บทที่ 1.4
“คือ...” เขาล้วงจดหมายฉบับหนึ่งออกมา “มีจดหมายถูกส่งมาจากชายแดนขอรับ คนของแม่ทัพอวี้ยังอยู่ด้านนอก
“แม่ทัพอวี้?” นางเลิกคิ้ว แม่นมเซิงเดินเข้ามายืนข้างๆ นาง “แม่นมเซิง”
“ข้าไปดูเองเจ้าค่ะ ท่านกลับเข้าไปในห้องก่อน เสี่ยวหวนพาฮูหยินกลับเข้าไปด้านใน”
“เจ้าค่ะ”
ก่อนเดินกลับเข้าห้องหญิงสาวยังได้ยินแม่นมเซิงกำชับหัวหน้าหมู่บ้าน “อย่าปากพล่อยพูดให้ใครได้ยินว่านายหญิงของเจ้ากำลังจะหายดี”
“ขะ...ขอรับ”
ครู่ใหญ่กว่าที่แม่นมเซิงจะกลับมา อีกฝ่ายมีท่าทีเหม่อลอยอย่างสังเกตเห็นได้ชัด หลันเฟิงเกอมองอีกฝ่าย “แม่นมเซิงมีเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ”
อีกฝ่ายส่งจดหมายในมือให้หญิงสาว หลันเฟิงเกอดึงออกมามองผ่านๆ ทว่าหัวข้อนั้นก็ชัดเจนแล้ว ...หนังสือหย่า ลายมือหนักแน่นมั่นคงสมเป็นแม่ทัพ ประโยคแต่ละประโยคนั้นสละสลวย อ่านแล้วรู้สึกได้ถึงความเด็ดเดี่ยวของเจ้าของอักษร กฎเจ็ดขับหรือชีชู ที่เขาใช้ล้วนชัดเจน โดยเฉพาะข้อหนึ่ง ข้อสอง และข้อสาม
หลันเฟิงเกอพับหนังสือหย่าฉบับนั้น “เสี่ยวอิง เก็บลงในหีบให้ดีอย่าให้เสียหาย”
“เจ้าค่ะ”
แม่นมเซิงเห็นสีหน้าเรียบเฉยของหญิงสาวก็ขมวดคิ้ว “หลันฮูหยิน ท่านคิดเช่นไรกับเรื่องนี้เจ้าคะ”
“ไม่มีสิ่งใดต้องคิดนี่เจ้าคะ อย่างไรก็ต้องหย่าขาดกันอยู่แล้ว จะช้าจะเร็วก็เท่านั้น” นางมองออกไปนอกหน้าต่าง คนคุ้มกันหลายคนกลับมาจากทำนาแล้ว “แม่นมเซิงเจ้าคะ”
“มีเรื่องใดจะสั่งข้าหรือ”
“ข้า...อยากเขียนจดหมายไปหาพี่สะใภ้ ไม่สิ...พี่ซือซือ ท่านติดต่อกับนางอย่างไรหรือ”
“ให้จางซานขี่ม้าไปเจ้าค่ะ สิบวันก็ถึงแล้ว”
เฮ้อ...ตั้งสิบวันเชียวหรือ”
“เช่นนั้นข้าอยากส่งข่าวไปหานาง สอบถามเกี่ยวกับบางเรื่อง”
“ได้เจ้าค่ะ ข้าจะไปจัดการ”
หลันเฟิงเกอ...ได้เวลาใช้ชีวิตแล้ว!!!
เมืองหวงหยงแดนเหนือของแคว้นต้าเฟิง เดิมทีก็เป็นถิ่นของคนตระกูลหลัน ทว่าหลังจากแม่ทัพหลันและบุตรชายสละชีวิตเพื่อปกป้องแดนเหนือ ตระกูลหลันที่มีเพียงทายาทสตรีจึงค่อยๆ ไร้บทบาทลงเรื่อยๆ
ป้อมเป่ยหยวนในเวลานี้มีเป่ยหยวนหวาง อนุชาของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันที่คอยปกป้องและดูแล
โฉนดที่ดินที่ตกทอด ทรัพย์สินที่บิดาทิ้งเอาไว้ให้ สุดท้ายก็กลับมาอยู่ในมือของหลันเฟิงเกอ ถึงอย่างนั้นเมื่อได้นั่งทบทวนความถูกต้อง บัญชีที่ถูกส่งมาทั้งหมดนี้นางกลับพบว่ามันน่าสงสัย
ที่ดินของหมู่บ้านซานเจ้อ หมู่บ้านเป่ยเจียง หมู่บ้านหานเสียง ผลกำไรและผลผลิตได้น้อยกว่าที่อื่น ทั้งๆ ที่สองปีก่อนมีผลกำไรและผลผลิตถูกส่งเข้าไปยังเมืองหลวงมากกว่าปีนี้ถึงสามเท่า
หญิงสาวมองไปยังคนของตระกูลเซิง คนส่งจดหมายไปยังเมืองหลวงก็ยังไม่กลับมา นางรอไม่ได้จะต้องลงมือทำอะไรสักอย่าง ด้วยบัญชีเหล่านี้เห็นชัดว่ามันถูกตบแต่งขึ้น
หญิงสาวเดินออกไปนอกห้อง ให้เสี่ยวชิงไปเรียกคนคุ้มกันที่เหลือมารวมตัวกัน “มีเรื่องหนึ่งข้าอยากให้พวกท่านช่วย” นางกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เรื่องเกี่ยวกับบัญชีที่ข้าเพิ่งได้รับจากหัวหน้าหมู่บ้านทั้งสามที่เป็นสินเดิมของข้า”
“ฮูหยินเชิญกล่าว”
“ข้าอยากให้พวกท่านแบ่งคนออกเป็นสี่ส่วน ส่วนหนึ่งอยู่ที่นี่ตามปกติ อีกสามส่วนแบ่งกันออกไปสำรวจหมู่บ้านทั้งสาม เกิดอะไรขึ้นบ้าง คนดูแลเป็นอย่างไร ผลผลิตที่นั่นเป็นอย่างไร ชาวบ้านที่นั่นมีความเป็นอยู่อย่างไร”
“ท่านสงสัยว่าคนดูแลจะคิดไม่ซื่อ?” แม่นมเซิงเลิกคิ้ว
