ตอนที่ 9 แต่งงานกับผมนะ
ตอนที่ 9
แต่งงานกับผมนะ
เมื่อพชรหันกลับไปมองก็เห็นเข้ากับชายหนุ่มที่รูปร่างสูงมากกว่าเขา ใบหน้าหล่อเหลาและยังดูอายุน้อย ผิวพรรณขาว ริมฝีปากหยักอมชมพูสุขภาพดี
รติรสที่หันไปมองตามเสียงเพราะเธอนั้นรู้สึกคุณเสียงนั้นมากแต่สิ่งที่เธอไม่คาดคิดเขาก็คือผู้ชายคนเมื่อคืน รติรสหันไปมองหน้าฟ้าระวี
ฟ้าระวีที่ส่งยิ้มแหย ๆ ให้เพื่อนสาวเพราะเธอนั่นแหละคือต้นเหตุที่ทำให้พยัคฆินมาอยู่ที่นี่
เมื่อเขาประชุมเสร็จก็มีเสียงไลน์เด้งขึ้นและทำให้เขางุ่นงงมากกว่านั้นก็คือฟ้าระวีเธอส่งข้อความมาหาเขาว่า
“คุณรีบมาที่ร้านเบเกอรี่ด่วนเพราะว่าถ้าคุณไม่มาคุณจะเสียใจ เพราะแฟนเก่าของรติกำลังมาขอคืนดี” และฟ้าระวีอีกนั่นแหละที่ส่งข้อความไปบอกพชร
“ฟ้ากับรติอยู่ที่ร้านเบเกอรี่ร้านประจำ ถ้าพี่เพชรอยากคืนดีกับรติก็รีบมา” เพราะเธออยากรู้จริงๆว่าหากต้องเลือกผู้ชายทั้งสองคน เพื่อนสาวแสนซื่อบื้อของเธอจะเลือกใครเพราะเธอเห็นท่าทางของผู้ชายเมื่อคืนแล้วยังไงเขาก็จะต้องดูแลรติรสได้เป็นอย่างดีกว่าพชรแน่นอน ถ้ารอให้รติรสตัดสินใจเองคงไม่ทันการณ์ ไหนๆจะตีเหล็กแล้วก็ตีตอนร้อนมันซะเลย
“คุณเป็นใคร แล้วคุณเข้ามายุ่งอะไรกับเรื่องของผัวเมีย” พยัคฆินตอนกลับพชร
“คุณไม่ใช่ผัวเธอและเธอก็ไม่ใช่เมียคุณ คุณลืมคำพูดของคุณเมื่อกี้แล้วเหรอว่าเธอไม่สามารถให้ความสุขคุณได้คุณก็เลยไปนอกใจเธอแอบมีคนอื่น”
“นี่คุณอย่ามาพูดพล่อยๆนะ ผมฟ้องคุณได้นะ”
“ฟ้องสิ ผมก็จะให้เธอฟ้องคุณเหมือนกันและที่สำคัญผมมีหลักฐานด้วย”
“หลักฐานอะไร” พชรจ้องหน้าของพยัคฆินอย่างเอาเรื่อง
“หลักฐานที่คุณพาผู้หญิงคนอื่นขึ้นห้องทั้งๆที่คุณประกาศไปแล้วว่าคุณจะแต่งงานกับรติ” พยัคฆินพูดเสียงเรียบแต่ไม่มีท่าทีจะเกรงกลัวพชร
“แกจะเอาหลักฐานมาจากไหน” พชรตะเบ็งเสียงขึ้นด้วยท่าทางหัวเสีย
“ก็วงจรปิดจากโรงแรมไงล่ะ อ้อ! มีอยู่เรื่องนึงที่ผมยังไม่ได้บอกคุณ ผมนี่แหละเป็นเจ้าของโรงแรม” เสียงฮือฮาของคนทั้งร้านดังขึ้นเมื่อรู้ว่าผู้ชายที่มีใบหน้าหล่อเหลาที่เดินเข้ามาในร้านนั้นบอกว่าเป็นเจ้าของโรงแรม
“แม่เจ้า! ทั้งหล่อทั้งรวยเลิศมากเลยอ่ะ” เสียงของผู้หญิงอีกโต๊ะหนึ่งที่อยู่ในร้านพูดขึ้นด้วยท่าทางลืมตัว จนฟ้าระวีหันไปมองหน้าและส่งยิ้มให้
“ผู้ชายคนนี้ของเพื่อนฉันย่ะ” หญิงสาวคิดในใจและหันไปยิ้มให้กับพยัคฆิน
“แล้วมันเรื่องอะไรของแกไม่ทราบ ทำไมต้องมาเสนอหน้าเรื่องของคนอื่นด้วย” พชรท่าทางหัวเสียเมื่อโดนต้อนจนมุม
“มันจะไม่ใช่เรื่องของผมได้ยังไงเพราะว่าผมก็คือเจ้าบ่าวที่จะเข้าพิธีวิวาห์กับเธอ” พชรหันไปมองหน้าของรติรสด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อคำพูดของชายแปลกหน้าที่พึ่งบอกว่าจะแต่งงานกับว่าที่เจ้าสาวของเขา
“นี่มันอะไรกันรติ ผู้ชายคนนี้พูดเรื่องอะไรหรือว่ารตินอกใจพี่”
“พี่เพชรอย่ามาใส่ร้ายรตินะคะ คนที่นอกใจคือพี่เพชรไม่ใช่รติ” หญิงสาวพูดขึ้นเสียงแข็ง สายตาของเธอจ้องมองเขาอย่างแข็งกร้าวด้วยความไม่พอใจในสิ่งที่พชรพูดใส่ร้ายเธอ ทั้งที่เขาเป็นคนผิดแต่กลับโยนความผิดให้กับเธอหน้าตาเฉย
“แล้วทำไมมันถึงบอกว่าจะเป็นเจ้าบ่าวในเมื่อพี่เป็นเจ้าบ่าวของรติ”
“ไม่ใช่ค่ะ พี่ไม่ใช่เจ้าบ่าวของรติตั้งแต่เมื่อวานแล้ว”
“แล้วไอ้หมอนี่ล่ะ” พชรตะคอกรติรสขึ้นเสียงดังด้วยความโมโหพลางชี้นิ้วไปทางพยัคฆิน
“เขาคือเจ้าบ่าวคนใหม่ของรติค่ะ” คำพูดของรติรสทำให้เกิดเสียงฮือฮาขึ้นในร้านเบเกอรี่ เธอรู้สึกโมโหดันพูดคำพูดที่ไม่ทันได้กลั่นกรองออกไปจนหญิงสาวกัดริมฝีปากแน่น
“เธอพูดอะไรออกไปเนี่ยยัยรติรส” เธอคิดในใจพลางมองใบหน้าหล่อที่บัดนี้คลี่ยิ้มส่งให้เธอด้วยท่าทางของผู้ชนะ พยัคฆินยืนกอดอกมองพชร
“ว่ายังไงคุณอดีตว่าที่เจ้าบ่าว เมื่อเจ้าสาวเลือกแล้วว่าจะมีเจ้าบ่าวคนใหม่เพราะฉะนั้นหมดหน้าที่เจ้าบ่าวคนเก่าแล้ว”
“แก” สิ้นเสียงของพชรชายหนุ่มดิ่งเข้าไปหมายจะต่อยพยัคฆินแต่เขาสวนหมัดเสียก่อน
“ผัวะ”จนพชรล้มนอนกองกับพื้นร้องโอดโอยเอามือป้องปากของตัวเองบัดนี้เลือดสีสดไหลซึมออกที่ขอบปาก
“โอ๊ย! แกกล้าต่อยฉันเลยเหรอ ฉันจะแจ้งตำรวจจับแก”
“ผมก็จะแจ้งตำรวจจับคุณเหมือนกันเพราะว่าคุณปรี่จะมาทำร้ายผมก่อน ผมก็เลยต้องป้องกันตัว ผมขอกล้องวงจรปิดในร้านได้ไหมครับ” พยัคฆินหันไปส่งยิ้มให้กับพนักงานในร้าน พนักงานสาวที่เห็นใบหน้าหล่อๆของพยัคฆินก็พยักหน้าและส่งยิ้มทันที
“ได้เลยค่ะ” พนักงานตอบมาด้วยความกระตือรือร้น จนพยัคฆินหันมายิ้มเยาะให้กับพชร
พชรที่ตะเกียกตะกายลุกขึ้นมายืนและจ้องหน้ารติรสอย่างเอาเรื่อง จนเอต้องถอยหลังทันทีเพราะเธอรู้สึกไม่ปลอดภัยพยัคฆินจึงรีบก้าวฉับ ๆ เข้าไปยืนประกบข้างๆเธอและยกมือโอบไหล่ของรติรสทันทีเพราะกลัวว่าพชรจะทำร้ายร่างกายของเธอเข้า
“ผมขอเตือนไว้ก่อนนะ ถ้าคุณคิดจะทำร้ายรติคุณได้เจอดีกับผมแน่”
“รติคิดดีแล้วใช่ไหมว่าจะแต่งงานกับไอ้หมอนี่” พชรเอามือป้องปากที่ยังเจ็บอยู่แล้วชี้ไปทางพยัคฆินด้วยท่าทางโกรธจัด
“ไม่ต้องคิดให้ดีอะไรมากก็รู้ว่าควรจะเลือกใครระหว่างพี่กับผู้ชายคนนี้ ดูสภาพตัวเองสิ หน้าตาก็งั้นๆ แต่งตัวก็งั้นๆ นิสัยยังสถุนไม่สำเหนียกตัวเอง ยังจะเจ้าชู้ประตูดินทำให้เพื่อนฉันเสียใจอีก” ฟ้าระวีที่เดินออกมาปกป้องเพื่อนของตัวเองสุดฤทธิ์
“ถ้ายังไม่เคยส่องกระจกดูสาระรูปตัวเอง ฉันจะบอกให้เอาบุญก็แล้วกันว่าแค่มองปราดเดียวใครๆก็รู้แล้วว่าควรที่จะเลือกใครเป็นพ่อของลูก ให้ร้อยทั้งร้อยก็คงต้องเลือกผู้ชายคนนั้น” ฟ้าระวีบุ้ยหน้าไปทางพยัคฆินจนเขาคลี่ยิ้มออกมา
พยัคฆินก้มลงมองใบหน้าหวานที่บัดนี้น้ำตาอาบแก้ม
“ไม่ต้องร้อง” เขากระซิบบอกเธอเบาๆจนหญิงสาวรู้สึกใจชื้นขึ้นมา เธอเช็ดน้ำตาของตัวเองออกอย่างลวกๆแล้วยืนจ้องมองผู้ชายที่เกือบจะได้เข้าประตูวิวาห์ด้วยกันแล้ว
“มันไม่ใช่เรื่องของเธอยัยฟ้า อย่ามายุ่งจุ้นจ้านไม่เข้าเรื่อง” พชรสั่งฟ้าระวีด้วยท่าทางหัวเสียทำไมฟ้าระวีถึงไม่เข้าข้างเขาแต่กลับเข้าข้างคนอื่นทั้งที่ฟ้าระวีนั้นส่งข้อความให้เขามาที่นี่เขานึกว่าเธอจะเชียร์เขาซะอีก
“แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องของพี่เพชรเหมือนกันที่จะเข้ามายุ่งจุ้นจ้านกับยัยรติอีกแค่นี้พี่ก็ทำให้รติเจ็บปวดมากแล้ว อยู่ห่างๆเพื่อนของฉันไว้ไอ้คนเจ้าชู้” ฟ้าระวีหันไปตะคอกพชรอย่างเหลืออด
“รติเราคบกันมาห้าปีนะ รติต้องเลือกพี่” พชรที่เริ่มรู้ตัวแล้วว่าเขาคงจะเสียรติรสไปจริงๆก็คราวนี้
“ไม่ค่ะ รติไม่เลือกพี่” น้ำเสียงที่นุ่มแต่เด็ดขาดอยู่ในที
“ที่ฟ้าพูดไปทั้งหมดพี่เพชรยังไม่เข้าใจใช่ไหมคะ ว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนจะเลือกพี่หรอก” ฟ้าระวีที่กลัวว่ารติจะใจอ่อนกับพชรอีก
“ถ้าพี่เพชรไม่เข้าใจ ฟ้าก็จะทำให้พี่เพชรตาสว่างก็แล้วกันนะคะ เอาล่ะไหนๆทุกคนในนี้ก็ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้ว ฟ้าเชื่อนะคะว่าทุกคนในนี้ก็เหมือนท่านผู้ชมที่กำลังชมละครเรื่องนี้อยู่ เพราะฉะนั้นฟ้าอยากจะรู้เหมือนกันค่ะ ว่ายังมีใครอยากเลือกที่จะแต่งงานกับผู้ชายคนนี้อีกไหมคะ ถ้ามีให้ยกมือขึ้นค่ะ” ฟ้าระวีชี้นิ้วไปทางพชรทุกเสียงที่เคยคุยกันก็เงียบลงและไม่มีแม้แต่คนที่จะขยับยกมือขึ้นอยู่ฝั่งพชรสักคน จนชายหนุ่มรู้สึกอายแทบจะมุดแผ่นดินหนี
“แล้วมีใครบ้างคะ ในที่นี้ที่อยากจะแต่งงานกับผู้ชายคนนี้” ฟ้าระวีชี้นิ้วไปทางพยัคฆินและแล้วทุกคนในร้านก็พร้อมใจกันยกมือขึ้นทันที ไม่เว้นแต่พนักงานในร้านและแม่บ้านวัยสี่สิบทำความสะอาดร้านที่กำลังถูพื้นอยู่ก็หันมายกมือด้วยจนเสียงโหวตเป็นเอกฉันท์ว่าทุกคนอยากจะแต่งงานกับพยัคฆินกันทั้งนั้น พชรที่โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงด้วยความโมโหอายจนแทบไม่รู้จะยืนอยู่ตรงนี้ได้ยังไงอีกแล้ว เขาจึงหันไปมองหน้าของรติรส
“เออได้ ถ้ารติไม่อยากแต่งงานกับพี่จริงๆงั้นเราเลิกกัน” พชรพูดขึ้นเสียงดัง
“เพื่อนฉันสิ ควรที่จะเป็นคนบอกเลิก” ฟ้าระวีพูดขึ้นอย่างเหลืออด รติรสหันหน้าไปมองพชรด้วยความเสียใจ
“เราเลิกกันค่ะ” หญิงสาวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยวมั่นคงเพราะเธอคงไม่ไปต่อกับเขาเช่นกัน
“งั้นคุณแต่งงานกับผมนะ” พยัคฆินหันหน้ามามองรติรสเขาปล่อยมือจากการอบไหล่เธอแล้วนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าหญิงสาว จนรติรสทำอะไรไม่ถูก
ฟ้าระวีที่ยืนอยู่ไม่ห่างก็รู้สึกตะลึงกับท่าทางของพยัคฆินที่นั่งคุกเข่าขอเพื่อนเธอแต่งงาน ชายหนุ่มล้วงเอากล่องแหวนออกมาจากกระเป๋ากางเกงของตัวเองแล้วเปิดกล่องแหวนขึ้น ทุกคนในร้านต่างยกโทรศัพท์ขึ้นมาและถ่ายคลิปในเวลาที่สำคัญนั้นเอาไว้
“แต่งงานกับผมนะรติ” น้ำเสียงที่นุ่มทุ้มเอื้อนเอ่ยออกมาจากริมฝีปากหยักอมชมพูได้รูป ใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาเงยขึ้นจ้องใบหน้าหวานของรติรสเสียงปรบมือดังก้องร้านด้วยความยินดี
“แต่งเลย แต่งเลย แต่งเลย” เสียงเชียร์ดังขึ้นด้วยความยินดีรติรสหันมองหน้าลูกค้าที่อยู่ในร้านไปมาด้วยท่าทางเขินอาย
“รออะไรอยู่ล่ะรติ” เสียงฟ้าระวีดังขึ้นอีกครั้ง เพราะอยากให้เพื่อนนั้นตอบรับชายหนุ่มไปต่อหน้าของพชรที่เขากล้าที่จะทิ้งคนดีๆอย่างรติรสไป เขาจะต้องเสียใจแน่นอนไม่ต้องถึงวันใดวันหนึ่ง แค่วันนี้เขาก็คงเสียดายรติรสแทบจะต้องคลานเหมือนหมาออกไปจากร้านแล้วแหละ
