บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 แมวน้อยเสี่ยวหู่

เธอนั่งลงบนเก้าอี้ได้ไม่นานก็มีเสียง ‘ฟึบ’ ดังขึ้นบนโต๊ะ และ ‘เหมียว’ ดังตามมา

ที่เห็นตรงหน้าคือแมวน้อยขนฟูสีส้ม ตาโตหน้ากลมกำลังวางท่าเย่อหยิ่งจองหอง

“น่ารักจัง ขอจับหน่อยนะ” เถียนจิ้งหลานมือไปไวกว่าเสียง เธอเอื้อมมือออกไปหมายลูบหัวเจ้าแมวน้อย

“เถียนเฟย ระวังเพคะ” เซียงหรูร้องอย่างตกใจ

“แฟร่ ” แมวน้อยขนยาวปรายหางตามองมาทางเธออย่างไม่พอใจ

เถียนจิ้งหลานสะดุ้งชักมือกลับทันที มือบางยกขึ้นมาลูบอกปลอบขวัญตนเองแทน จากนั้นถลึงตาใส่แมวน้อย ส่งเสียงดุออกไป

“ตัวแค่นี้ขู่เก่งเชียวนะ แมวของผู้ใดกัน”

ขันทีที่ติดตามตอบว่า “แมวทรงเลี้ยงของฝ่าบาทพะย่ะค่ะ”

ได้ยินดังนั้นเถียนจิ้งหลานก็ลุกขึ้น ก้มตัวลงมองก้นแมวตัวนั้น

“ขนาดแมวยังเป็นตัวผู้” เธอเบะริมฝีปากเล็กน้อยแล้วพูดต่อ “ข้าไม่รู้ชื่อเจ้า ตั้งชื่อเจ้าว่าการ์ฟีลด์ละกัน”

“คาเฟิน ชื่อแปลกดีนะเพคะ หรือให้หม่อมฉันไปถามชื่อเจ้าแมวตัวนี้ที่ตำหนักฝ่าบาทดีหรือไม่เพคะ”

“ไม่ต้องหรอก มีแค่ข้าเรียกชื่อนี้คนเดียวก็พอ” เถียนจิ้งหลานตอบพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาสัมผัสขนของแมวน้อยแทน

“เหมียว” เจ้าแมวส้มจ้องหน้าเถียนจิ้งหลาน ดวงตาแสดงออกให้เข้าใจได้ว่าไม่ชมชอบชื่อนี้ ว่าแล้วมันก็กระโดดลงจากโต๊ะ เดินจากไปอย่างไม่สนใจใยดี

เถียนจิ้งหลาน “?”

เธอนั่งรับลมชมทิวทัศน์โดยรอบสักพักก็เริ่มออกอาการเหม่อลอย นิ้วมือเรียวงามหมุนถ้วยชาที่อยู่บนโต๊ะกลับไปกลับมา

“เถียนเฟยจะรับขนมและน้ำชาไหมเพคะ”

เสียงที่ได้ยินฉุดเธอขึ้นจากภวังค์ สายตามองไปบนโต๊ะ เห็นลวดลายของโต๊ะเป็นตารางสี่เหลี่ยมเรียงกันหลายช่อง

เธอคิดถึงโต๊ะที่เคยเห็นในภพที่จากมา คิดว่าคงสามารถเดินหมากบนโต๊ะนี้ได้ มองสักพักก็เกิดความคิดหนึ่งแวบขึ้นมา

‘ฉันต้องรีบฝึกวิชา ถ้าสำเร็จจะได้ไปเที่ยวให้ทั่วทุกรัฐ จากนั้นค่อยหาหนทางกลับยุคปัจจุบัน’

ซิ่วฟางเห็นเถียนเฟยไม่ตอบเลยถามซ้ำ “เถียนเฟยเพคะ จะรับ...”

ยังพูดจบไม่จบก็ได้ยินเสียงของเถียนจิ้งหลานตอบกลับมา

“ข้าไม่ดื่มชา กลับตำหนักกันเถอะ” ร่างเล็กของเธอวิ่งกลับอย่างรวดเร็ว

นางกำนัลและขันทีต่างงุนงง เถียนเฟยเป็นอะไรทำไมถึงรีบร้อนเพียงนั้น

ภายในตำหนักซินหยวน เวลานี้เต็มไปด้วยเทียนที่ถูกจุดขึ้นมาอย่างสว่างไสว เถียนจิ้งหลานนั่งทบทวนวิชาทั้งทางความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมและจากตำราที่มี พร้อมกับบรรจงหยิบเข็มทิศที่ซือฝุส่งให้มาดู

“หากข้าฝึกวิชาแล้วสลบไม่ได้สติครบสามวัน ค่อยแจ้งเฉิงกงกงให้กราบทูลฝ่าบาท บอกว่าข้าไม่ได้เป็นอะไร ไม่นานก็ฟื้น แล้วก็แจ้งซือฝุให้รีบมาช่วยข้าด้วย”

เธอสั่งเสียกับเหล่านางกำนัลไว้ เพราะตอนนี้เป็นเพียงมือสมัครเล่น จะสำเร็จอย่างงดงามตั้งแต่ครั้งแรกแทบเป็นไปไม่ได้

เถียนจิ้งหลานนำเทียนมาเรียงเป็นเหมือนค่ายกลเลียนแบบในตำรา ส่วนเข็มทิศคิดเองว่าน่าจะวางไว้ตรงกลางของค่ายกลเทียน จากนั้นค่อยๆตั้งสมาธิและท่องวิชา พลังปราณค่อยๆทำให้เข็มทิศหมุนเป็นวงกลมทิศทางตามเข็มนาฬิกา แต่จู่ๆก็กลายเป็นหมุนทวนเข็มนาฬิกา เร็วขึ้นๆแล้วก็หยุดหมุนไปเสียดื้อๆ

โครม! เถียนจิ้งหลานล้มลงหมดสติอีกรอบ ที่เธอล้มเหลวในครั้งนี้เพียงเพราะว่าเธอเผลอผวนคำขณะท่องวิชา

‘อืม ตรงนั้นแหละ กำลังสบาย ลูบอีกๆเกาอีกๆ เอ๊ะ ใครมาลูบหัวเกาคางฉันเนี่ย ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงซะแล้ว’

เถียนจิ้งหลันค่อยๆลืมตามอง ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือบุรุษรูปงาม อายุประมาณยี่สิบสามยี่สิบสี่ปี ใบหน้าเนียนขาวดั่งหยกมันแพะ คางเรียวรับกับรูปหน้า คิ้วหนาเรียงเส้นสวยงาม ดวงตาหงส์มีกลิ่นอายของความสูงศักดิ์ นัยน์ตาสีน้ำตาลเปล่งประกาย จมูกโด่งได้รูป ริมฝีปากชมพูอ่อนอวบอิ่มกำลังดี ฝ่ามือเรียวยาวกำลังลูบหัวเธออยู่

เมื่อตั้งสติได้เธอถึงรู้สึกถึงความแปลกประหลาดที่ชายผู้นี้ดูตัวใหญ่กว่าเธอมาก ยังไม่รวมถึงการที่มาลูบหัวเธออย่างไร้มารยาท

“จ้องเจิ้นแบบนั้นทำไมเสี่ยวหู่” บุรุษรูปงามถามด้วยใบหน้าสงสัย

เถียนจิ้งหลานตอบไปว่า “เจ้าน่ะสิเป็นใคร ใครคือเสี่ยวหู่”

แต่เสียงที่ได้ยินจากปากตัวเองคือ “เหมียวๆๆๆ”

ด้วยความตกใจ เธอจึงลองพูดอีกรอบ “เหมียวๆๆๆ”

‘ไอหยา ฉันมาสิงอยู่ในร่างแมว ในวังนี่มีแมวกี่ตัวนะ และแมวตัวนี้ของผู้ใดกัน’

สมองยังไม่ทันประมวลผลอะไร แขนทั้งสองข้างก็ถูกบุรุษรูปงามจับกางออก จากนั้นใบหน้าหล่อเหลาก็ก้มลงมาซุกที่พุงน้อยๆ

“กรี๊ดๆๆ” เสียงกรี๊ดที่ไม่เป็นเสียงกรี๊ด ทำให้ผู้คนได้ยินเป็น “เหมียวๆๆ”

เถียนจิ้งหลานโวยวายไม่หยุด แม้ผู้คนจะฟังเสียงแมวไม่ออกก็ตาม

“สาวน้อยบริสุทธิ์อย่างฉันถูกกินเต้าหู้ โดนฟัดพุง แง ไอ้ผู้ชายบ้า ผู้ชายโรคจิต ชีวิตคิดแต่จะแกล้งแมวหรือไง”

“ขันทีอันพาเสี่ยวหู่ไปอาบน้ำด้วย” บุรุษรูปงามเอ่ยขึ้น จากนั้นหันมาจ้องหน้าแมวน้อย

“เจ้าไปแอบซนที่ตำหนักไหนมา กลิ่นหอมจนเหม็น”

เถียนจิ้งหลานหยุดดิ้น หมั่นไส้ในใจ

‘แหม แค่กลิ่นน้ำหอมก็ไม่ชอบ เรียกแทนตัวเองว่าเจิ้นอีก รู้แล้วล่ะว่าผู้ชายคนนี้คือใคร โอรสมังกรเลิกคิดได้เลย เลี้ยงลูกแมวไปละกัน’

ขันทีอัน ชื่อเต็มว่าอันหย่วนหัง เป็นขันทีน้อยรูปร่างค่อนข้างอ้อนแอ้นบอบบาง หน้าตาตามแบบฉบับหนุ่มน้อยจิ้มลิ้มน่ารัก เดินค้อมหลังนอบน้อมเข้ามาอุ้มเสี่ยวหู่อย่างเบามือ

‘อุ้ย หน้าตาดีจัง น่ารักมาก’ เถียนจิ้งหลานเห็นความงามของขันทีน้อยก็เคลิ้มไปครู่หนึ่ง ก่อนนึกถึงเรื่องสำคัญว่าต้องอาบน้ำ

“น้ำอุ่นหรือน้ำเย็น ถ้าน้ำเย็นข้าไม่อาบนะ” “แง๊วๆๆ”

ฮ่องเต้เลิกคิ้วขึ้นด้วยความฉงน

“เจ้าบ่นอะไรของเจ้า ทำเป็นแมวเพศเมียขี้บ่นไปได้ อาบน้ำเสร็จเจิ้นถึงจะให้กินอาหาร”

‘หวังว่าสมัยนี้คงไม่มีอาหารเม็ดนะ ฉันเพิ่งลิ้มรสอาหารชาววังไปไม่กี่มื้อเอง ต้องมากินอาหารแมวซะแล้ว น่าอนาถนัก’

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel