ตอนที่ 4 คุณชายรูปงาม
ตอนที่ 4 คุณชายรูปงาม
ฝั่งด้านจื้อเหยา
ในห้องเต็มไปด้วยสาวใช้มาคอยดูแล อาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวถูขัดกายให้นาง นางนั่งมองคันฉ่อง ใบหน้าของนางแม้ไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงแต่ก็เกิดรอบแดงจากน้ำชาร้อน ๆ เช่นเดียวกัน นางใช้มือลูบใบหน้าดวงตาร้อนผ่าวเจ็บแค้นในอก
"กล้าดีเช่นไรมาทำลายใบหน้างดงามของข้าหรือคิดจะทำให้ใบหน้าของข้าเกิดความเสียหาย นางเป็นอะไรกันแน่จู่ ๆ ถึงได้มีแววตาและนิสัยเปลี่ยนไปเช่นนี้ " จื้อเหยาเอ่ยออกมาแผ่วเบา สาวรับใช้ประจำกายที่อยู่ใกล้ ๆ ได้เอ่ยแทรกขึ้นมา
"ข้าได้ยินมาว่าเมื่อเช้าตรู่ของวันนี้มีบ่าวในจวนเห็นสตรีท่าทางคล้าย ๆ ฮูหยินเดินไปที่บึงบัวหลังจวนเจ้าค่ะ " จื้อเหยาเริ่มครุ่นคิด นี่สินะที่นางเดินเข้ามาในพิธีด้วยสภาพเปียกน้ำเช่นนั้นหรือว่าฮูหยินตั้งใจไปปลิดชีพตนเอง หลังจากที่นางไปเยือนที่ห้องของฮูหยินเมื่อคืนก่อน
"ข้าพอคิดได้แล้วล่ะ นางคงคิดจะปลิดชีพตนเองหลังจากที่ข้าไปหา และบอกนางว่าทุกสิ่งทุกอย่างข้าจะดูแลเป็นอย่างดี แต่ทำไมนางถึงได้หวนกลับมาหากนางตั้งใจจะปลิดชีพ ? แถมนิสัยของนางเปลี่ยนไปราวกับคนละคน"
"มิใช่ว่าฮูหยินจะแก้แค้นหรือเจ้าคะ นางแค้นมากจนมีนิสัยที่เปลี่ยนไป "
ซูหนานเอ่ยขึ้นพรางทำท่าทีครุ่นคิด ยามนี้คิ้วของจื้อเหยาขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย ก่อนจะกระตุกยิ้มขึ้นมา
"ต่อให้นางคิดจะแก้แค้นข้าก็ไม่มีทางทำได้ สตรีเช่นนางอ่อนแอมีใจเมตตาขนาดมดนางยังไม่กล้าเหยียบด้วยซ้ำ นางจะทำอันใดข้าได้ ตอนนี้คงถูกท่านแม่ทัพดุด่าสั่งสอน " จื้อเหยาลุกขึ้นจากอ่างน้ำ สาวใช้รีบพากันหยิบผ้ามาห่มกายให้นางและพานางไปสวมอาภรณ์
รุ่งเช้าวันต่อมา
ซูซินกินอาหารเช้าอย่างเอร็ดอร่อย นางไม่คิดเลยว่าอาหารของยุคโบราณจะอร่อยขนาดนี้แถมยังไม่มีเครื่องปรุงมากเท่ายุคที่นางเคยอาศัยอยู่แต่อร่อยกว่ามาก
“ข้าดีใจจริง ๆ เจ้าค่ะที่เห็นฮูหยินกินอาหารได้ดีเช่นนี้” ดวงตาของจิ่นอี๋คลอด้วยหยาดน้ำตาปลื้มปริ่ม
“ต่อจากนี้ข้าบอกเจ้าไปแล้วมิใช่หรือว่าข้าจะรักตนเองมากกว่าผู้อื่น วันนี้ข้าจะไปผลาญเงินที่ตลาดเจ้าเองก็กินอาหารเยอะ ๆ จะได้มีแรงเพราะข้าจะใช้งานเจ้าทั้งวัน”
“เจ้าค่ะ”
หลังจากกินข้าวเสร็จเกี้ยวจวนท่านแม่ทัพเดินทางออกไปที่ตลาดมีบ่าวรับใช้หลายนายไปดูแลและคอยปกป้อง หากเป็นเมื่อก่อนคงไม่มีผู้ใดอยากจะรับใช้และไม่เห็นฮูหนยินอยู่ในสายตา ตอนนี้อวี๋ซูซินเริ่มใช้อำนาจฮูหยินใหญ่สั่งการ จากเรื่องเมื่อวานในจวนก็พากันพูดหนาหูเรื่องนิสัยและท่าทางที่เปลี่ยนไปของฮูหยิน สาวใช้สองนางที่ได้เจอกับตัวก็เล่าให้ทุกคนฟังเช่นเดียวกัน ยามนี้ทุกคนในจวนเริ่มหวาดกลัวฮูหยินมากกว่าเมื่อก่อน
อวี๋ซูซินเห็นเงินตนเองในหีบสมบัติและสินเดิมไม่ใช่น้อย ๆ และเงินที่จวนแม่ทัพต้องให้นางในแต่ละเดือน วันนี้นางจะผลาญและเปลี่ยนของใช้ใหม่ทุกอย่างตั้งแต่หัวจรดเท้า ร้านแรกที่เลือกเข้าคือร้านผ้าไหม นางชี้นิ้วเลือกผ้าที่มีสีสันฉูดฉาดมากมายและต้องเป็นเนื้อผ้าดี ๆ เท่านั้น สั่งวัดและตัดเย็บ เข้าร้านแล้วร้านเล่าจนจิ่นอี๋เหนื่อยหอบ โชคดีที่มีบ่าวรับใช้มากด้วยหลายคน อาภรณ์ที่เป็นชุดสามารถเอาไปไว้ที่เกี้ยวก่อน ส่วนที่สั่งตัดทางร้านจะไปส่งถึงจวน อวี๋ซูซินเลือกเครื่องประดับ ปิ่นปักผม เครื่องประทินโฉม เมื่อเช้านางจ้องมองใบหน้าของฮูหยินในคันฉ่องใบหน้าเกลี้ยงเกลางดงามเพียงแต่นางไม่ชอบแต่งหน้าทำให้ใบหน้าดูไร้ชีวิตชีวา ต่อจากนี้นางจะเปลี่ยนแปลงให้เป็นฮูหยินที่ดูทันสมัยและงดงามที่สุดในแคว้นนี้ จนมาถึงร้านรองเท้า อวี๋ซูซินเลือกรองเท้าอย่างมากมายและเจอรองเท้าที่งดงามสะดุดตา นางคลี่ยิ้มเต็มดวงหน้าเลือกเอามาสวมใส่ มันช่างเหมาะกับนางเหลือเกิน
“จิ่นอี๋เจ้าว่าเหมาะกับข้าหรือไม่” นางกล่าวพลางหมุนตัวให้จิ่นอี๋ดูขณะนั้นเองมีรถม้ากำลังพุ่งตรงมาทางนี้ด้วยความเร็วเพราะจู่ ๆ ม้าเกิดบังคับไปไม่ได้สารถีตะโกนเสียงดังตลาด ตอนนั้นเองอวี๋ซูซินคิดว่าตัวเองต้องถูกรถม้าพุ่งชนแน่ ๆ นางไม่มีทางจะหลบหนีได้ทันเลย
“กรี๊ด!! ฮูหยินระวังเจ้าค่ะ” จิ่นอี๋ร้องเสียงหลง อวี๋ซูซินหลับตารอรับความเจ็บปวดทว่าเมื่อยามนั้นร่างกายของนางโบยบินขึ้นบนท้องฟ้าไม่มีความเจ็บปวดใด ๆ หรือว่าครั้งนี้นางจะตายอีกครั้ง แต่เสียงหัวใจนี้เต้นแรงระรัวได้ยินชัดเจน
ตึก ตึก ตึก
“แม่นางท่านได้รับบาดเจ็บตรงใดหรือไม่ขอรับ?” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอวี๋ซูซินยกเปลือกตาขึ้นอย่างช้า ๆ ดวงตาลุ่มลึก ใบหน้าคม คิ้วกระบี่ ท่าทางสุขุมราวกับบัณฑิต ดวงหน้าเกลี้ยงเกลา คิ้วตาสะท้อนความอบอุ่น เขาพานางกระโดดขึ้นมาด้านบนของโรงเตี๊ยมที่อยู่ใกล้ ๆ ร้านรองเท้า ก่อนจะพานางกระโดดลงมาเพื่อมาส่งนางที่เดิม อวี๋ซูซินใจเต้นแรงตึกตัก ก่อนจะผละออกจากอ้อมแขนแกร่งของเขา สองมือประสานกันค้อมตัวลงเล็กน้อยกล่าวขอบคุณผู้มีพระคุณในครั้งนี้
“ข้าขอบคุณคุณชายที่ช่วยเหลือข้า ทำให้ข้าไม่ได้รับบาดเจ็บในส่วนใด ท่านอยากให้ข้าตอบแทนหรือไม่เจ้าคะ”
“ข้าช่วยแม่นางไม่หวังสิ่งตอบแทบในเมื่อท่านไม่ได้รับบาดเจ็บข้าก็เบาใจ ขอตัวก่อนขอรับ” เขาเอ่ยจบสองเท้าก้าวย่างไปด้านหน้าช่างสง่างามเสียจนอวี๋ซูซินมองตามตาไม่กระพริบ จิ่นอี๋รีบเข้ามาสำรวจร่างกายของฮูหยินด้วยความเป็นห่วง
“ฮูหยินได้รับบาดเจ็บหรือไม่เจ้าคะ หัวใจของข้าแทบหยุดเต้นหากไม่ได้คุณชายเมื่อครู่ช่วยไว้ท่านคงได้รับบาดเจ็บหนักน่าดู”
“นั่นสิ หากไม่ได้เขาข้าคงได้รับบาดเจ็บ จริงสิลืมถามชื่อแซ่ว่าเป็นคุณชายตระกูลใดข้าจะได้ตอบแทนที่เขาช่วยชีวิตเอาไว้”
“คุณชายตระกูลหลิว หลิวไท่หยางขอรับ เป็นบุตรชายของท่านหนานอ๋องไม่สนใจราชการปลีกตัววิเวก สุขุมเรียบเย็น น้อยนักจะเห็นเขาช่วยเหลือผู้อื่นเช่นนี้ แม้จะเป็นเช่นนี้แต่สตรีในใต้หล้าต่างต้องตาต้องใจเสนอตนเป็นฮูหยินของเขาขอรับ” เถ้าแก่ร้านรองเท้าเอ่ยขึ้นมาเพราะยืนอยู่ตรงนั้นได้ยินสิ่งที่ทั้งสองพูดคุยกันพอดี
“ขอบใจเถ้าแก่มาก รองเท้าที่ข้าเลือกไว้ข้าเอาหมดเลย จิ่นอี๋จ่ายเงินให้ข้าและให้บ่าวไปไว้ที่รถม้าข้าจะไปที่ตรงนั้นสักครู่ค่อยกลับจวน”
‘หลิวไท่หยาง ชื่อก็ไพเราะใบหน้าก็หล่อเหลาแถมสายตายังอบอุ่นดีกว่าท่านแม่ทัพที่เป็นสามีนั่นเสียอีก ทำไมถึงไม่ให้ฉันเข้าไปอยู่ในร่างของสตรีที่ยังไม่ออกเรือนนะ หากได้เคียงคู่กับคุณชายหลิวไท่หยางฉันคงไม่ต้องมาพบเจอเรื่องแบบนี้’ อวี๋ซูซินยังคงมองตามแผ่นหลังของเขาที่หายเข้าไปในกลุ่มชาวบ้านพลางชื่นชมเขาไม่หยุด
