บทที่ 1.3
ประตูข้างจวนตระกูลอวี้รถม้าสามคันจอดอยู่ยังจุดที่ไม่สะดุดตา เซิงซือซือส่งหลันเฟิงเกอขึ้นรถม้า ให้สาวใช้สองคนติดตามไปดูแล คนคุ้มกันอีกนับยี่สิบคน
ขบวนรถม้าที่มีทรัพย์สินส่วนหนึ่ง ข้าวของจำเป็น กระทั่งยาสำหรับคนเจ็บป่วย นางเตรียมการรอบคอบ กำชับคนของตระกูลเซิงอย่างหนักแน่น ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องส่งหญิงสาวไปยังหมู่บ้านติงชุนทางเหนืออย่างปลอดภัย
“หีบนี้มีโฉนดที่ดิน หีบนี้เครื่องประดับ หีบนี้...เงินตำลึงทอง อีกหีบเป็นตั๋วแลกเงิน หีบนี้แลกเป็นตำลึงเงินแล้ว หีบนี้เป็น...หยก หีบอีกสามหีบเป็นแพรพรรณที่ยังไม่ตัดเย็บ เสื้อผ้าของนางบางส่วน ยังมีใบชา ยา สมุนไพร”
เสียงของเซิงซือซือกำชับสาวใช้ดังแว่วมา ไม่นานใบหน้าของอีกฝ่ายก็ชะโงกเข้ามามอง
“คุณหนูหลันข้าช่วยเจ้าได้เพียงเท่านั้น ถือเป็นการตอบแทนท่านแม่ทัพหลันและพี่ชายเจ้า หลังจากนี้...ก็ให้แล้วแต่โชคชะตาเถิด เอาละออกเดินทางได้แล้ว”
...อา ที่แท้หญิงสาวก็เข้ามาอยู่ในร่างของหลันเฟิงเกอนี่เอง สตรีที่แต่งเข้าจวนแม่ทัพทว่ากลับลักลอบคบชู้ตอนสามีไปออกรบ ฟังจากบทสนทนาเหล่านั้นนางพอจะเข้าใจว่าเรื่องนี้มีเบื้องหลัง
ร่างกายอ่อนแอทั้งยังต้องออกเดินทางกะทันหัน ตลอดการเดินทางแม้ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ถึงอย่างนั้นลมหายใจก็รวยรินร่อแร่
‘ในเมื่อมีโอกาสที่สองที่จะมีชีวิต เช่นนั้น...หลันเฟิงเกอ นับจากนี้ข้าจะอยู่ต่อในฐานะของเจ้า หากเจ้าสิ้นลมไปแล้วก็ขอให้จากไปอย่างสงบ อย่าได้เคียดแค้นที่ข้ายืมร่างของเจ้าคืนวิญญาณเลย...’
หมู่บ้านติงชุนทางเหนือของแคว้นต้าเฟิง หมู่บ้านชาวนาซึ่งโฉนดทั้งหมดนั้นเดิมทีเป็นที่ดินศักดินาของแม่ทัพหลัน สินเดิมที่ได้รับมาจากบิดาและพี่ชาย หมู่บ้านที่ชาวบ้านไม่ได้มีอะไรนอกจากอาชีพทำนา จากนั้นข้าวและผลผลิตก็จะถูกส่งกลับไปยังเมืองหลวง ทว่าตอนนี้ผู้เป็นเจ้านายอย่างหลันเฟิงเกอกลับนอนซมอยู่แต่ในบ้าน ไม่ออกไปไหน ไม่ปรากฏตัว วันๆ หากไม่ใช่หมอมาดูอาการ ก็เป็นชาวบ้านที่นำสมุนไพรป่าเข้าไปขาย
คนของเซิงซือซือที่มาส่งหญิงสาวยังคงอยู่กันครบ ด้วยคำสั่งของผู้เป็นนายก็คือต้องปกป้อง คุ้มครอง คุ้มกัน จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งก็จนกว่าหลันเฟิงเกอจะหายดีและส่งพวกเขากลับ
แม่นมเซิงที่เกษียณออกจากจวนตระกูลเซิงตามมาที่นี่ในภายหลัง เป็นผู้ที่ดูแลทรัพย์สินของหลันเฟิงเกอชั่วคราว เนื่องจากกว่านางจะหายดี กว่าจะสามารถช่วยเหลือตัวเองก็กินเวลามากกว่า...สามเดือน
หลันเฟิงเกอ...ลุกจากเตียงในที่สุด หญิงสาวสวมเสื้อคลุมบุนวมตัวหนา ก้าวเดินออกมาจากในห้องที่นางนอนซมตั้งแต่มาถึง
ซานเหอย่วน มีเพียงเรือนนอนหลังเดียว ห้องของสาวใช้ต้นห้องเป็นของแม่นมเซิง อีกสองด้านด้านหนึ่งเป็นเรือนนอนของคนคุ้มกัน อีกด้านเป็นห้องครัว ห้องพักของสาวใช้ และสุขา บ้านหลังเล็กที่อัดแน่นไปด้วยคนมากมาย เดินออกมาก็เห็นสาวใช้สามคนกำลังทำงาน คนคุ้มกันเองก็ไม่ได้อยู่เฉย พวกเขาหากไม่ผ่าฟืนก็ออกไปทำนา คนของตระกูลเซิงช่าง...ยึดถือคำสั่งของผู้เป็นนายอย่างเคร่งครัด
“หลันฮูหยินสีหน้าของท่านดีขึ้นมากแล้วนะขอรับ”
“หลันฮูหยิน”
“หลันฮูหยินท่านหายดีแล้วอย่างแน่นอน”
นางพยักหน้ายิ้มให้คนเหล่านั้น “สามเดือนมานี้ลำบากพวกท่านแล้ว”
พวกเขาต่างเรียกนางว่าหลันฮูหยิน มิใช่ฮูหยินน้อยจวนแม่ทัพ ไม่ใช่คุณหนูหลันหากแต่เป็นหลันฮูหยิน... ด้านนอกมีเสียงคนมาเยือน หัวหน้าของหมู่บ้านชะเง้อหน้าเข้ามามองเมื่อคนคุ้มกันพาเขาเข้ามา
“นะ...นายหญิง? ท่านหายดีแล้วหรือขอรับ” หัวหน้าหมู่บ้านมีท่าทีหวาดกลัวนาง
“ข้าเพิ่งลงจากเตียง ท่านมีเรื่องด่วนหรือ”
