ตอนที่ 8 ขอคืนดี
ตอนที่ 8
ขอคืนดี
“เมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ ฉันควรจะโทรหายัยฟ้า” เมื่อเธอหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากำลังจะกดเบอร์โทรหาฟ้าระวีแต่ก็มีสายเรียกเข้าเสียก่อน
“ฮัลโหล ฟ้าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่คอนโดของผู้ชายคนนั้น” หญิงสาวถามเพื่อนออกไปด้วยท่าทางร้อนรน
เมื่อคุยกันได้ไม่กี่คำพวกเธอก็นัดเจอกัน รติรสรีบกลับไปที่บ้านแล้วอาบน้ำแต่งตัวไปยังร้านเบเกอรี่ที่แก๊งค์สามสาวของเธอชอบไปทันที
“รติทางนี้” รติรสรีบเดินไปหาเพื่อนสาวด้วยความอยากรู้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรกันแน่ทำไมเธอถึงจำเรื่องทั้งหมดไม่ได้นะ
“ยัยฟ้านี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมฉันไปโผล่ที่คอนโดผู้ชายคนนั้น”
“ฉันสิต้องเป็นคนถามเธอเพราะเธอเป็นคนโทรเรียกอีตานั่นมาแล้วแถมอีตานั่นยังให้ฉันดูข้อความอีกนะ ว่าเธอตอบตกลงแต่งงานกับเขา”
“เปล่าสักหน่อย”
“จริงๆนะ ฉันได้อ่านข้อความแล้วด้วย แกนั่นแหละที่เมาแล้วส่งข้อความไปบอกเขาว่าแกจะแต่งงานกับเขา” รติรสก้มหน้าดูโทรศัพท์ที่อยู่ในมือของตัวเองหญิงสาวกำโทรศัพท์ไว้แน่นด้วยความสับสน
“จะเอายังไงดีแกฉันงงไปหมดแล้ว”
“ว่าแต่เมื่อคืนแกกับเขามีอะไรกันหรือเปล่า” ฟ้ามองใบหน้าสวยอย่างจับผิด
“หรือว่าจริงอย่างที่ฉันคิด แกมีอะไรกับเขาเหรอ” รติรสที่ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอและเขาเมื่อคืน ดวงตาของหญิงสาวสั่นไหว ฟ้าระวีพยักหน้าเข้าใจในทันที
“เอาล่ะ ถ้าเรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้วแกก็คงต้องแต่งงานกับเขาจริงๆ” รติรสที่ส่ายหน้าไปมา
“ฉันยังไม่รู้นิสัยใจคอของเขาเลย ฉันจะแต่งงานกับเขาได้ยังไง”
“นี่ขนาดแกยังไม่รู้นิสัยใจคอของเขานะ แกส่งข้อความไปบอกว่าจะแต่งงานกับเขามันหมายความว่ายังไงรติ” รติรสที่ไม่กล้าเล่าทุกอย่างให้ฟ้าระวีฟังเพราะถ้าหากกว่าฟ้ารู้เข้าก็คงจะเป็นเรื่องใหญ่อีกเช่นเคย ว่าชายหนุ่มนั้นจะจ้างเธอแต่งงาน
“แกคิดดูรอบนี้แกมีแต่ได้กับได้นะเว้ย” ท่าทางของฟ้าระวีนั้นดูจริงจังและเริ่มเชียร์ผู้ชายคนนี้
“ผู้ชายคนนี้ไม่เหมือนพี่เพชรหรอก” พอพูดชื่อของพชรขึ้นมารติรสก็ทำหน้าเศร้า
“ได้อะไร ฉันยังไม่รู้เลย”
“ได้ที่หนึ่ง ได้ผู้ชายคนใหม่มาดามใจ ได้ที่สอง แกได้ผู้ชายที่หน้าตาดีกว่าพี่เพชร ได้ที่สามแกได้ผู้ชายที่จะแต่งงานกับแกแทนผู้ชายห่วยๆคนนั้นและได้ที่สี่โดยที่แกไม่จำเป็นต้องล้มงานแต่งที่ทำให้แกจ่ายไปเยอะแล้ว ได้ที่ห้าแกได้ผู้ชายที่รวยมากแกรู้ใช่ไหม” รติรสได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าตามเพื่อนสาว เธอรู้และเธอก็เห็นมาแล้วว่าเขารวยมากจริงๆ
“ถึงจะหล่อจะรวยแต่เขาก็ไม่ใช่ของฉันอยู่ดี”
“จะไม่ใช่ของแกได้ยังไงวะ ก็เขาบอกอยู่ว่าเขาจะแต่งงานกับแก ถ้าแต่งงานกับเขา แกก็ได้อยู่ที่คอนโดหรูนั่น ได้นั่งรถสปอร์ตคันนั้นแล้วเงินทองของเขาอีกละแก” รติรสส่ายหน้าไปมากับความคิดของฟ้าระวี
“ของของเขาก็คือของของ เขามันจะมาเป็นของของฉันได้ยังไงแก เลิกพูดเรื่องนี้เถอะฉันปวดหัวจะแย่”
“แกคิดดูดีๆก็แล้วกันว่าชีวิตแกอยู่ดีๆก็จับพลัดจับปูพลูได้แต่งงานกับผู้ชายคนนั้นหรือว่าแกอยากจะกลับไปแต่งงานกับพี่เพชรอีกละ” คำพูดที่ประชดของฟ้าทำให้ใบหน้าหวานนั้นดูเศร้าลงอย่างถนัดตา
“เอาล่ะ ขอโทษที ฉันไม่ได้ตั้งใจน่ะ ว่าแต่แกเถอะตัดสินใจดีๆก็แล้วกัน โอกาสมันไม่ได้มีมาครั้งที่สองนะเว้ยยัยรติ คิดสิคิดโอกาสทองมารอแกอยู่ตรงหน้าแล้วพรุ่งนี้แกประกาศไปเลยก็ได้ว่าแกจะแต่งงานกับคนใหม่”
เมื่อสองสาวกำลังนั่งคุยกันอยู่ไม่นานก็ได้ยินเสียงประตูร้านเปิดขึ้นทั้งสองหันไปมองผู้มาใหม่แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดคือผู้ที่เดินเข้ามาในร้านคือพชร
“พี่เพชร เขารู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่” หญิงสาวทำหน้าตกใจที่พชรนั้นตามเธอมาถึงร้านทั้งๆที่เธอยังไม่อยากคุยกับเขาแล้วไม่อยากเห็นหน้าเขาอีก
“ไม่นะ ฉันไม่ได้เป็นคนบอก” ฟ้าระวีที่ส่ายหน้าไปมาด้วยท่าทางจริงจังแต่ความจริงแล้วเธอนั้นแหละที่เป็นคนส่งข้อความไปหาพชร
“ถ้าอยากง้อรติก็มาที่ร้านเบเกอรี่ให้ไว” พชรที่เห็นรติรสเขาก็ยิ้มกว้างอย่างคนดีใจ
“รติพี่โทรหา รติตั้งหลายสายทำไมรติไม่รับสายพี่”
“ทำไมรติต้องรับสายพี่เพชรล่ะคะในเมื่อพี่เพชรก็ไม่เคยอยากจะรับสายรติเหมือนกัน”
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ ทำไมรติถึงบอกว่าจะยกเลิกงานแต่งของเรา ในเมื่อทุกอย่างก็จัดขึ้นพร้อมแล้ว เราจะแต่งงานกันอาทิตย์หน้า”
“ใช่ค่ะ ถ้าหากว่าพี่ยังจำได้ว่าเรากำลังจะแต่งงานกันอาทิตย์หน้า แต่ดูที่พี่ทำสิคะ พี่หิ้วผู้หญิงขึ้นโรงแรมกลางวันแสกๆ” ลูกค้าที่นั่งโต๊ะข้างๆนั้นหันมามองหน้าของพชร
“ไม่ใช่นะ รติใครเป็นคนพูดเรื่องบ้าๆแบบนั้น” พชรหันไปมองหน้าฟ้าระวี ฟ้าระวียิ้มเหยียดให้เขาทันที
“ฉันเหรอ ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่พี่ทำเรื่องเลวๆแบบนั้นกับเพื่อนฉันได้ยังไง นี่แหละนะฟ้ามีตา เรื่องเลวๆกลบยังไงก็กลบไม่มิดหรอก ดีแล้วที่ยัยรติรู้ความจริงตั้งแต่วันนี้จะได้ไม่ต้องแต่งงานกับผู้ชายห่วยๆอย่างพี่”
“ไม่จริงนะรติพี่ไม่ได้ทำแบบนั้น”
“หยุดพูดคำโกหกหลอกลวงรติได้แล้วค่ะ รติไม่ใช่คนโง่” หญิงสาวพูดออกมาเสียงดังจนคนในร้านหันมามองพวกเธอเป็นตาเดียว
“รติเห็นกับตาค่ะ ไม่มีใครมาบอกรติ ไม่มีใครมาใส่ร้ายพี่เพชรทั้งนั้นรติเห็นเองเพราะเมื่อวานระติไปแจกการ์ดแต่งงานของเราให้เพื่อนที่ทำงานอยู่ที่โรงแรมที่พี่หิ้วผู้หญิงคนใหม่ขึ้นห้องไงคะ พี่จำไม่ได้เหรอ” พชรใบหน้าซีดเผือดไม่คิดเลยว่า ว่าที่เจ้าสาวของเขาจะดันไปเห็นเขาหิ้วผู้หญิงขึ้นโรงแรมจริงๆ จนทำให้ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไม่รู้จะแก้ตัวยังไงเมื่อโดนจับได้
“ทำไมไม่พูดต่อล่ะคะ หาข้อแก้ตัวไม่ได้แล้วเหรอพี่เพชรรู้ไหมตอนที่รติโทรไปครั้งแรกแล้วพี่ตัดสายทิ้ง รติยืนอยู่ข้างหลังพี่เพชรและที่เจ็บปวดมากกว่านั้น พอพี่รับสายของรติแล้วพูดว่าพี่กำลังประชุม ประชุมบ้าบออะไรพี่เพชรกำลังกอดจูบลูบคลำกับผู้หญิงคนนั้นแล้วพาผู้หญิงคนนั้นขึ้นโรงแรมกลางวันแสกๆ พี่ทำแบบนี้กับรติได้ยังไง ทั้งๆที่เราจะแต่งงานกันอาทิตย์หน้าแล้วนะ” เสียงหญิงสาวเริ่มดังขึ้นและสุดท้ายเธอก็หยุดอารมณ์โกรธไม่ได้จึงเหวี่ยงฝ่ามือตบเข้าที่ใบหน้าของพชรสุดแรงจนชายหนุ่มเซถลาไปโต๊ะข้างๆ
“นี่รติตบพี่เหรอ” พชรหันมาตวาดเธอเสียงดังด้วยความโกรธ
“ใช่ค่ะ รติตบพี่ดพชรสำหรับสิ่งเลวๆที่พี่ทำกับรติมาห้าปี ถ้าเมื่อวานรติไม่เห็นเข้าว่าพี่กำลังควงผู้หญิงขึ้นโรงแรมรติคงจะโง่แต่งงานกับพี่และคิดวาดวิมานบนอากาศว่าเราสองคนยังรักกันดี”
“ไม่นะรติ พี่รักรติ เรากำลังจะแต่งงานกัน” พชรขยับมาดึงแขนของหญิงสาวเข้ามาใกล้ๆเพื่อที่จะโอบกอดเธอแต่หญิงสาวสะบัดสุดแรง
“อย่ามาแตะเนื้อต้องตัวของรติ รติขยะแขยงค่ะ” เธอผลักเขาออกแล้วฟาดฝามือตบหน้าของพชรไปอีกครั้งจนชายหนุ่มโมโห
“ตกลง รติจะไม่แต่งงานกับพี่แล้วจริงๆใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ รติจะไม่แต่งงานกับพี่ งานแต่งงานของเราจะไม่เกิดขึ้น”
“คิดดีแล้วใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ รติไม่เสียใจแน่” หญิงสาวกล่าวด้วยท่าทางหนักแน่นและจ้องมองไปยังใบหน้าของชายหนุ่มอย่างโกรธแค้น ชิงชัง ไม่นึกเลยว่าเธอจะตัดสินใจใช้ชีวิตกับผู้ชายคนนี้มาได้หลายปี
“รติพี่ขอนะ รติช่วยใจเย็นก่อน”
“รติใจเย็นมากแล้วค่ะ จนรติไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองยังมีความรู้สึกอยู่หรือเปล่าที่ให้พี่แทงข้างหลังรติอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน”
“ทำไมรติถึงคิดจะทิ้งพี่”
“พี่ต่างหากค่ะ ที่ทิ้งรติไปทิ้งในขณะที่เรายังอยู่ในสถานะเป็นแฟนกัน ทิ้งในขณะที่เรากำลังจะเดินเข้าประตูวิวาห์ด้วยกัน เพราะอะไรรู้ไหมคะเพราะพี่มันเลว”
“ไม่ใช่ รติรู้ไหมว่าเพราะอะไรเพราะรติไม่เคยให้ความสุขกับพี่ได้ต่างหากเราคบกันมาตั้งห้าปีแต่รติทำเหมือนพี่เป็นคนอื่นคนไกลแม้แต่จะกอดจะหอมรติยังไม่ให้พี่ทำเลย” เสียงประตูเปิดขึ้นอีกครั้งแต่ทั้งสองก็ไม่ได้สนใจว่าจะมีใครเดินเข้ามาข้างในอีกไหมเพราะตอนนี้อารมณ์โกรธนั้นแทบจะเผาไหม้ทุกอย่างที่อยู่รอบข้างให้เป็นจุล
“นี่เหรอค่ะเหตุผลที่ทำให้พี่นอกใจรติ”
“ใช่ นี่แหละคือเหตุผลสำคัญ” สิ้นคำพูดของพชรทำให้ทุกอย่างเงียบไป
เมื่อพชรรู้ว่าเขาเผลอพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกไป เขาก็พยายามสงบสติอารมณ์และหันไปยิ้มกับรติรสเพราะเขาไม่อยากปล่อยให้เธอนั้นหลุดมือเขาไปถึงยังไงรติรสก็คือคนที่ช่วยพยุงและดูแลเขาดีมาตลอดไม่ว่าเขาจะลำบากในเรื่องการเงิน การงาน เธอก็ไม่เคยบ่นว่าเขาสักครั้งมีแต่คอยช่วยหยิบยื่นประคองเขาอยู่ตลอด
“รติพี่ขอโทษจริงๆ พี่ผิดไปแล้วอย่าเลิกกับพี่เลยนะ” เสียงของชายหนุ่มอ่อนลงทันทีและพยายามจะขอคืนดีกับรติรส
“คงไม่ได้” เสียงเข้มนั้นเอ่ยขึ้นจากทางด้านหลัง
