๊ ระหว่างรอเสี่ยงถงอยู่ หลงจู๊สังเกตเห็นว่าเยว่ซินนั้นสนใจสมุนไพรมากจากที่สายตานางจะมองไปรอบ ๆ ร้านและมองอย่างสนใจใคร่รู้ทำให้หลงจู๊ อดจะเอ็นดูนางไม่ได้
“นี่แม่หนูน้อยเจ้าชอบสมุนไพรเช่นนั้นหรือ”
“เจ้าค่ะหลงจู๊ เพราะบ้านข้าต้องอาศัยป่าเลี้ยงชีพข้าจำเป็นต้องศึกษาเกี่ยวกับสมุนไพรเอาไว้เจ้าค่ะ”
“นับว่าเจ้าเป็นเด็กดีจริง ๆ พ่อแม่เจ้าโชคดีที่มีลูกสาวเช่นเจ้านะ เอานี่ข้าให้ถือว่าเป็นของตอบแทนที่พวกเจ้าพ่อลูกนำสมุนไพรดี ๆ มาขายให้ร้านยาถังซานของเรา”
“ขอบพระคุณหลงจู๊สำหรับตำราสมุนไพรเจ้าค่ะ ข้าจะดูแลรักษาอย่างดีหากข้ามีสมุนไพรดี ๆ อีกข้าจะนำมาขายให้ท่านอีกเจ้าค่ะ”
“ดี ดี ข้าจะรอนะ”
“ขอบคุณหลงจู๊มากขอรับ”
เสี่ยวถงที่นำตังกุยไปชั่งและนำตะกร้ามาคืนให้สองพ่อลูก แจ้งน้ำหนักกับหลงจู๊แล้วเขาจึงได้กลับไปทำงานของตัวเอง
“ทั้งหมด 10 จินขอรับ”
“ขอบใจเจ้าไปทำงานต่อเถอะ”
“ตังกุยทั้งหมด 10 จิน จินละ 10 ตำลึง เป็นเงินทั้งหมด 100 เหรียญเงินหรือ 1 เหรียญทอง นี่เงินของเจ้า”
“ขอบพระคุณมากขอรับ เช่นนั้นข้ากับลูกขอตัวก่อน”
“อย่าลืมล่ะ หากมีสมุนไพรอย่าลืมมาหาข้าก่อน ข้าย่อมไม่เอาเปรียบพวกเจ้า”
“ขอรับ”
