บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6 พื้นจากความตาย..สายตาที่เปลี่ยนไป

“ฮองเฮา... ฮองเฮาเพคะ! ทรงลืมตาขึ้นมาเถิดเพคะ!”

เสียงร่ำไห้ปานจะขาดใจของสตรีผู้หนึ่งดังก้องอยู่ในมโนสำนึกอันพร่าเลือน ความรู้สึกหนักอึ้งและเย็นเยียบกัดกินไปทั่วสรรพางค์กาย ราวกับร่างทั้งร่างถูกกดทับด้วยศิลาก้อนมหึมาใต้ห้วงลึกของสระบัวหลวง

“หวง อวี่เฟย” พยายามไขว่คว้าหาอากาศหายใจเฮือกสุดท้าย ทว่าสิ่งที่สูดเข้าปากกลับมีเพียงความทรงจำอันเจ็บปวด วินาทีที่กบฏบุกยึดวังหลวง สวามีผู้เป็นฮ่องเต้สิ้นพระชนม์ชีพกลางสนามรบ และตัวนางผู้เป็นมารดาแห่งแผ่นดินยอมทิ้งร่างดิ่งลงจากหอระฆังเพื่อรักษาเกียรติยศแห่งราชวงศ์...

เฮือก!

ร่างบางบนเตียงผู้ป่วยสะดุ้งสุดตัว เปลือกตาเปิดโพลงขึ้นพร้อมกับเสียงสูดอากาศเข้าปอดอย่างรุนแรง หน้าอกกระเพื่อมไหวอย่างหนักหน่วง สายตาที่เคยว่างเปล่าของหลินเมิ่งเหยา บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยแววตาคมกริบ ดุดัน และทรงอำนาจอันลึกล้ำ... สายตาของพญาหงส์ผู้เคยอยู่เหนือคนนับหมื่น!

“ฟื้นแล้ว! คุณหนูฟื้นแล้วครับคุณท่าน!” เสียงเอะอะโวยวายรอบตัวทำให้หวงอวี่เฟยต้องนิ่วหน้า นางกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความตระหนก ทว่าใบหน้ากลับยังคงนิ่งสนิทดุจสลักจากหยก

ที่นี่ที่ใดกัน? เหตุใดผนังจึงเป็นสีขาวแปลกตา แสงไฟบนเพดานสว่างจ้าแสบตาจนต้องหรี่มอง และบุรุษสตรีในชุดแปลกประหลาดที่รุมล้อมนางอยู่นี้คือใคร? ลมปราณในร่างช่างปั่นป่วน และเสื้อผ้าที่นางสวมใส่ก็บางเบาพิกล

“เมิ่งเหยา! ลูกพ่อ! แกฟื้นแล้วจริงๆ!” หลิน เจิ้นหัว ที่เพิ่งหายช็อกขยับกายถลาเข้ามาเกาะขอบเตียง น้ำตาไหลพรากด้วยความดีใจ เช่นเดียวกับหลิน เฉิงซี ที่รีบเข้ามาดูอาการน้องสาว

อวี่เฟยเบี่ยงตัวหลบสัมผัสของชายแปลกหน้าโดยสัญชาตญาณ คิ้วเรียวงามขมวดม้วน น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นราบเรียบ ทรงอำนาจ และเย็นเยียบจนคนในห้องถึงกับชะงัก

“พวกเจ้าเป็นใคร? เหตุใดจึงบังอาจมาแตะต้องตัวเรา... และที่นี่คือกองปราบหรือสำนักใดกัน?”

เจิ้นหัวและเฉิงซีหันมามองหน้ากันด้วยความตกใจ หมอและพยาบาลรีบเข้ามาตรวจม่านตาและระบบประสาททันที เมิ่งเหยา (ในร่างอวี่เฟย) ยอมให้นั่งตรวจนิ่งๆ เพราะนางฉลาดพอที่จะรับรู้ว่า ตนเองในยามนี้ไร้ซึ่งกำลังภายใน และสถานการณ์รอบตัวช่างประหลาดล้ำเกินกว่าจะโวยวาย

ขณะที่หมอกำลังวินิจฉัยว่าเธออาจมีอาการสมองกระทบกระเทือนชั่วคราว ความทรงจำแปลกปลอมสายหนึ่งก็พุ่งทะลักเข้าสู่สมองของอวี่เฟยอย่างรุนแรง!

ภาพวิดีโอ การแต่งหน้า แฟลชกล้อง กระเป๋าแบรนด์เนม เสียงด่าทอ พฤติกรรมเหวี่ยงวีน และความล่มสลายของสตรีนางหนึ่งที่ชื่อ “หลิน เมิ่งเหยา” ไหลบ่าเข้ามาดั่งเขื่อนแตก อวี่เฟยหลับตาลง นิ่งสงบสติอารมณ์ในครู่ใหญ่... ‘ที่แท้ เราก็วิญญาณสลายจากยุคต้าฉิน แล้วมาเข้าร่างของสตรีไร้ยางอายผู้หนึ่งในโลกอนาคตงั้นรึ?’

ฮองเฮาผู้เจนจบเรื่องวังหลังลอบถอนหายใจในอก สตรีนางนี้มีต้นทุนชีวิตที่ดีเลิศ มีครอบครัวคอยรักและหนุนหลัง แต่นิสัยกลับโง่เขลา เบาปัญญา ใช้แต่อารมณ์จนพาตัวเองดิ่งลงเหว แตกต่างจากนางที่ต้องสู้รบตบมือในวังหลังจนได้นั่งบัลลังก์หงส์

บ่ายวันนั้น อาการของเมิ่งเหยา (อวี่เฟย) เริ่มคงที่ เฉิงซีเปิดทีวีในห้องผู้ป่วยทิ้งไว้เพื่อติดตามข่าวสาร แต่อวี่เฟยกลับจ้องมอง “กล่องสี่เหลี่ยมมีภาพเคลื่อนไหว” นั้นด้วยความสนใจ จนกระทั่งภาพข่าวด่วนช่องบันเทิงปรากฏขึ้นพร้อมเสียงผู้ประกาศข่าวที่เต็มไปด้วยการจิกกัด

“...อัปเดตอาการล่าสุดของอดีตซุปตาร์ขี้วีน หลิน เมิ่งเหยา หลังจากทนกระแสสังคมประณามไม่ไหวจนต้องขับรถไปกระโดดน้ำชานเมือง ล่าสุดแพทย์ช่วยชีวิตไว้ได้ทัน แหล่งข่าววงในกระซิบมาว่า งานนี้อาจจะเป็นแค่แผน ‘เรียกร้องความสนใจ’ ของเจ้าตัว เพื่อเรียกคะแนนความสงสารกู้ชื่อเสียงที่พังยับเยิน แหม... ลงทุนเจ็บตัวขนาดนี้ สังคมจะยอมให้อภัยมารยาบทใหม่นี้ไหมคงต้องติดตามกันค่ะ...”

“พวกปากหอยปากปู! มันจะมากเกินไปแล้ว!” เฉิงซีสบถด้วยความโมโหพลางจะกดปิดทีวี

“ประเดี๋ยวค่อน...” เสียงเรียบๆ ของอวี่เฟยรั้งมือพี่ชายไว้

เฉิงซีหันมามองน้องสาวด้วยความแปลกใจ หากเป็นหลินเมิ่งเหยาคนเดิม ได้ยินข่าวประณามตัวเองขนาดนี้ คงกรีดร้อง อาละวาดปาข้าวของพังห้องผู้ป่วยไปแล้ว แต่สตรีที่นั่งอยู่บนเตียงในเวลานี้ กลับมีท่าทีสงบนิ่งดุจขุนเขา ดวงตานิ่งลึกคล้ายสระน้ำโบราณ ไม่มีแม้แต่แววตาแห่งความอับอายหรือกราดเกลี้ยว มีเพียงรอยยิ้มมุมปากที่เหยียดออกน้อยๆ

“เรียกร้องความสนใจงั้นรึ? ช่างเป็นคำกล่าวยัดเยียดที่ไร้รสนิยมเสียจริง” อวี่เฟยเอ่ยพลางยกมือเรียวขึ้นตรวจดูเล็บมือของตนเอง ท่าทางนิ่งสงบ วาจาฉะฉาน และแผ่รังสีแห่งความสูงศักดิ์ออกมาโดยที่นางไม่ได้ตั้งใจ ทำเอาเฉิงซีถึงกับเบิกตากว้าง

น้องสาวของเขา... เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ราวกับว่าคนที่ฟื้นขึ้นมาจากความตายตรงนี้ ไม่ใช่หลินเมิ่งเหยาคนเดิมที่แสนโง่เขลาและเอาแต่ใจอีกต่อไปแล้ว!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel