บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 ทบทวนความจำ

“เถียนเฟยเพคะ ซือฝุฝากของพร้อมจดหมายมาให้เพคะ”

“ซือฝุฝากมาอย่างนั้นหรือ” เถียนจิ้งหลานทวนคำอย่างงุนงง นึกย้อนว่าเถียนเฟยผู้นี้เรียนอะไรมาบ้าง เธอเอื้อมมือบางรับจดหมายมาพร้อมเปิดอ่านข้อความข้างใน

‘ของสิ่งนี้สามารถช่วยให้ฝึกวิชาสลับร่างสำเร็จได้ แต่ต้องฝึกสติ สมาธิและจิตให้ประสานกัน อย่าผลีผลาม มิฉะนั้นจะส่งผลร้าย ทำให้จิตวิญญาณหลุดออกไปสิงร่างสิ่งมีชีวิตอื่นโดยไม่สามารถควบคุมได้’

อ่านจบก็บรรจงหยิบของในกล่องไม้ขนาดเท่าฝ่ามือออกมา ของสิ่งนั้นถูกห่อหุ้มด้วยผ้าไหมชั้นดี เมื่อเปิดผ้าออกมาก็พบว่าภายในนั้นเป็นเข็มทิศโบราณทำมาจากสำริด ด้านข้างมีสัญลักษณ์ที่ไม่ใช่ภาษาของรัฐนี้ มองไม่ออกว่าจะนำมาฝึกวิชาได้อย่างไร

‘ฉันย้อนมาในสมัยที่มีการสร้างเข็มทิศแล้วหรือ แต่ดูจากข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ยุคนี้น่าจะเป็นช่วงก่อนที่มีการบันทึกว่ามีการสร้างเข็มทิศนะ’

มือน้อยหยิบเข็มทิศพลิกกลับไปมา

‘สิ่งนี้ใช้อย่างไรกัน คงไม่ได้เป็นวิชาต้องห้าม เพียงแค่อย่าให้ผู้อื่นรับรู้ว่ากำลังฝึกวิชานี้ ซึ่งน่าจะปลอดภัยที่สุด’

เมื่อสำรวจเสร็จแล้ว เธอจึงเก็บเข็มทิศด้วยความระมัดระวัง ทันใดนั้นก็คิดฟุ้งซ่านขึ้นมาว่า ตนกับเถียนเฟยผู้นี้วิญญานอาจจะสลับร่างข้ามภพกันก็เป็นได้ หากตั้งใจฝึกวิชาจนสำเร็จก็อาจจะได้สลับร่างอีกครั้ง

‘ว่าแต่อาหารบนโต๊ะยั่วน้ำลายยิ่งนัก ขอจัดการอาหารตรงหน้าก่อนดีกว่า’

พอท้องอิ่ม เถียนจิ้งหลานก็เรียกนางกำนัลและขันทีที่รับใช้ภายในตำหนักมาทั้งหมด เธอทำความรู้จักและทบทวนหน้าตากับชื่อไปพร้อมกัน นอกจากนั้นยังได้สอบถามถึงบรรดาพระสนมที่ฮ่องเต้รับเข้ามาในวัง จึงรู้ว่าฮ่องเต้แต่งตั้งสนมชั้นเฟยเข้าวังมาพร้อมกันสี่คน สนมขั้นต่ำกว่านี้ไม่ได้รับเข้าวังมา หากผู้ใดสามารถตั้งครรภ์โอรสมังกรได้ จึงจะปรับตำแหน่งเป็นฮองเฮา หวงกุ้ยเฟยและกุ้ยเฟย เพียงแต่ตำแหน่งเหล่านี้จะแต่งตั้งเมื่อไหร่ก็ไม่มีผู้ใดทราบ เนื่องจากฮ่องเต้ยังไม่โปรดให้พระสนมองค์ใดได้ปรนนิบัติรับใช้เลยสักครั้ง ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นพระสนมองค์ใดล้วนไม่คุ้นหน้าคร่าตาของฮ่องเต้

ได้รับรู้เรื่องราวเช่นนี้ เถียนจิ้งหลานอดที่จะถอนหายใจไม่ได้ เธอเหมือนได้เกิดใหม่อีกครั้งทั้งยังมีสามีเป็นตัวเป็นตน แต่สามีก็ไม่ได้สนใจ หากฮ่องเต้รูปงามและคลั่งรักเหมือนในซีรีส์ที่เคยดูมา การได้อุ่นเตียงนั้นก็คงจะดีมิใช่น้อย

อุ่นเตียงแล้วค่อยสลับร่างกลับก็ไม่ได้เสียหายอะไร เถียนเฟยผู้นี้อาจจะได้รับความโปรดปรานมากขึ้น

พอคิดเช่นนั้นแก้มใสก็เริ่มแดงระเรื่อ เมื่อเธอรู้สึกตัวจึงยกมือบางตบแก้มตัวเองฉาดหนึ่ง ‘ยายบ้านี่ ทำไมทะลึ่งอย่างนี้’

ก่อนข้ามภพมาเธอเป็นสาวสวยที่ไม่เคยสัมผัสชายใด แม้จะมีหนุ่มหล่อมาขายขนมจีบไม่ขาดสาย แต่เธอก็ยังสงวนท่าที วางแผนไว้ว่าเรียนจบทำงาน อายุยี่สิบปลายสามสิบต้นๆค่อยแต่งงาน

แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะได้มีชีวิตคู่ที่เหมือนในนิยายโรมานซ์ หรือต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวตลอดชีวิต

“เถียนเฟยจะเสด็จไปชมสวนดอกไม้หรือไม่เพคะ” เสียงของซิ่วฟางเอ่ยถามขึ้น

“อืม ไปหน่อยก็ดี ข้าอยู่ในตำหนักหลายวันรู้สึกอึดอัดอยู่ไม่น้อย ไปรับลมชมวิวข้างนอกก็ดีเช่นกัน”

สวนในพระราชวังนั้นมีขนาดใหญ่มาก ตรงกลางมีสระน้ำที่เปรียบได้กับทะเลสาบขนาดย่อม น้ำในสระมีสีเขียวมรกต เมื่อกระทบกับแสงอาทิตย์ก็ส่องประกายระยิบระยับ

ฝั่งขวาของสระมีตำหนักริมน้ำที่ถูกสร้างขึ้นอย่างวิจิตร เสาไม้สีแดงสด ระเบียงและช่องลมเป็นไม้ที่ถูกฉลุลายอย่างประณีต ทาด้วยสีแดงเช่นเดียวกับตัวเสา หลังคาใช้กระเบื้องขนาดเล็กสีขาวเรียงกันอย่างละเอียดบรรจง

ริมสระน้ำปลูกต้นไม้ทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ไม้พุ่มและไม้ขนาดเล็กรายเรียงสลับกัน ใบไม้สีเขียว สีเหลือง สีส้ม สีแดง ประชันโฉมกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ส่วนอีกฝั่งของสระน้ำตรงข้ามกับศาลาเป็นภูเขาจำลอง ทางเดินขึ้นภูเขาประดับด้วยหินรูปร่างสวยงามแปลกตาเป็นจำนวนมาก

เมื่อเดินไปยังตำหนักริมน้ำ ด้านหลังตำหนักเป็นสวนดอกไม้กว้างสุดลูกหูลูกตา มวลดอกไม้นานาพันธุ์มีแทบทุกสีที่สามารถพบได้บนผืนแผ่นดินนี้ สระน้ำที่อยู่ในบริเวณสวนที่นี่ไม่ใหญ่มากนัก มีสะพานไม้ทอดข้ามผ่าน ในสระเต็มไปด้วยดอกบัวสีชมพูบานสะพรั่งเบียดกันจนมองไม่เห็นพื้นน้ำ ข้างสระมีศาลาหลังน้อยสำหรับนั่งพักชมวิว ภายในศาลาถูกตั้งด้วยโต๊ะน้ำชาสวยงามขนาดกะทัดรัด

เถียนจิ้งหลานเห็นภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็พลันอดชื่นชมไม่ได้ ก่อนมาภพนี้เธอก็ชอบไปเที่ยวชมสวนโบราณหลายๆที่ ไม่ว่าจะปักกิ่ง ซูโจว หางโจวหรือเมืองที่มีชื่อเสียงต่างๆก็ยังสวยเท่ากับภาพที่เห็นตรงหน้าไม่ได้ ไม่ใช่ว่าในโลกปัจจุบันไม่สวย เพียงแต่สวนเหล่านั้นพอผ่านกาลเวลานับร้อยนับพันปีก็ย่อมมีชำรุดทรุดโทรมเป็นธรรมดา

พลันเห็นข้อดีอย่างหนึ่งที่เธอได้มาที่นี่ก็คือ ไม่ต้องเสียค่าบัตรเข้าชมสวน และไม่ต้องเที่ยวแข่งกับเวลา

“ทำไมในสวนที่สวยกลับเงียบสงบเช่นนี้” เถียนจิ้งหลานรำพึงเบาๆ

ซิ่วฟางได้ยินเถียนเฟยกล่าวก็รีบตอบ

“ในวังหลังแทบไม่มีพระสนมเลยเพคะ หงเฟยและเว่ยเฟย มักจะออกมาชมสวนช่วงเย็นแต่ก็ไม่ทุกวัน สวนดอกไม้ในตำหนักของไทเฮาก็สวยและใหญ่อยู่แล้ว ไทเฮาจึงไม่ค่อยเสด็จมาสวนแห่งนี้ ส่วนฝ่าบาทไม่เสด็จมา เพราะเห็นว่าเป็นบริเวณสำหรับสตรีพักผ่อนหย่อนใจ เถียนเฟยก็รู้อยู่ว่าฝ่าบาท...”

“ข้ารู้ ฝ่าบาทไม่โปรดปรานสตรีข้าจำได้ ไปนั่งเล่นที่ศาลากันเถอะ”

เถียนจิ้งหลานไม่กล่าวมากความ เดินนำไปยังศาลาหลังน้อยนั้นอย่างรวดเร็ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel