บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 ย้ายที่อยู่

ตอนที่ 3 ย้ายที่อยู่

อีกฝั่งของจวน

หลังจากที่ให้ท่านหมอมาตรวจดูใบหน้าเขากล่าวว่าใบหน้าถูกน้ำร้อนไม่มากทำให้เกิดรอยแดงไม่ได้ร้ายแรงอะไร พิธีการก็ทำต่อไปแม้ว่าจะถูกสายตาและเสียงซุบซิบนินทาของผู้คนมากมายที่มาร่วมงาน จื้อเหยาข่มใจเอาไว้ตลอดเวลาจนถึงยามที่ส่งตัวนางกับแม่ทัพเข้าห้อง นางเริ่มออดอ้อนทำตัวอ่อนแอต่อหน้าท่านแม่ทัพทันที

“ท่านแม่ทัพข้าเจ็บแสบใบหน้าเหลือเกินเจ้าค่ะ ไม่คิดว่าฮูหยินจะใจร้ายกับข้าถึงเพียงนี้แต่ว่าเรื่องนี้ยังไม่เจ็บปวดเท่าที่ข้าทำให้ท่านแม่ทัพต้องเสียหน้าต่อหน้าผู้คนมากมายในวันนี้”

“จื้อเหยาเจ้าไม่ต้องคิดมากเรื่องเท่านี้ไม่มีทางทำให้ข้าเสียหน้าได้หรอกนะ เพียงแค่เจ้าไม่เป็นอะไรมากเพียงเท่านี้ข้าก็พึงพอใจแล้ว ไหนข้าขอดูใบหน้าของเจ้าหน่อยสิ” เสวี่ยฟงนั่งลงข้าง ๆ ใช่มือทั้งสองข้างจับใบหน้าของจื้อเหยาให้เงยขึ้นมา เขาเป่า ๆ ที่แก้มนวลของนางและเอ่ยปลอบประโลม

“ฟู่ …ข้าเป่าให้แล้วอีกไม่นานคงหายดี หากเกิดรอยแผลบนใบหน้าของเจ้าข้าไม่มีทางให้อภัยฮูหยินเด็ดขาด” จื้อเหยายิ้มบาง ๆ โน้มตัวซบอกแกร่งของเขาพร้อมโอบกอดเขาแน่น

“ขอบคุณนะเจ้าคะที่ท่านแม่ทัพเอ็นดูข้ามากขนาดนี้ ฮูหยินคงไม่พึงพอใจที่ข้าเป็นสาวใช้ที่ดูแลนางมาตลอดขึ้นมาเป็นอนุของท่านแม่ทัพ ข้าไม่คิดจะหวังตีตนเสมอนายอยู่แล้วเจ้าค่ะข้าเพียงได้เฝ้ามองท่านแม่ทัพทุกคืนวันเพียงเท่านี้ข้าก็พึงพอใจแล้ว”

“เจ้าไม่ต้องกลัวไปนะ ข้าจะไปจัดการกับฮูหยินเองต่อจากนี้นางจะไม่กล้าลงมือทำร้ายเจ้าแน่นอน เจ้าเหนื่อยมาทั้งวันแช่น้ำให้สบายใจรอข้าอยู่ที่นี่เสียก่อน ข้าจะไปจัดการสั่งสอนฮูหยินให้รู้สำนึกเอง” เสวี่ยฟงเอ่ยจบก้มลงจูบลงที่หน้าผากของจื้อเหยาอย่างนุ่มนวลแผ่วเบา ก่อนจะผละออกจากอ้อมแขนของนางเดินตรงไปหาฮูหยินที่เรือนเล็กหลังจวน จื้อเหยานั่งมองตามแผ่นหลังรอยยิ้มบนใบหน้าได้ปรากฏขึ้น

"ดูสิว่ายามนี้ท่านแม่ทัพจะหลงข้าเพียงใด อีกหน่อยข้าจะทำให้นางหย่ากับแม่ทัพให้ได้ เมื่อนั้นไม่ว่าจะเป็นท่านพ่อข้า หรืออำนาจทุกอย่างจะตกอยู่ที่ตระกูลของข้า " จื้อเหยากอดอกหัวเราะออกมาก่อนจะเรียกให้สาวใช้เข้ามาเตรียมน้ำให้นางได้ล้างเนื้อล้างตัวเตรียมปรนนิบัติท่านแม่ทัพในค่ำคืนที่นางรอคอบมาแสนนาน

เรือนฝั่งซ้าย

สาวใช้กับบ่าวรับใช้นำของของฮูหยินมาจัดเข้าที่เข้าทาง เปลี่ยนแปลงเตียงนอนและห้องตามที่นางสั่งกำลังวุ่นวาย จวนตะวันใกล้ตกดิน ท้องของอวี๋ซูซินส่งเสียงประท้วงออกมา นางลูบท้องเบา ๆ พลางคิดในใจ

'จริงสิตั้งแต่ก่อนตายฉันไม่ได้กินอะไรลงท้องเลย แถมยังมาอยู่ในร่างนี้ครึ่งค่อนวันแล้ว อาหารยังไม่ตกถึงท้องสักคำ ต้องรีบสั่งการให้สาวใช้ไปเตรียมมาให้เสียหน่อยแล้ว ชีวิตครั้งนี้ฉันจะไม่อดอาหารอีก ฐานะร่ำรวยมั่งคั่งไม่จำเป็นต้องใช้ร่างกายหาเงิน ความสุขของฉันต่อจากนี้คือการกินอิ่มนอนหลับ และแก้แค้นให้เจ้าของร่างเดิมเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ดีนะที่ฉันได้รับบทบาทนางร้ายมาสารพัดเรื่องไม่ว่าจะเป็นยุคปัจจุบันหรือยุคโบราณ ทำให้การพูดการจาของฉันไม่แตกต่างจนทุกคนสงสัย '

"จิ่นอี๋ข้าอยากกินอาหารที่ดีที่สุดและผลไม้ เจ้าช่วยไปแจ้งพ่อครัวจัดเตรียมอาหารมาให้ข้าที"

"ได้เจ้าค่ะฮูหยิน" จิ่นอี๋ดีใจเหลือเกินปกติฮูหยินแทบไม่แตะอาหารด้วยซ้ำ เบื่ออาหารเพียงแค่นำมาวางมองแวบเดียวก็ส่ายหน้าไม่อยากกิน แต่ครั้งนี้นางเป็นคนเอ่ยปากขอจะกินจิ่นอี๋รีบร้อนไปสั่งการพ่อครัวจัดทำอาหารมาให้อย่างดีที่สุด

ยามนี้ในห้องจึงมีเพียงฮูหยินที่อยู่เพียงลำพัง เดินสำรวจห้องอย่างตื่นเต้น

"ที่นี่สิถึงเหมาะกับฐานะของข้า ห้องกว้างขวาง เตียงนอนใหญ่ ๆ ฟูกนุ่ม ๆ ดีกว่าห้องเดิมที่อับชื้นกลิ่นอบอวลไปด้วยฝุ่น เฮ้อ!! คืนนี้ข้าต้องหลับสนิทแน่ ๆ พรุ่งนี้เช้าต้องจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าในตู้ใหม่หมด ไม่มีอะไรถูกใจสักอย่าง " อวี๋ซูซินเดินสำรวจจนมาถึงตู้เสื้อผ้าตนเอง เจอเสื้อผ้าสีขาว สีฟ้าและสีไข่ เป็นสีที่จืดชืดเหมาะกับบทนางเอกที่สุด นางร้ายอย่างนางนะต้องสีฉูดฉาด นางกำลังคิดในใจว่ารุ่งเช้าจะเดินทางไปที่ตลาดร้านผ้าไหมสั่งตัดผ้าใหม่ทั้งหมด ยามนั้นเองเสียงฝีเท้าได้ดังใกล้เข้ามา นางคิดว่าเป็นจิ่นอี๋ที่กลับมาแล้วจึงเอ่ยถามโดยไม่ได้หันไปมอง

"จิ่นอี๋เจ้ากลับมาแล้วหรือ ดีเลยยามนี้ในห้องเริ่มมืดสลัวแล้ว เจ้าจุดเทียนเพิ่มแสงสว่างให้ข้าที "

"เจ้าทำอันใดของเจ้าฮูหยิน" น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้น เพียงแค่ได้ยินก็รับรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังโมโหเพียงใด ซูซินสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะหันมายิ้มกว้างให้แม่ทัพเสวี่ยฟง

"ปกติยามนี้แม่ทัพเสวี่ยฟงต้องอยู่ที่ห้องหอกับอนุภรรยามิใช่หรือเจ้าคะ มาที่นี่ด้วยเหตุใดอันใด จริงสิร้อยวันพันปีท่านไม่แม้จะเหยียบย่ำมาหาข้าด้วยตนเองแท้ ๆ แม้กระทั่งข้าขอพบท่านยังไม่อยากพบ ช่างน่าสงสัยเสียจริง" ดวงตาของเสวี่ยฟงจ้องเขม็งเบิกโพลงตกใจในสิ่งที่ฮูหยินเอ่ยออกมา มิใช่แค่แววตาของนางที่เปลี่ยนไป ทั้งน้ำเสียงนิสัยและการเอ่ยวาจาของนางราวกับว่าเป็นคนละคน เมื่อก่อนแม้แต่ใบหน้าของเขา นางยังไม่เคยกล้ามองด้วยซ้ำ ยามนี้กลับจ้องมองตาไม่กระพริบไร้ซึ้งความเกรงกลัวใด ๆ

"เจ้าไม่ต้องเปลี่ยนเรื่อง ที่เจ้ากำลังทำอยู่คืออะไรกันแน่ เจ้าไปทำลายงานให้ข้ากับจื้อเหยาเสียหน้า แถมยังทำอะไรตามอำเภอใจตนเอง ห้องนี้ไม่ใช่ห้องของเจ้า กลับไปห้องเดิมของเจ้าเดี๋ยวนี้ หากไม่มีคำสั่งของข้าเจ้าก็ไม่มีสิทธิ์ทำอะไรตามใจตนเอง " เสวี่ยฟงเดินไปที่หลังจวนยังไม่ถึงห้องของฮูหยินได้ยินเสียงสาวใช้พูดคุยกันเรื่องฮูหยินที่เปลี่ยนไปสั่งบ่าว กับสาวใช้ทำงานให้ตนเองทั้งวัน ทำให้เขาได้รู้ว่าตอนนี้ฮูหยินไม่ได้อยู่ที่เรือนเล็กหลังจวนอีกแล้ว แต่ย้ายมาอยู่ห้องใกล้ ๆ กับตนเอง

"ท่านแม่ทัพ ข้านะเป็นผู้ใดท่านลืมไปแล้วหรือ ตลอดชั่วชีวิตข้ามีแต่สุขสบายไม่เคยทุกข์ยาก ห้องนั่นไม่เหมาะกับข้าสักนิด แม้แต่สาวใช้ยังได้อาศัยอยู่ดีกว่าข้า ข้านะเป็นฮูหยินของท่านนะอีกอย่างเป็นถึงบุตรสาวของอัครเสนาบดี ท่านทำเกินไปแล้ว ทั้งไม่ไว้หน้าท่านพ่อ ทั้งกดขี่ข้าตัดอำนาจฮูหยินในจวนจนสาวใช้ดูแคล้น จิ จิ เป็นแม่ทัพที่ไม่ได้เรื่องจริง ๆ ต่อจากนี้ข้าจะอยู่ที่นี่ หากท่านจะมาหาเรื่องจงกลับไปซ่ะ ข้าไม่อยากจะเห็นหน้าให้อารมณ์เสีย" นางได้ยินถึงกับหัวเราะออกมาอย่างขบขันและเอ่ยขึ้นมา พูดจบยกมือปัดไล่เขาออกไป ตอนนี้ใบหน้าของเสวี่ยฟงแดงก่ำด้วยความโมโห แต่สิ่งที่นางเอ่ยมาก็คือความจริง คราวก่อนนางเก็บปากเงียบไม่กล้าแม้จะโต้ตอบ แต่ยามนี้นางกลับเอาท่านพ่อของนางมาข่มขู่เขา เขาจึงจะปล่อยนางไปก่อน

"ครั้งนี้ข้าจะยอมเจ้าไปก่อน และจะแจ้งเจ้าอีกเรื่อง ห้ามไปยุ่งวุ่นวายทำร้ายจื้อเหยาเด็ดขาด นางมิใช่สตรีเหี้ยมโหดเช่นเจ้า หากเจ้าแตะต้องนางแม้เพียงนิดอย่าหาว่าข้าไม่เตือน " สิ้นเสียงร่างใหญ่ก็เดินจากไปทันที

"หลงนางมากสินะ วันหนึ่งท่านจะเห็นว่านางนั่นนะร้ายยิ่งกว่างูพิษเสียอีก แต่ก็ดีแล้วข้าไม่คิดเปิดโปงนิสัยของนางหรอกเพราะนางน่าจะเหมาะกับแม่ทัพแสนโง่เขลาเช่นท่านเมื่อไหร่ที่ข้าจัดการแก้แค้นเสร็จ เมื่อนั้นข้าจะเป็นฝ่ายก้าวเท้าออกจากจวนแห่งนี้เอง "

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel