บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 : เกาเซียวเสวียน

“เซียวเสวียน” น้ำเสียงเข้มงวดของผู้เป็นแม่ดังขึ้นใกล้หู ทำให้เกาเซียวเสวียนในวัยหกขวบหยุดการกระทำลงทันที พลางเงยหน้าอ้อนวอนผู้เป็นมารดาเพียงแค่เล่นสนุกอีกสักนิด แต่ก็ต้องยอมแพ้เพราะนอกจากจะมีตะกร้าไม้ในมือยังไม่ลืมถือแส่มาด้วย ท่านแม่ช่างรอบครอบเสียจริง เมื่อไร้โอกาศอ้อนวอนเซียวเสวียนจึงเดินคอตกไปหาผู้ให้กำเนิดทันที พลางค้อมหัวเอ่ยอำลาให้กับคุณหนู

เข่อชิงลอบยิ้มทะเล้นให้กับเซียวเสวียนจนทั้งคู่อดขำไม่ได้ ในมือน้อยถือตุ๊กตาเสือทำจากผ้าไหมปักลวดลายมงคลเนื้อดีที่สุดในซีหยวนยัดด้วยนุ่นราคาแพงขึ้นมาแนบอกด้วยความหวงแหน ก่อนที่จะโบกมือลาให้เซียวเสวียน

จูเข่อชิงร่างกายอ่อนแอว่ากันว่านางป่วยเป็นโรคไอเย็นหยินหยางในร่างกายไม่สมดุลเพราะคลอดก่อนกำหนดและต้องอากาศเย็นในวันที่เกิด ใต้เท้าจูและฮูหยินต่างเชิญหมอทั่วทั้งแคว้นเว่ยมารักษาอาการดีขึ้นได้สักพักก็กลับมาเป็นหนักอีกเป็นเช่นนี้เสมอ ด้วยอาการป่วยที่มิอาจรักษาให้หายขาดออกไปเที่ยวเล่นนอกจวนเช่นเด็กทั่วไปก็ทำไม่ได้ เซียวเสวียนจึงเป็นสหายรักคนเดียวของนาง

“บ่าวขอตัวก่อนเจ้าค่ะ” เซียวเสวียนเอ่ยก่อนที่จะเดินจาก ไปสายตาสอดส่องไปหาผู้เป็นแม่เหลือบเห็นผ้าเต็มตะกร้าไม้ นางก็รู้ทันทีว่าแม่จะพานางไปที่ใด หน้าที่ของซิ่วเม่ยนอกจากจะต้องไปหาบน้ำมาเติมในอ่างและถังไม้ในห้องของฮูหยิน หน้าที่ซักผ้าของเรือนฮูหยินก็เป็นหน้าที่ของนางด้วยเช่นกัน ตั้งแต่จำความได้ท่านก็ทำหน้าที่เช่นนี้มาตลอด

เส้นทางการเดินมาที่ลำธารสายนี้ล้วนเต็มไปด้วยความทรงจำของสองแม่ลูก ครั้นเซียวเสวียนยังเป็นทารกแม่ของนางก็จะให้นางขี่หลังแล้วเอาผ้าผืนยาวเกี่ยวพันมัดไว้ไม่ให้นางร่วงตกสู่พื้น แผ่นหลังเล็กที่บอบบางของท่านแม่กลับให้ความรู้สึกที่อบอุ่นและแข็งแกร่ง ลานหินข้างลำธารซักผ้าเป็นที่แรกที่เซียวเสวียนน้อยหัดเดิน เป็นที่แรกเซียวเสวียนเอ่ยเรียกซิ่วเม่ยว่าแม่

เซียวเสวียนมักจะติดตามผู้เป็นมารดาออกมาซักผ้าและตักน้ำที่ลำธารเสมอ มันเป็นทางเดียวที่จะทำให้นางได้เห็นสิ่งต่างๆนอกจวน แม้จะได้ออกมาบ่อยครั้งแต่ก็อดตื่นเต้นไม่ได้เสมอทุกสิ่งล้วนแปลกใหม่

ลำธารขนาดใหญ่ถูกโอบล้อมด้วยป่าน้อยใหญ่โดยมีต้นน้ำอยู่บนภูเขาสูงสุดลูกหูลูกตาที่ไหลกันลงมา ในฤดูหนาวใบไม้ที่เคยเขียวชะอุ่มอยู่เต็มต้นก็พลัดใบร่วงหล่นสู่พื้นดินแต่ประเดี๋ยวก็แปรเปลี่ยนเป็นใบเขียวงอกงามขึ้นมากอีกครั้งช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก

เซียวเสวียนชอบลำธารมากๆ บางครั้งก็นอนบนโขดหินปล่อยขาเล็กห้อยลงมาปล่อยน้ำใสเย็นไหลผ่านปลายเท้าให้ความรู้สึกจั๊กจี้เล็กๆ บ้างก็นอนแช่ในแอ่งน้ำเล็กตามโขดหินอย่างสนุกสนาน ผู้คนหลากหลายแวะเวียนมาบ้างก็ซักผ้า บ้างก็อาบน้ำ บ้างก็ร่วมร้องเพลงอย่างสนุกสนานก่อนจะลาจากกันไปในแต่ละวัน

เกาเซียวเสวียนมักนำสิ่งต่างๆที่นางได้พบเจอกลับไปเล่าให้คุณหนูฟังด้วยความตื่นเต้นเสมอ จูเข่อชิงเมื่อได้ฟังเรื่องราวที่น่าอัศจรรย์จากปากเล็กจิ้มลิ้มของเซียวเสวียนที่คอยบอกเล่า นางก็ได้แต่ทำใบหน้าเศร้าปนนิ่งเฉยทำให้คนที่พบเจอพลอยหงอยเหงาไปด้วย เมื่อรู้ดีว่าสุขภาพของคุณหนูไม่แข็งแรงจากนั้นทุกครั้งที่ออกมาจากจวนและมาซักผ้าที่ลำธารเซียวเสวียนมักจะเลือกเก็บก้อนหินก้อนเล็กน้อยที่รูปทรงและสีสันสวยงามประหาดตาจากลำธารไปฝากคุณหนูเสมอ

เวลาล่วงเลยจากยามเว่ย แปรเปลี่ยนเป็นยามเซิ่น กว่าที่ผ้าซักจำนวนมากจนเสร็จก็ทำให้ซิ่วเม่ยต้องปาดเหงื่อออกจากหน้าผากสวยอยู่หลายหน เมื่อจัดเรียงผ้าใส่ในตระกร้าไม้เรียบก็แบกตะกร้าขึ้นขณะเดียวกันก็สอดส่ายสายตามองหาลูกสาวตัวน้อยที่กำลังก้มๆเงยๆอยู่ที่ลานหินขนาดใหญ่ข้างลำธาร ก่อนจะเดินเข้าไปหาแล้วลูบศีรษะด้วยความรัก

“เซียวเสวียนแม่ว่าเรากลับกันเถิดลูก” เมื่อแม่พูดเสร็จเซียวเสวียนน้อยก็พยักหน้าตอบรับคำพร้อมกับยื่นมือไปจับมารดาก่อนจะเดินจากไปทิ้งให้ลำธารสายนี้อยู่เบื้องหลัง ทั้งสองเดินเคียงคู่กันไปได้ชั่วครู่ก็เจอกับท่านยาย นางไม่ใช่เพียงแค่บ่าวรับใช้นางเป็นถึงแม่นมของผู้ตรวจการไห่อีกด้วย คนทั้งสามต่างยิ้มให้กันด้วยความสนิทสนม

“เซียวเสวียนสวัสดีท่านยายเจ้าค่ะ” ร่างเล็กของเซียวเสวียนเมื่อกล่าวทักทายเสร็จจึงวิ่งไปกอดท่านยายด้วยความคิดถึง ความสูงเพียงน้อยนิดทำให้ท่านยายต้องก้มตัวลงเพื่อมองใบหน้าจิ้มลิ้มปนซุกซนที่คลอเคลียอยู่กับหน้าขา

“โถ...เสวียนเสวี่ยนน้อยของข้า...เจ้ากอดแน่นเกินไปแล้ว” เสียงแหบแห้งสั่นเครือเล็กน้อยของผู้ที่ผ่านเรื่องร้อนหนาวมาแล้วถึงเจ็ดสิบปีเอ่ยขึ้น พลางลูบศีรษะของเซี่ยวเสวียนด้วยความเอ็นดู ท่าทางแสนน่ารักของเด็กน้อยเรียกรอยยิ้มของหญิงชราได้ไม่ยาก

“ท่านยาย ท่านสบายดีหรือไม่” ซิ่วเอ่ยถามสารทุกข์สุกดิบของหญิงชราตรงหน้าด้วยความเป็นห่วง หลังจากที่ไม่ได้พบท่านยายที่ลำธารมาหลายเดือน พอสอบถามสาวใช้คนอื่นๆที่มาที่นี้ก็ได้ความว่านางป่วยอิดออดมาตั้งแต่หน้าหนาวที่แล้วและอาการได้ทรุดหนักในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

“สบายดีเจ้าไม่ต้องเป็นกังวลไป ข้ายังแข็งแรงดี” หญิงสาวผมสีดอกเลา น้ำเสียงแหบแห้งแฝงอ่อนโยนเอ่ยขึ้น โบกมือเชิงบอกว่านางสบายดีและเลิกถามเซ้าซี้ได้แล้ว

“ให้ข้าช่วยท่านนะเจ้าคะท่านยาย ข้าซักผ้าได้ว่องไวยิ่งนัก” ซิ่วเม่ยเอ่ยอาสาด้วยความเต็มใจ

“ไปเถอะ ข้าไม่เป็นไร” เจ้าของเรือนผมสีขาวเอ่ยกับสองแม่ลูกตรงหน้า

ซิ่วเม่ยและเซียวเสวียนเอ่ยอำลาท่านยาย เมื่อเห็นว่าเวลาล่วงเลยมามากแล้ว มือเหี่ยวย่นโบกมือพลางไล่ให้คนทั่งคู่เดินจากไปพร้อมกับแววตาที่บ่งบอกว่า ‘ข้ายังแข็งแรงดี’ มีเพียงเซียวเสวียนที่ทำท่าทางราวกับไม่อยากจากไป

“เสวียนเสวี่ยนน้อย ยายมีของมาให้เจ้า” เมื่อได้ยินดังนั้นเซียวเสวียนก็รีบเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าตื่นเต้นปนดีใจพร้อมทั้งยิ้มกว้างอย่างไม่เก็บอาการ ท่านยายมักจะใจดีเช่นนี้เสมอ ขนมอร่อยที่เซียวเสวียนชอบก็ได้มาจากท่านยายเช่นกัน สายตาเล็กลอบมองไปทางแม่ของตนที่เดินจากไปก่อนหน้า เมื่อเซียวเสวียนรู้ตัวว่าตนไม่สำรวมกิริยาจึงพยายามรักษาท่าทางให้เรียบร้อยหน้ามองมากขึ้นก่อนที่จะเอ่ยขอบคุณเสียงดัง

“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านยาย เซียวเสวียนชอบมันเจ้าค่ะ” ท่าทางดีใจกระโดดโลดเต้นตามประสาเรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มจากหญิงชราได้ไม่ยากเย็น มือเล็กรับตุ๊กตาผ้ามาไว้ในมือก่อนที่จะเอ่ยขอบคุณซ้ำไปซ้ำมา สายตาเล็กเหลือบมองผู้เป็นมารดาด้วยสายตาออดอ้อน ราวกับต้องการบอกว่านางชอบของที่ท่านยายให้มากจริงๆข้าขอรับไว้เถิดนะเจ้าคะ

เมื่อเห็นว่าท่านแม่มองมาที่นางด้วยสีหน้าปนสงสัยแต่ไม่ได้เอ่ยสิ่งอื่นใดอีก ด้วยความว่องไวเซียวเสวียนจึงรีบซ่อนตุ๊กตาผ้าไว้ด้านหลังก่อนจะส่ายหน้าพัลวันราวกับต้องการบอกว่าข้าไม่ได้รับของจากท่านยายเจ้าค่ะ เมื่อซิ่วเม่ยคลายสงสัยเซียวเสวียนจึงหันมาขอบคุณและเอ่ยอำลาท่านยายก่อนวิ่งไปหาผู้เป็นแม่ พลางกอดดมของเล่นชิ้นนี้ด้วยความรักใคร่ เซียวเสวียนชูมือน้อยโบกลาท่านยายอีกหลายคราและเดินจากไป

สองแม่ลูกใช้เวลาเดินราวสองเค่อ กว่าจะถึงถนนที่เต็มไปด้วยบ้านเรือน ผู้คนที่เสร็จการการทำไร่ ทำสวนก็เริ่มเดินกลับเรือนที่พักเสียงพูดคุยทักทายดังตลอดสองข้างทาง เมื่อกลิ่นอาหารหอมหวนก็ชวนให้ท้องร้องอย่างห้ามไม่ได้ ร้านค้ามากมายเก็บข้าวของก่อนที่จะเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับเช้าวันถัดไป บ้างก็มีร้านเล็กใหญ่ที่เปิดรับลูกค้าอยู่เช่นเดียวกัน หากเดินตรงตามถนนสายนี้ไปสักพักก็จะพบกับหอชุนเทียนตั้งตระง่านอยู่ใจกลางของถนนเส้นนี้ แม้ในช่วงเวลากลางวันจะดูเงียบเชียบแต่ยามค่ำคืนผู้คนขวักไขว่พลุกพล่าน สตรีน้อยใหญ่มายืนต้อนรับเสียงดนตรีเล็ดคลอเคล้าชวนให้บรรยากาศคึกครึ้น อาหารเลิศรส สุราชั้นดีและสาวงามล้วนหาได้จากหอชุนเทียน

ถัดจากหอชุนเทียนก็จะเจอร้านค้าสลับกับบ้านเรือน ถนนแยกจากสองเป็นสามสาย เดินต่อไปอีกราวหนึ่งเค่อก็จะถึงจวนสกุลจู ส่วนจวนของผู้ตรวจการไห่ห่างไปอีกเพียงชั่วเวลาจิบชาหนึ่งถ้วย เท่านั้น

เมื่อถึงเวลาเข้านอนภายในจวนก็เงียบสนิท กว่าที่ซิ่วเม่ยจะทำทุกอย่างเสร็จ ก็พบว่าลูกสาวตัวน้อยผล็อยหลับด้วยความเหนื่อยล้า เซียวเสวียนคงหลับด้วยท่าทางที่สบายตัวอีกทั้งตกอยู่ในภวังค์ความฝันแสนหวานมุมปากเล็กจึงยกยิ้มขึ้น

ซิ่วเม่ยเห็นผ้าห่มตกอยู่ที่พื้นจึงหยิบขึ้นมาสะบัดเสียงดังสามสี่ครั้งก่อนนำไปเก็บไว้ในถังไม้เพื่อรอซัก เผยให้เห็นตุ๊กตาเสือมงคลตัวน้อยหล่นลงพื้น เมื่อหยิบจับขึ้นมาพิจารณาด้วยความสงสัยอยู่ชั่วครู่ก่อนจะนำไปเก็บไว้ที่ตู้ไม้พร้อมกับเพื่อหยิบผ้าห่มสีขาวหม่นสะอาดตาผืนใหม่ออกมาปกคลุมร่างกายเล็กของเซียวเสวียนไม่ให้ต้องลมเย็น ก่อนที่จะแทรกกายไปใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันและถูกค่ำคืนแห่งนิทรากลืนกินในที่สุด

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel