ตอนที่ 6 อาบน้ำเสี่ยวหู่
ขณะที่ขันทีอันยื่นแขนออกมารับเสี่ยวหู่นั้น ฮ่องเต้ก็ชักมือของตนที่อุ้มเสี่ยวหู่กลับเข้าหาตัว
“ไม่ต้องล่ะ เดี๋ยวอาบพร้อมกับเจิ้นเลย”
เถียนจิ้งหลานได้ยินดังนั้นก็พลันตื่นตระหนก ‘อะ อะ อาบน้ำกับฝ่าบาท ไม่นะ สตรีใสซื่อไร้เดียงสาบริสุทธิ์ผุดผ่องอย่างฉันเกิดมายังไม่เคยเห็นอะไรอย่างนั้นเลยนะ’
ปฏิกิริยาของร่างกายตอบสนองทั้งดิ้น ตะกุยตะกายในอ้อมแขนของฮ่องเต้ เล็บข่วนแขนเสื้อของฮ่องเต้จนผ้าเป็นรอยยาว
ฮ่องเต้ขมวดคิ้ว มองการกระทำของแมวน้อยในอ้อมแขน
“เจ้าเป็นอะไร วันนี้กลัวน้ำหรืออย่างไร ไม่ต้องกลัว เจิ้นไม่ให้เจ้าจมน้ำหรอก” ว่าแล้วเขาก็อุ้มเสี่ยวหู่ไปยังห้องสรงน้ำส่วนพระองค์
เสี่ยวหู่ชอกช้ำใจอยู่ในอ้อมกอดฮ่องเต้ พลางบ่นในใจ
‘ไอ้ฮ่องเต้โรคจิต มีมนุษย์กี่คนกันที่อาบน้ำกับแมว’
ภายในห้องสรงน้ำของฮ่องเต้นั้นมีขนาดใหญ่มาก สระน้ำกว้างราวกับสระว่ายน้ำที่บรรจุด้วยน้ำใสสะอาด มีไอน้ำลอยขึ้นมาบางๆทั่วบริเวณ พื้นของห้องอาบน้ำนั้นปูด้วยแผ่นกระเบื้องสีสว่างสะอาดวาววับ แสงไฟดูสลัวแต่ก็ยังมองเห็นสิ่งต่างๆภายในได้อย่างชัดเจน
เหล่าขันทีน้อยนำอุปกรณ์อาบน้ำและผ้าคลุมมาแขวนไว้ ก่อนออกไปยืนเรียงแถวรอด้านนอก แสดงให้เห็นว่าฮ่องเต้ชอบการอาบน้ำด้วยตนเองและรักความเป็นส่วนตัว
เสี่ยวหู่ถูกอุ้มมาวางอยู่ข้างสระ สายตามัวแต่ตะลึงกับความโอ่โถงหรูหราของห้องอาบน้ำ รู้สึกตัวอีกทีก็โดนอุ้มลงสระแล้ว
“กรี๊ดดดดดด อย่าเพิ่ง ขอทำใจก่อน” “เหมียวๆๆๆ”
“ช่วงนี้บ่นเก่งนัก” ฮ่องเต้พูดพลางหยิบผ้ามาถูลงบนขนที่เปียกของเสี่ยวหู่ จากนั้นก็หยิบผงอะไรสักอย่างมาใส่ ดมจากกลิ่นแล้วน่าจะเป็นสมุนไพรผสมดอกไม้ กลิ่นสมุนไพรจางๆร่วมกับกลิ่นดอกไม้อ่อนๆ หอมกำลังดี
‘มีคนปรนนิบัติอาบน้ำ อย่างฟิน’ เพลินไปไม่เท่าไหร่ รู้สึกตัวอีกครั้ง ตอนโดนจับหงายท้องอาบน้ำ ตามองเห็นหน้าอกล่ำๆกับซิกแพคของฮ่องเต้ก็จ้องอย่างลืมตัว
‘อาศัยช่วงที่เป็นแมวนี่แหละ ทำอะไรไม่มีผู้ใดดูออก มันดีจริงๆนะเนี่ย’
‘เอ๊ะ เอวของฉันโดนอะไรอยู่นะ สังหรณ์ใจไม่ดีเสียแล้ว อย่าบอกนะว่า...’ ปฏิกิริยาร่างกายไวอีกครั้ง พยายามจะพลิกตัวให้พ้นจากสถานการณ์ที่น่ากระอักกระอ่วนใจ แต่แล้วก็พลาด ‘พรืดดดดดดด’ พลิกตัวได้แต่ไถลลื่น หน้าไปทิ่มกับความใหญ่โตของฮ่องเต้แทน อื้อหือออ เต็มๆหน้าของแมวน้อย
“อ๊ากกกกก” “หม๊าววววว” เสี่ยวหู่กรีดร้องด้วยความตกใจ แล้วก็พุ่งพรวดขึ้นมาจากน้ำ
เถียนจิ้งหลานในร่างเสี่ยวหู่นั่งอยู่ริมสระใจสั่นโครมคราม ตกใจก็ตกใจ เขินก็เขิน
ฮ่องเต้สะดุ้งเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นท่าทางของเสี่ยวหู่นั้นก็รู้สึกขำขันขึ้นมา “ฮ่าๆๆๆ” เขาหัวเราะไม่หยุด เสียงดังก้องห้องสรงน้ำ สายตามองเสี่ยวหู่ด้วยความเอ็นดูปนสมเพช
“เซ่อซ่าขึ้นนะ สมองมีปัญหาแน่ๆ”
ใครจะรู้ว่าในกาลต่อไป ไม่ได้มีแค่แมวตัวนี้ที่ฮ่องเต้มองว่าเซ่อซ่า
ฮ่องเต้หยิบผ้าที่เปียกมาบิดให้หมาด ลูบขนเสี่ยวหู่ให้สะอาดจนเสร็จ
“เจิ้นอาบน้ำต่อก่อน เจ้านั่งรอตรงนี้อย่าไปดื้อที่ไหนเสียล่ะ”
‘พ่อจ๋าแม่จ๋า ลูกไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้สัมผัสสิ่งนั้นจริงๆนะ จริ๊งจิ๊ง’
เถียนจิ้งหลานสติเกือบหลุด นอกจากเต็มหน้าแล้วยังเต็มตาอีกต่างหาก เธอภาวนาอย่าให้ฮ่องเต้พิศวาสสตรีเลย กลัวเจ็บระบมแทนพวกนางจริงเชียว
หากเถียนจิ้งหลานอยู่ในร่างสตรีตอนนี้แล้วล่ะก็ ฮ่องเต้คงได้เห็นใบหน้าที่แดงเถือกเหมือนเปลือกแก้วมังกร!!
หลังจากอาบน้ำ รับประทานอาหารเสร็จ ใจของแมวน้อยก็ยังสั่นตึกตักๆอยู่
‘คืนนี้ฉันคงนอนร่วมเตียงกับฮ่องเต้ไม่ได้ล่ะ แค่นี้ก็หัวใจสั่นจนแทบหลุดออกมาจากร่าง ถ้าโดนซุกพุงอีกคงไม่สามารถมีชีวิตต่อไปได้อีกแน่ๆ หัวใจวายตายก่อน’
คิดแล้วก็ค่อยๆย่องออกนอกตำหนัก กระโดดขึ้นผ่านคานที่มีองครักษ์เงาเฝ้าอยู่ เวลานี้เธอไม่สนใจคนหล่อแล้ว มุ่งหน้าไปยังหลังคาตำหนัก มองวิวทิวทัศน์ของพระราชวังในยามค่ำคืน
ดวงดาวส่องสกาวมากมายจนนับไม่ถ้วน ราวกับอัญมณีจำนวนมากที่แข่งกันเปล่งแสงพร่างพราว
เธอนึกถึงยุคสมัยที่จากมา มีแต่แสงไฟจากตึกสูงระฟ้าที่ยามกลางคืนก็ยังสว่างบดบังจนมองไม่เห็นดวงดาวบนท้องฟ้า
ระหว่างที่ดูดาวเพลินๆอยู่นั้น สายตาก็มองเห็นเงาดำผ่านไปมาหน้าประตูทางเข้าตำหนักเหอเซิ่ง
‘เวลาอย่างนี้ ทำไมองครักษ์วังหลวงกลับไม่สนใจนะ องครักษ์เงาก็ด้วย หรือว่ามีแต่ฉันที่มองเห็นกันแน่ เอาแล้วไง แมวนี่เป็นสัตว์ที่มีสัมผัสพิเศษหรือเปล่า ฉันต้องกลัวดีมั้ย จะกลับไปนอนใต้ผ้าห่มหรือจะตามไปดูดีนะ ถ้าหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวจะทำยังไง มือยาวแลบลิ้นปลิ้นตานี่ก็ไม่ไหว’
เธอคิดไปมาหลายตลบสุดท้ายความอยากรู้ก็ชนะความกลัว ‘ไปส่องดีกว่า’ แมวน้อยค่อยๆกระโดดลงจากหลังคาไปยังหน้าตำหนักเหอเซิ่ง
