บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 ทวงคืน

ตอนที่ 2 ทวงคืน

เสียงวิจารณ์ดั่งสนั่นตามหลังของเสี่ยวลี่ นางหรือจะสนใจย่างเท้าออกมาด้วยความโมโห ครู่นั้นเสียงของสตรีอีกนางร้องเรียกนางเอาไว้ด้วยน้ำเสียงหอบเหนื่อยดวงตาเต็มไปด้วยความดีอกดีใจที่ได้พบเจอนางที่นี่

“ฮูหยินท่านไปอยู่ที่ใดมาเจ้าคะ ข้าตามหาท่านไปทั่วจวนแต่ไม่พบเจอท่านเลย ข้าดีใจจริง ๆ ที่ท่านปลอดภัยว่าแต่เหตุใดอาภรณ์ของท่านถึงเปียกเช่นนี้หรือว่าถูกจื้อเหยารังแก” เสี่ยวลี่หันหลังกลับไปมองโชคดีที่ความทรงจำร่างเดิมย้อนกลับมาจนหมด

“จิ่นอี๋เจ้าเองสินะ สาวใช้ที่หวังดีต่อข้าเพียงผู้เดียว ข้าอยากกลับห้องเพื่อเปลี่ยนอาภรณ์แล้วข้าจะบอกเจ้าทุกอย่างว่าเกิดอะไรขึ้น”

“เชิญเจ้าค่ะ” จิ่นอี๋ผายมือไปด้านหน้าให้ฮูหยินเดินนำส่วนนางเดินตามด้วยความสงสัยเต็มอก ช่วงเช้าตรู่นางตื่นขึ้นมาไปดูแลฮูหยินเหมือนที่เคยทำทุก ๆ วันทว่ากลับไม่พบเจอฮูหยินในห้องนอน นางเป็นห่วงจนไม่สามารถอยู่นิ่งได้ เพราะช่วงเวลาที่ผ่านมาหลังจากที่ได้รู้เรื่องท่านแม่ทัพจะแต่งตั้งจื้อเหยาขึ้นเป็นอนุภรรยา สายตาของฮูหยินเศร้าหมอง เหม่อลอยมากกว่าเดิม จากเดิมที่เงียบขรึมอยู่แล้วยิ่งเงียบไปมากกว่าเดิม ทำให้นางต้องคอยดูแลอยู่ใกล้ ๆ ไม่ห่างกาย นางวิ่งหาไปทั่วจวนเกรงว่าฮูหยินจะคิดสั้น เมื่อได้เห็นฮูหยินยังปกตินางก็ผ่อนปรนในใจไม่น้อย

มาถึงห้องของฮูหยินใหญ่เสี่ยวลี่ไม่อยากจะเชื่อสายตา แม้ความทรงจำเดิมจะให้เห็นว่าเขาไม่ใส่ใจนางเพียงใดแต่นี่ไม่เกินไปหน่อยหรือ? สภาพห้องยิ่งกว่าห้องเก็บของ ห้องของสาวใช้ยังดูดีกว่านี้อีกด้วยซ้ำ เสี่ยวลี่โมโหใบหน้าแดงก่ำจนถึงใบหู กวาดสายตาจ้องมองก่อนจะหันไปสั่งการสาวใช้อย่างเด็ดขาด

“จิ่นอี๋เจ้านำอาภรณ์มาเปลี่ยนให้ข้าเดี๋ยวนี้วันนี้ข้ามีเรื่องที่จะต้องจัดการ เมื่อเปลี่ยนอาภรณ์ให้ข้าเสร็จแล้วไปตามบ่าวรับใช้กับสาวใช้สองสามคนเข้ามาที่นี่”

“เจ้าค่ะฮูหยิน” จิ่นอี๋รีบทำตามคำสั่งเดินเข้าไปหยิบอาภรณ์มาเปลี่ยนให้ พลันสายตาของเสี่ยวลี่หันไปเห็นเสื้อผ้านางยิ่งไม่พอใจไปมากกว่าเดิม

“นี่มันอะไรกัน มีแต่เสื้อผ้าสีจืดชื้ดแถมยังไร้รสนิยม ผ้าไหมดูผิวเผินเหมือนจะดีแต่นั่นมิใช่ของราคาถูกหรอกหรือเกินไปหน่อยแล้ว เรื่องนี้ข้าจะจัดการใหม่ทุกอย่าง เจ้ารีบเอามันมาสวมใส่ให้ข้าเร็วเข้าชักช้าไม่ได้การ” จิ่นอี๋ตกใจไม่น้อยคิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย ฮูหยินของนางเป็นสตรีที่อ่อนช้อย ไม่ชอบสีฉูดฉาด มักจะเลือกใส่อาภรณ์สีสบายตา แต่กระนั้นนางก็ไม่ได้ถามรีบเปลี่ยนอาภรณ์ก่อนที่ฮูหยินจะโมโหไปมากกว่านี้

ไม่นานหลังจากนั้นจิ่นอี๋ไปตามสาวใช้กับบ่าวรับใช้มาให้ฮูหยิน นางจึงสั่งการให้เก็บของใช้ของนางเท่าที่จำเป็นและย้ายเข้าไปอยู่เรือนฝั่งซ้ายใกล้ห้องแม่ทัพ เพราะที่นั่นเป็นห้องที่งดงามและถูกดูแลเป็นอย่างดีที่สุด มากกว่าห้องที่นางอยู่ยามนี้เสียอีก

“ข้าเป็นถึงบุตรสาวของท่านเสนาบดีอวี๋ผู้ยิ่งใหญ่ ทำเช่นนี้กับข้าไม่ไว้หน้าท่านพ่อของข้าสักนิด เรื่องนี้ท่านพ่อของข้ารู้หรือไม่?” เสี่ยวลี่กล่าวถึงเจ้าของร่าง นางมีนามว่าอวี๋ซูซิน เป็นบุตรสาวอัครมหาเสนาบดี หรือผู้คนเรียกว่าเสนาบดีอวี๋ นางเข้าพิธีมงคลกับแม่ทัพเพราะพระราชโองการของฮ่องเต้ เป็นผู้ประทานงามมงคลครั้งนี้ให้ อยู่กับแม่ทัพหวังเสวี่ยฟง 7 ปี มีบุตรฝาแฝดให้กับเขาคือ หวังหยางเหอ พี่ชายฝาแฝด และหวังเหม่ยลี่ น้องสาวที่คลานตามออกมา ยามนี้บุตรทั้งสองมีอายุ 5 ปี แต่ไม่มีผู้ใดรักนางแถมยังรังเกียจมารดาอีกด้วย แม่ทัพเสวี่ยฟงก็ไม่เคยมาเหยียบที่ห้องของนางอีกเลยตั้งแต่นางคลอดบุตรทั้งสองให้แก่เขา ที่สภาพห้องของนางเก่าและทรุดโทรมเพราะถูกใส่ร้ายว่านางทำร้ายบุตรทั้งสองทั้ง ๆ ที่นางไม่ได้ทำอันใดด้วยซ้ำเอ่ยอธิบายเช่นไรแม่ทัพเสวี่ยฟงก็ไม่เชื่อคำพูดของนางแม้แต่น้อย อีกทั้งยังเห็นสายตาของเด็ก ๆ ที่มองนางด้วยความหวาดกลัว เขายิ่งเชื่อในสิ่งบุตรทั้งสองเอ่ยออกมา เพียงเพราะเขาไม่สนใจนาง สนใจบุตรทั้งสองจึงทำให้นางอิจฉาริษยาแม้กระทั่งบุตรของนางเอง

จึงสั่งให้ไปอยู่เรือนเล็กหลังจวนเป็นห้องที่ไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ ของใช้ก็มีแต่ของที่ผุพัง ตอนนี้นางมิใช่อวี๋ซูซินคนเดิมที่จะยอมทนอยู่เงียบ ๆ เฝ้าคิดรอคอยความรักความเห็นใจจากสามีและลูก ๆ ในเมื่อไม่มีคนรักและสนใจนาง นางก็จะไม่สนใจอีกต่อไป เพราะนางไม่มีความรู้สึกรักใคร่ผูกพันและนางคือเสี่ยวลี่นางร้ายจากอีกโลกไม่ใช่อวี๋ซูซินผู้โง่เขลา

“ไม่ทราบเจ้าค่ะฮูหยินไม่ยอมให้ข้าแจ้งนายท่าน เพราะไม่อยากให้นายท่านต้องมาเห็นสภาพนี้ของฮูหยิน อีกอย่างฮูหยินกลัวว่าท่านเสนาบดีจะแคลงใจกับท่านแม่ทัพเจ้าค่ะ เกิดเรื่องอันใดกับฮูหยินเจ้าค่ะเหตุใดเรื่องนี้ท่านถึงลืมเลือน"

“คืนก่อนหน้านี้จื้อเหยาเข้ามาหาข้าที่ห้อง นางบอกข้าว่าที่นี่ไม่มีผู้ใดต้องการข้า ต่อจากนี้ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่ภรรยาของแม่ทัพหรือหน้าที่มารดาของลูก ๆ ของข้า นางจะทำหน้าที่แทนข้า และบอกข้าอีกว่าท่านแม่ทัพจะหย่ากับข้า เฮอะ! น่าแปลกเสียจริงที่ข้ารักผู้อื่นมากกว่าตนเองจนไปกระโดดน้ำตาย”

“อะไรนะเจ้าคะ!!!... ฮูหยินไปกระโดดน้ำเพื่อปลิดชีพตนเองหรือ ? เหตุนั้นสินะเจ้าคะท่านถึงกลับมาทั้งอาภรณ์ที่เปียกปอนเช่นนี้ ว่าแต่หากท่านไปปลิดชีพตนเหตุใดถึงล้มเลิกความคิดละเจ้าคะ”

“ฮึ! ช่วงที่ร่างกายของข้ากำลังดำดิ่งลงสู่แม่น้ำ จู่ ๆ ข้าก็เกิดคิดอะไรได้และรักชีวิตตนเองขึ้นมา เหตุใดข้าต้องเอาชีวิตของข้าไปแขวนไว้บนฝีปากของผู้อื่นเล่า ข้าจึงฉุดคิดขึ้นมาได้ว่าในเมื่อแม่ทัพไม่ต้องการข้า ข้าเองก็ไม่ต้องการเขาเช่นเดียวกัน แต่ก่อนที่ข้าจะหย่านั้นข้าจะแก้แค้นนางเหม่ยลี่สตรีมารยานางนั้นให้รู้สำนึกที่มาตีสนิททำราวกับว่าเป็นสตรีที่ดี แต่กลับหักหลังข้าเพราะความอ่อนแอและไว้ใจคนง่าย เอาล่ะยามนี้เจ้าก็รู้หมดแล้วเดินทางไปที่ตำหนังฝั่งซ้ายกันเถอะ ข้าจะทวงความยุติธรรมและสิทธิ์ของฮูหยินใหญ่ของจวนแม่ทัพคืนมา” จิ่นอี๋เหลือบมองระหว่างที่ฮูหยินกล่าวนางเห็นรอยยิ้มเจ้าเลห์เหี้ยมเกรียมเต็มไปด้วยเพลิงโทสะ ที่เผยออกมาทางสีหน้าของฮูหยินขนแขนของนางลุกซู่เสียวสันหลังเย็บวาบ ที่จวนแห่งนี้กำลังจะเกิดทะเลไฟขึ้น ๆ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel