ตอนที่ 5 สั่งสอน
ตอนที่ 5 สั่งสอน
ดวงตะวันบ่ายคล้อยอวี๋ซูซินกลับมาจากข้างนอกสาวใช้จัดการขนของเก็บของเข้าในห้อง นางมานั่งรับลมอยู่ศาลาหน้าห้องโดยมีจิ่นอี๋คอยดูแล เติมน้ำชาและขนมว่างอีกทั้งยังคอยใช้พัดไม้สลักลวดลายสวยงามพัดลมเพื่อระบายความร้อนอยู่ข้าง ๆ
ครั้นนั้นเองจู่ ๆ ก็มีก้อนหินขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กปาเข้ามาจากกำแพงถูกศีรษะของอวี๋ซูซิน นางตกใจเกือบตกเก้าอี้อีกทั้งยังเจ็บแสบที่หน้าผากและเหมือนมีโลหิตสีแดง ๆ ไหลรินออกมาอย่างช้า ๆ
“โอ๊ย!!!” อวี๋ซูซินส่งเสียงร้องออกมาอย่างเจ็บปวด จิ่นอี๋อยู่ข้าง ๆ ตกใจดวงตาเบิกโพลงรีบวางพัดเข้ามาประคองฮูหยินด้วยควาเป็นห่วงทันที
“ฮูหยินเลือด เลือดไหลออกมาจากศีรษะของฮูหยินเจ้าค่ะ ข้าจะรีบไปตามหาตัวผู้ทำนะเจ้าคะ ผู้ใดกันที่กล้าลงมือทำร้ายฮูหยินในจวนของแม่ทัพ” จิ่นอี๋กำลังจะเดินออกไปแต่ถูกอวี๋ซูซินจับมือเอาไว้ก่อน
“เจ้าไม่ต้องไปช่วยเอาผ้าเช็ดให้ข้าที”
“อย่าบอกนะเจ้าคะว่าฮูหยินจะปล่อยเอาไว้อีกเช่นเคย ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ฮูหยินถูกกระทำแต่ก็ปล่อยไปทุกครั้งเช่นนี้คนที่ทำถึงได้กำเริบไม่เกรงกลัวฮูหยินนะเจ้าคะ”
“ผู้ใดบอกเจ้าว่าข้าจะปล่อยไปเล่า พวกเจ้าไปตามจับตัวผู้กระทำมาหาข้าเดี๋ยวนี้ข้าจะลงโทษด้วยตัวของข้าเอง” นางเอ่ยบอกบ่าวรับใช้ที่ยืนเฝ้าดูแลอยู่ตรงนั้นให้ไปจับตัวมา
“ขอรับฮูหยิน” เพียงไม่นานบ่าวรับใช้ก็อุ้มคุณชายตัวน้อยเข้ามาหาฮูหยิน เขาดิ้นรนที่จะหนีและร้องโหวกเหวิกโวยวายเมื่อถูกบ่าวรับใช้จับตัวมา
“ปล่อยข้า ข้าปล่อยให้ปล่อยข้าหากพวกเจ้าไม่ยอมปล่อยข้าจะฟ้องท่านพ่อ”
“เอาสิ ไปฟ้องท่านพ่อเจ้าสิแต่ก็ต้องหลังจากที่ข้าทำโทษเจ้าเสียก่อน นี่สินะคนที่ทำร้ายข้าที่แท้ก็บุตรชายของข้านี่เอง ข้าคิดว่าเจ้ารังเกียจข้าเพราะถูกเป่าหู แต่นี่เจ้ากล้าลงมือทำเช่นนี้ราวกับว่าหากฆ่าข้าได้เจ้าคงข้าฆ่าสินะหวังหยางเหอ” เด็กชายสะดุ้งเฮือกเมื่อจู่ ๆ มารดาที่เคยอ่อนโยนยามนี้ใบหน้าโกรธเกรี้ยวดวงตาจ้องเขม็งราวกับว่าจะจับเขาฉีกออกเป็นชิ้น ๆ
“ทะ..ท่านแม่ก็เพราะท่านแม่ใจร้ายทำร้ายซูจื้อเหยาทำให้นางไม่สบายจนจับไข้ อีกทั้งใบหน้าของแดงเพราะฝีมือของท่าน ท่านเจอเพียงเท่านี้ต้องโกรธด้วยหรือ? ไม่เห็นจะเป็นอันใดสักนิดซูจื้อเหยานางเจ็บปวดจนจับไข้ ทุกครั้งยามที่ข้าทำร้ายท่านแม่ ท่านไม่เห็นจะทำโทษข้าเลยทำเพียงยืนยิ้มให้ข้าราวกับคนโง่และปล่อยข้าไปทุกครั้ง”
ช่วงสาย ๆ เด็กทั้งสองไปเยือนหาซูจื้อเหยาที่ห้องถามไถ่อาการบนใบหน้าก็พบว่านางนอนป่วยอยู่บนเตียง บอกกับเด็ก ๆ ว่านางไม่สบายตกใจและเจ็บแผลที่ใบหน้า ทำให้เด็กทั้งสองโกรธแค้นแทนมารดาจึงพากันมาทำร้ายท่านแม่ของตนเพื่อสั่งสอน ยามที่เขาโยนก่อนหินใส่มารดายามนั้นเขาให้น้องสาวแอบอยู่อีกที่เมื่อทำเสร็จแล้วให้รีบวิ่งไปแอบซ่อนเอาไว้ จึงเป็นเขาที่ถูกจับมาเพียงลำพัง เมื่อซูซินได้ยินทำให้นางแทบขาดสติ อยากจับเด็กชายคนนี้ทุ่มลงพื้นนี่นะหรือบุตรชายของนางทำราวกับว่าเป็นบุตรของซูจื้อเหยาไม่ปาน
“หวังหยางเหอยามนี้ท่านแม่ของเจ้าเปลี่ยนไปแล้ว ในเมื่อเจ้าทำให้ข้าเจ็บข้าจะสั่งสอนเจ้าเองว่าทำผู้อื่นเป็นเช่นไร จับตัวเขาเอาไว้” ซูซินสั่งบ่าวรับใช้เดินไปหยิบก้อนหินที่เขาขว้างมาเมื่อครู่และขว้างใส่ศีรษะของเขาอย่างไม่มีความเมตตา เด็กเช่นนี้ต้องสั่งสอนด้วยการทำคืนมิเช่นนั้นก็ไม่มีทางเข้าใจในสิ่งที่ตนเองทำกับผู้อื่น ครั้งนี้เขาจะได้สำนึกว่าทำกับผู้อื่น เขาจะเจ็บปวดอย่างไร
โป้กก!!
“โอ๊ย!! ข้าจะฟ้องท่านพ่อ เลือด ๆ ท่านพ่อขอรับช่วยข้าด้วยขอรับข้าถูกปีศาจทำร้ายขอรับ” เด็กชายร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บปวดตะโกนเรียกบิดามาช่วย ครั้นนั้นน้องสาวแอบมองอยู่ไกล ๆ เห็นท่าไม่ดีรีบวิ่งไปตามบิดาที่ห้องเพื่อช่วยพี่ชายตนเองทันทีหากปล่อยเอาไว้กับท่านแม่มิหวังเขาต้องไม่รอดพ้นจากเนื้อมือของท่านแม่แน่ ๆ
“เจ็บหรือ ? กลัวหรือ? แล้วเจ้าเคยคิดบ้างหรือไม่ยามที่ข้าถูกเจ้าทำร้ายจะเจ็บหรือไม่ ในเมื่อเอ่ยกันดี ๆ เจ้าไม่เข้าใจข้าต้องสั่งสอนเจ้าเช่นนี้ หากครั้งหน้าเจ้าทำร้ายข้าอีก ข้าก็จะทำเช่นเดียวกับที่เจ้าทำ อย่าคิดว่าข้ารักเจ้าแล้วไม่กล้าลงมือ และก็ใช่ว่าเจ้าเป็นบุตรชายของแม่ทัพจะไปรังแกผู้อื่นเช่นนี้ได้ คนอื่นจะมองว่าเจ้าทำตัวเลวทรามต่ำช้าไม่มีผู้อบรมสั่งสอน นิสัยเสียของเจ้าคงได้มาจากการถูกซูจื้อเหยาสั่งสอนมาสินะหวังหยางเหอ ข้าจะบอกอะไรเจ้าให้นะไม่มีบุตรที่ใดเขาทำร้ายร่างกายมารดาบิดาหรอกนะนอกจากเด็กไร้คุณธรรมและนิสัยต่ำช้ายิ่งว่าสัตว์เดรัจฉาน” อวี๋ซูซินมิใช่ลงโทษบุตรชายอย่างเดียวแต่นางต้องการแก้นิสัยเช่นนี้ของบุตรชายด้วยเช่นกัน เด็กก็เปรียบเสมือนผ้าขาว เขาคงถูกซูจื้อเหยาเป่าหูและสั่งสอนสิ่งที่ไม่ดีมาโดยตลอด จึงกลายเป็นเด็กนิสัยเช่นนี้
เด็กชายสั่นเทาใช้มือแตะที่ศีรษะร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความเจ็บปวดและตกใจที่เห็นเลือดไหลออกมา ตอนนี้บ่าวรับใช้ได้เห็นความโหดร้ายของฮูหยินต่างพากับก้มหน้าลง สาวใช้ที่เดินผ่านต่างพากันก้มหน้าเดินหนีไปตรงนั้นด้วยความรวดเร็ว ความโหดเหี้ยมครั้งนี้กระฉ่อนไปทั่วจวนอีกครา
“เจ้าทำอันใดของเจ้า กล้าลงมือทำร้ายหวังหยางเหอช่างไร้ความเป็นมารดา คนชั่วร้ายเช่นเจ้าไม่สมควรเป็นมารดาผู้ใด” เสวี่ยฟงเดินกึ่งวิ่งมาด้วยความรวดเร็วพุ่งตรงเข้าไปหาเด็กชายเห็นเลือดไหลลงมาอาบแก้ม ดวงตาของเขาจ้องเขม็งไปหาร่างบางก่อนต่อว่าพร้อมง้างมือฟาดลงใส่ใบหน้าของฮูหยินจนร่างบางที่ไม่ทันตั้งตัวเซถลาล้มลงกับพื้น
เพี๊ยะ!!!
เสียงมือกระทบเนื้อดั่งสนั่นความเงียบเริ่มปกคลุมจิ่นอี๋เบิกตาตกใจรีบเข้าไปประคองร่างของฮูหยินให้ลุกขึ้น ตอนนั้นแม่ทัพหันไปหาบุตรชายย่อตัวลงมองดูบาดแผลพลางเอ่ยปลอบโยน
“หยางเหอไม่ต้องกลัวนะพ่ออยู่ตรงนี้แล้ว พ่อจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายลูกได้อีกไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นมารดาของเจ้าก็ตาม”
อวี๋ซูซินยามนี้ร่างกายสั่นระริก นางตกใจอ้าปากค้างเจ็บที่ศีรษะไม่พอยังมาเจ็บแสบที่ใบหน้านี่อีก
‘กล้าตบหน้าข้าหรือ เกินไปแล้วคิดว่าข้าจะเกรงกลัวหรือไงเป็นแม่ทัพแล้วอย่างไรเล่า’
“ฮูหยินเจ็บหรือไม่เจ้าคะ ลุกไหวหรือไม่”
“จิ่นอี๋ปล่อยข้า ข้าไม่เป็นอะไรและออกห่างจากตรงนี้ 1 ลี้” จิ่นอี๋งวยงงแต่ก็ยอมปล่อยมืออกจากกายของฮูหยินและทำตามคำสั่ง เดินถอยหลังห่างไป 1 ลี้ นางอ้าปากค้างยืนตะลึงในสิ่งที่กำลังปรากฏอยู่ต่อหน้ายามนี้
