บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 อนุภรรยา

ไฉซื่อผู้ได้รับมอบหมายให้ดูแลซ่งหว่านอิงเป็นชาวบ้านที่มีความซื่อ นางคิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น ครั้นเห็นสวีพานเอาใจใส่ในตัวซ่งหว่านอิงมากก็เอ่ยชมซึ่งหน้า

“อนุซ่งช่างโชคดีนัก แค่ได้หลับนอนกับท่านแม่ทัพคืนเดียวก็ได้เป็นอนุเลย ที่ผ่านมามีสตรีทั้งมากที่พยายามเข้าหา นายพลนายกองทั้งหลายก็พยายามจะนำญาติพี่น้องสวยๆ มามอบให้ แม่ทัพสวีก็ไม่เคยรับเอาไว้”

ซ่งหว่านอิงได้ยินก็ถึงกับหน้าแดงซ่าน

‘ข้าหลับนอนกับเขาเมื่อใดกัน ไฉซื่อผู้นี้อย่าได้พูดต่อหน้าแม่ทัพสวีเชียว ถึงวันนั้นไม่รู้ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด’

ไฉซื่อผู้นี้คิดว่าต้องดูแลซ่งหว่านอิงดีๆ เพื่อหน้าที่การงานสามีของตนจะได้ก้าวหน้า ในเมื่อท่านแม่ทัพใส่ใจอนุภรรยาผู้นี้มาก ก็ย่อมจะเผื่อแผ่มาถึงคนรอบข้างที่ดูแลนางด้วย

ซ่งหว่านอิงได้แต่โคลงศีรษะ นางนึกเสียดายที่ตนยังเปล่งเสียงออกมาไม่ได้ จะได้พูดกับไฉซื่อเสียให้ชัดเจนว่า นางไม่เคยคิดจะเป็นอนุภรรยาของผู้ใดทั้งสิ้น

ด้วยความที่สวีพานต้องตรวจตรากองทัพจึงมิได้ใส่ใจไปหาซ่งหว่านอิง สามวันผ่านไป ในช่วงเช้าที่เขาเดินผ่านกระโจมรวมของทหารชั้นผู้น้อยก็ได้ยินเสียงทหารพูดคุยกัน

“อนุซ่งงดงามจริงๆ ข้าได้ยินนายพลเซี่ยบ่นว่าน่าเสียดายที่เขาจับสลากพลาดนางไป ทีแรกคิดว่าเช้ามาจะไปขอไถ่ตัวนางจากเถ้าแก่เนี้ยเกา ที่ไหนได้แม่ทัพสวีกลับรับนางเป็นอนุไปเสียก่อน”

“เจ้าว่านายพลเซี่ยจะเสียดายมากหรือไม่”

“เสียดายสิ! อนุซ่งผู้นั้น วันหน้าต่อให้ท่านแม่ทัพทอดทิ้งนาง ข้าว่าก็คงจะมีบุรุษเข้าแถวรอบรับนางเข้าบ้านเป็นแถวยาวเชียวล่ะ”

ทหารทั้งสองพูดคุยและหัวเราะกัน

สวีพานไม่ให้คนที่ติดตามตนเข้าอำเภอเฟิ่งกู่พูดถึงเรื่องพวกค้ามนุษย์ ดังนั้นทุกคนจึงรู้เพียงว่าท่านแม่ทัพไปไถ่ตัวซ่งหว่านอิงมาเป็นอนุภรรยา

นายพลเซี่ยผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาอายุเพิ่งสามสิบ มีภรรยาและอนุภรรยาอีกสองคน รูปร่างหน้าตานับว่าไม่ด้อย ที่สำคัญฝีปากดียิ่งนัก ภรรยาทั้งสามรักใคร่กลมเกลียวกันดียิ่ง เป็นที่อิจฉาของบุรุษทั้งกองทัพ

แค่เพียงนึกเห็นภาพนายพลเซี่ยประคองซ่งหว่านอิงไว้ในอ้อมแขน สวีพานก็รู้สึกคล้ายจะมีลมหึ่งๆ อยู่ในหู เขาก้าวเท้าฉับๆ อย่างว่องไวไปหาเถี่ยหนิวที่เตรียมม้าคู่ใจไว้

“ไปหมู่บ้านจู้!”

เถี่ยหนิวควบม้าตามท่านแม่ทัพแทบไม่ทัน

หมู่บ้านจู้อยู่ห่างจากสถานที่ตั้งทัพชั่วคราวประมาณสามสิบลี้ สวีพานใช้เวลาในการควบม้าราวครึ่งชั่วยาม ก็ไปถึง ซ่งหว่านอิงอาศัยอยู่ในเรือนแยกในเขตบ้านใหญ่ที่มีครอบครัวของไฉซื่ออาศัยอยู่ด้วย

บ้านหลังนั้นครอบครัวของไฉซื่อได้รับเงินจากสวีพานในการเช่าต่อจากชาวบ้านโดยครอบครัวของไฉซื่อจะต้องคอยดูแลความเป็นอยู่ของซ่งหว่านอิงให้ดี

ไฉซื่อมีบุตรชายวัยสิบสี่นามต้าเกินและวัยสิบสองนามโหย่วฝู่ ต้าเกินสามารถล่าสัตว์และทำงานใช้แรงงานได้ ดังนั้นไฉซื่อจึงไม่ต้องคอยตักน้ำและผ่าฟืน ส่วนบุตรชายวัยสิบสองก็คอยก่อไฟ หุงข้าว หน้าที่ของไฉซื่อก็คือทำอาหารและซักผ้า

“ท่านดื่มยาที่ท่านหมอเฉินให้มาสองวันแล้ว อีกไม่นานก็คงส่งเสียงได้เป็นปกติ” ไฉซื่อยิ้มน้อยๆ พร้อมกับเลื่อนถ้วยยาให้กับซ่งหว่านอิง

นางยกถ้วยยาขึ้นดื่มแล้วลองเปล่งเสียง “ไฉ...ซื่อ..”

“ท่านพูดได้แล้ว! อนุซ่ง เสียงท่านเป็นปกติแล้ว” ไฉซื่อร้องขึ้นด้วยความตื่นเต้น

“จริงด้วย! อนุซ่งพูดได้แล้ว” ต้าเกินเองก็พลอยตื่นเต้นไปด้วย

โหย่วฝู่ได้ยินก็วิ่งเข้ามาสมทบ ซ่งหว่านอิงหันไปยิ้มให้กับเด็กชายวัยสิบสองอย่างอ่อนโยนแล้วร้องเรียกชื่อเขา

“โหยว่ฝู่”

“อนุซ่ง! ท่านหายแล้ว ดีจริงขอรับ!”

โหย่วฝู่คอยดูแลซ่งหว่านอิงอย่างดีตามคำสั่งของมารดา เพราะเขารู้ว่าหากรับใช้อนุภรรยาของท่านแม่ทัพอย่างดี พวกตนก็จะได้อยู่อาศัยในบ้านหลังใหญ่ของหมู่บ้านอย่างสุขสบาย

เมื่อเห็นแม่ทัพสวีควบม้าเข้ามาในหมู่บ้าน ทุกคนก็พากันฮือฮาจับตามอง ต่างพากันอยากรู้อยากเห็นว่าท่านแม่ทัพจะรักใคร่อนุภรรยาผู้นี้มากเพียงใด

สวีพานก้าวเท้าเข้าไปในห้องโถงในเรือนแยก ไฉซื่อเห็นเพียงด้านหลังของสวีพานก็รีบหันไปสั่งบุตรชาย

“ท่านแม่ทัพมาแล้ว พวกเจ้ารีบยกอาหารและถ้วยชามไปต้อนรับเร็วเข้า!”

ส่วนตัวนางก็กระวีกระวาดกลับไปยกถาดใส่กาน้ำชาไปส่งให้กับคนทั้งสอง

“แม่ทัพสวี” ซ่งหว่านอิงลุกขึ้น แสดงการคารวะเขาอย่างงดงาม

สวีพานยิ้มน้อยๆ ทรุดกายลงนั่งที่เก้าอี้ “เจ้าพูดได้แล้ว”

“เจ้าค่ะ ต้องขอบคุณยาของหมอเฉิน ดื่มติดกันสามวันก็หาย สมแล้วที่เป็นหมอทหารผู้เก่งกาจ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel