บทที่ 3 สตรีของแม่ทัพ
ซ่งหว่านอิงก้มหน้าเขียนบนกระดาษแผ่นต่อไปอย่างรวดเร็ว ครั้นสวีพานได้อ่านก็ร้องอืม
“พวกมันคงเห็นว่าส่งเจ้าเข้าค่ายทหารแล้ว เจ้าจะต้องถูกย่ำยีและไม่มีหน้ากลับไปหาครอบครัวอย่างนั้นล่ะสิ หึ! เช่นนั้น ข้าจะช่วยเจ้าสั่งสอนคนเลวพวกนั้นเอง”
สวีพานออกไปหน้ากระโจม สั่งทหารให้เรียกหมอทหารเข้ามาตรวจอาการของซ่งหว่านอิง หลังตรวจเสร็จก็กำชับให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ
“เจ้าเห็นหรือไม่ ก่อนรุ่งสางท่านแม่ทัพเรียกท่านหมอเฉินไปตรวจอาการแม่นางชุดแดงผู้นั้นด้วยนะ” ทหารเลวผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น
ไม่นานนักทหารทั้งค่ายต่างพากันโจษจันว่าท่านแม่ทัพทำรุนแรงกับหญิงคณิกาจนต้องให้หมอทหารไปช่วยตรวจรักษาแม่นางผู้นั้น
ทัพสกุลหยางที่สวีพานดูแลพักอยู่อำเภอนั้นเพียงคืนเดียวก็มุ่งหน้าไปต่อ ดังนั้นเหล่าคณิกาจึงถูกส่งกลับในเช้าวันต่อมา ยกเว้นซ่งหว่านอิง
สวีพานกับขุนพลคู่ใจกลุ่มหนึ่งออกจากที่ตั้งค่ายชั่วคราวไปยังหอคณิกาเพื่อเอาเรื่องกับเถ้าแก่เนี้ยที่ส่งซ่งหว่านอิงเข้ามา
นางเกาถึงกับตัวสั่นงันงก ยืนยันว่าตนซื้อหญิงสาวผู้นั้นมาอย่างถูกต้อง แต่นางไม่มีหนังสือซื้อขายอย่างถูกต้อง
“ท่านแม่ทัพ! คนที่เอานางมาขายให้ข้ายืนยันว่าเป็นมารดาของนางที่ขายมาจริงๆ นะเจ้าคะ”
สวีพานยกเท้าขึ้นถีบเถ้าแก่เนี้ยกระเด็นไปหนึ่งจั้ง นางถึงกับจุกอก “เจ้าไม่เคยได้ยินกฎของทัพสกุลหยางหรือ ห้ามนำหญิงที่ไม่เต็มใจเข้าไปปรนนิบัติทหาร นางยืนยันว่าถูกคนจับมาขายตัว เพียงแต่นางไม่เห็นตัวคนจับ เจ้ายังกล้านำนางเข้าไปในค่ายทหารอย่างนั้นรึ!”
เถ้าแก่เนี้ยเกาเห็นท่าทางดุร้ายของสวีพานก็ถึงกับตื่นตระหนก “ท่านแม่ทัพ โปรดไว้ชีวิตข้าน้อยด้วยเจ้าค่ะ”
“ข้าได้ยินว่ามีสตรีอีกหลายคนที่ถูกจับมาขายพร้อมนาง พูดมา เจ้าส่งคนสตรีเหล่านั้นไปที่ใด”
นางเกาหน้าซีดเผือด “ยังมีอีกสี่คนที่ข้าซื้อเอาไว้ พวกนางอยู่ในห้องด้านในเจ้าค่ะ”
สวีพานจึงให้เถี่ยหนิวพาทหารสองคนไปพังประตูแล้วช่วยหญิงสาวเหล่านั้นออกมา
เถ้าแก่เนี้ยเกายืนยันว่าตนซื้อคนมาจากพ่อค้ามนุษย์เพียงห้าคน แต่ที่ส่งซ่งหว่านอิงเข้าไปในกองทัพเพราะพ่อค้ามนุษย์ผู้นั้นกำชับไว้
“พ่อค้ามนุษย์บอกว่าต้องส่งแม่นางซ่งเข้าไปรับใช้ทหารในกองทัพให้ได้เจ้าค่ะ ข้าจึงทำตามคำสั่งของเขา”
สวีพานได้ยินก็พลันนึกถึงเรื่องที่ซ่งหว่านอิงเขียนบอกเขา นางคาดการณ์ว่าตนถูกคนวางแผนให้ถูกจับตัวมา
“ลากเถ้าแก่เนี้ยเกาไปหานายอำเภอกับข้าเดี๋ยวนี้!”
นายอำเภอแซ่จ้าวตกอกตกใจเพราะคิดไม่ถึงว่าจะมีคดีลักพาสตรีมาขายจึงได้ส่งตัวเถ้าแก่เนี้ยเกากับลูกน้องไปขังคุก และรับปากจะส่งคนออกไปสืบเรื่องนี้
“ท่านแม่ทัพโปรดวางใจ เรื่องนี้ข้าเองก็ยอมรับมิได้ จะให้มือปราบสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียดอย่างแน่นอนขอรับ”
“ข้ายังต้องตั้งทัพชั่วคราวอยู่ที่นี่อีกสักพัก หวังว่าจะได้รับคำตอบที่น่าพอใจ”
“ขอรับท่านแม่ทัพ” นายอำเภอรับคำแข็งขัน
สวีพานกลับมาถึงกระโจมก็เข้าไปพูดคุยกับซ่งหว่านอิง
“คนค้ามนุษย์พวกนั้น จับหญิงสาวมาขายกลุ่มหนึ่งจริง แต่ที่ขายเข้ามาในกองทัพมีเพียงเจ้า เขาบอกว่าถูกกำชับมาอีกที หญิงสาวเหล่านั้นข้าช่วยออกมาได้แล้ว พวกนางถูกวางยาไร้เรี่ยวแรงเช่นนั้น แต่คนที่ถูกวางยาให้พูดไม่ได้ด้วยก็มีเพียงเจ้า”
ซ่งหว่านอิงใบหน้าแดงก่ำ กำหมัดแน่นด้วยความโกรธ นางนึกออกในทันทีว่านี่มิใช่เรื่องบังเอิญ ในที่สุดสิ่งที่สงสัยก็ได้รับการเฉลย
‘หลิวซื่อ นางสารเลว คงคิดจะส่งข้ามาลงนรกรับใช้บุรุษบึกบึนในค่ายทหารจึงได้กำชับพ่อค้ามนุษย์เช่นนั้น’
หลิวซื่อผู้นั้นก็คือมารดาเลี้ยงของซ่งหว่านอิง นางเคยเป็นอนุภรรยาที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้นอกบ้านของบิดา หลังจากมารดาเสียชีวิตอย่างฉับพลันด้วยอาการหัวใจวาย ซ่งจิ้นไฉบิดาของซ่งหว่านอิงก็พาอนุภรรยาและบุตรสาวของนางเข้าบ้าน นับจากนั้นซ่งอวี้หลันก็กลายเป็นคุณหนูรองสกุลซ่งที่พยายามทำตัวทัดเทียมกับซ่งหว่านอิง
เนื่องจากมีกฎห้ามนำสตรีเข้ามาอยู่ร่วมในกองทัพ พ้นคืนนั้นไปแล้ว สวีพานจึงต้องนำตัวซ่งหว่านอิงไปฝากไว้กับครอบครัวทหารที่อาศัยอยู่หมู่บ้านใกล้ๆ โดยบอกกับทุกคนว่านางคืออนุภรรยาของเขา
สวีพานมอบเงินให้กับไฉซื่อ ภรรยาของทหารชั้นผู้น้อยคนหนึ่งให้คอยช่วยดูแลซ่งหว่านอิง และซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับนาง
“เจ้าอยู่กับพวกนางไปก็แล้วกัน ระหว่างนี้ข้าจะส่งคนออกไปสืบหาพวกค้ามนุษย์เหล่านั้นให้”
ซ่งหว่านอิงพยักหน้ารับ ยามนี้ต่อให้ตะโกนจนคอแตกนางก็ไม่อาจเปล่งเสียงออกมา นางทำได้เพียงเขียนอธิบายเรื่องราวและความคิดของตนให้สวีพานอ่าน
นางถูกจับตัวมาจากเมืองทางตะวันออก ไม่เพียงแต่บาดเจ็บ ร่างกายอ่อนแอ แต่ยามนี้ทั้งเนื้อตัวไม่มีเงินสักอีแปะ นางเชื่อว่ากลุ่มคนค้ามนุษย์พวกนั้นจะต้องยังตระเวนอยู่แถวชายแดน รอให้นางหายดีเสียก่อนเถิดจะตามล่าพวกมันให้จงได้
