บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6 ฉันจะแต่งงานกับคุณ

ตอนที่ 6

ฉันจะแต่งงานกับคุณ

เมื่อฟ้าระวีเห็นเพื่อนนั่งร้องไห้โฮออกมาเธอก็เริ่มหงุดหงิด

“อะไรของแกอีกเนี่ย ยัยรติ”

“ฟ้าพี่เพชรนอกใจฉัน” หญิงสาวพูดออกมาอย่างคนเมาแล้วร้องห่มร้องไห้เสียงดัง จนฟ้าระวีและมินรดารีบเอามือปิดปากเพื่อนสาวทันทีและหันไปยิ้มแหยๆให้โต๊ะข้างๆที่หันมามอง

“แล้วมันใช่ที่ที่แกควรจะมาร้องไห้หรือเปล่าวะ นี่พวกฉันกำลังจะสนุกอยู่เลย”

“ก็ฉันเสียใจนี่ ฉันจะได้แต่งงานแล้วนะเว้ย ทุกอย่างก็เตรียมพร้อมหมดแล้ว ทำไมเขาต้องทำแบบนี้กับฉันด้วยวะ” รติรสบ่นพึมพำด้วยความเมามายและความเสียใจที่ฝังอยู่ในใจ จนเธอพร่ำเพ้อพรรณนาถึงพชรว่าที่เจ้าบ่าวของเธอไม่หยุดจนเพื่อนทั้งสองส่ายหน้าไปมา

“ฟ้า เดี๋ยวฉันฝากดูยัยรติด้วยนะ ฉันขอไปเข้าห้องน้ำก่อน” เมื่อมินรดาเดินไปเข้าห้องน้ำแล้วฟ้าระวีก็หันมามองเพื่อนสาวด้วยท่าทางเหนื่อยใจ

“เฮ้ย! แกก็ไม่เคยจะทันพี่เพชรเลยสักครั้ง นี่ฉันก็เข้าใจว่าพี่เพชรทิ้งลายไปตั้งนานแล้วนะถึงได้ขอแกแต่งงานที่ไหนได้ก็ยังเหมือนเดิม” ฟ้าระวีที่รู้จักพชรมาตั้งแต่เรียนมหาลัย เธอรู้ว่าเขาหน้าตาดีและยังเป็นเสือผู้หญิงแต่ไม่คิดว่าอายุปูนนี้แล้วเขาจะยังไม่ทิ้งนิสัยแบบนี้อีกมาทำให้เพื่อนเธอเสียใจ ถ้าเห็นที่ไหนเธอจะเตะให้ไข่ฝ่อมีลูกไม่ได้เลยคอยดูคิดแล้วหญิงสาวก็หัวเสีย

“ฉันอยากจะบีบไข่ผู้ชายคนนั้นจริงๆ แกหยุดร้องได้แล้วนะ ร้องไปก็ไม่มีประโยชน์ทางที่ดีแกควรหาผู้ชายมาดามอกนะรติ” เมื่อพูดถึงผู้ชายมาดามอก เธอก็กลับนึกถึงใบหน้าหล่อที่เจอกันเมื่อตอนกลางวันไม่ได้

“เขาว่าอะไรนะ” หญิงสาวบ่นพึมพำขึ้นมา

“ใครว่าอะไรฮะแก ฉันยังไม่ได้ยินใครว่าอะไรเลย” ฟ้าระวีที่ถามขึ้น

“เขาบอกว่าจะแต่งงานกับฉัน” เมื่อได้ยินคำว่าแต่งงานฟ้าระวีก็ส่ายหัวไปมาด้วยความระอา

“เขาไม่แต่งกับเธอแล้วยัยรติ” น้ำเสียงของเพื่อนดูเหมือนจะเหนื่อยๆกับการที่ต้องมานั่งฟังเธอละเมอเพ้อพบถึงผู้ชายเจ้าชู้คนนั้น

“ติง!” เสียงข้อความดังขึ้น รติรสกดเปิดข้อความอ่านก็เห็นคำถามที่พยัคฆินส่งมาหา

“ตกลงข้อเสนอของผม คุณว่ายังไง” รติรสอ่านข้อความแล้วพยักหน้าอย่างนี้ก็ดี ถ้าเธอรับข้อเสนอของเขาจริงๆเธอจะได้เลิกเสียใจด้วยความเมามายที่ไม่ได้สติหญิงสาวจึงส่งข้อความไปหาชายหนุ่มทันที

“ฉันจะแต่งงานกับคุณ” เธอพิมด้วยอาการเมาๆแต่ก็พยายามอ่านทวนข้อความก่อนอยู่หลายครั้งจะกดส่งไปให้ชายหนุ่มเสร็จแล้ว เธอก็วางโทรศัพท์ไว้ข้างๆตัวเองไม่นานแอพพิเคชั่นไลน์ก็มีสายโทรเข้าทันที

“ใครโทรมาน่ะรติ” ฟ้าระวีหันมามองโทรศัพท์ของเพื่อนที่ได้ยินแรงสั่นของโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะ หญิงสาวขยับมือเรียวเข้าไปกดรับและยกโทรศัพท์เข้ามาแนบหู

“ฮัลโหลใครเนี่ย” พยัคฆินขมวดคิ้วที่ได้ยินเสียงพูดของหญิงสาวที่ลิ้นพันกันในขณะที่คุยกับเขาหรือว่าเธอกำลังเมาคงจะไปดื่มเหล้าย้อมใจแน่ๆ

“ผมเอง คุณอยู่ไหนทำไมเสียงดังขนาดนี้” เสียงเพลงในผับนั้นดังกระหึ่มจนเขาต้องตะโกนคุยกับเธอ

“ฉันอกหักไง ฉันก็เลยมาดื่มเหล้าคุณมีอะไรไม่ทราบ” คำพูดห้วนๆของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มขมวดคิ้วอีกทั้งเสียงเพลงยังดัง เขาแทบจะไม่ได้ยินว่าหญิงสาวพูดอะไร

“คุณอยู่ที่ไหนบอกผมมา เดี๋ยวผมไปหา”

“ฉันเหรอฉันอยู่ที่ร้าน x” เมื่อได้ที่อยู่ของผับแล้วพยัคฆินก็รีบขับรถออกจากคอนโดแล้วตรงไปหาเธอทันที

เมื่อรถเคลื่อนเข้าไปจอดหน้าผับดัง สาวๆที่ยืนอยู่แถวนั้นก็หันไปยืนมองเจ้าของรถสปอร์ตคันหรูที่เพิ่งจะขับเข้ามาจอด อยากจะรู้นักว่าเจ้าของรถจะเป็นเสี่ยหรือว่าเป็นหนุ่มหล่อและแล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดคือผู้ชายที่เดินลงมาจากรถคันหรูนั้นหล่อไม่เบา หล่อวัวตายควายล้ม

“ตายแล้ว ผู้ชายคนนั้นหล่อมากเลยทั้งหล่อ ทั้งรวยฉันชอบ” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นเมื่อเห็นหน้าของพยัคฆิน เขาหันไปส่งยิ้มนิดนึงแล้วเดินเข้าผับ

ชายหนุ่มมองหาผู้หญิงที่เขาเจอเมื่อตอนกลางวันไม่นานก็ไปสะดุดเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งที่นอนฟุ๊บอยู่บนโต๊ะตรงกลางร้านพร้อมผู้หญิงอีกคน

“คุณเมาแล้วเหรอ” ผู้ชายที่หน้าตาหล่อเหมือนเทพบุตรจมูกโด่ง ดวงตาคม คิ้วหนาได้รูปเรียงเส้นเหมือนจับวาง ริมฝีปากหยักอมชมพู

“แม่เจ้า นี่มันดาราช่องไหนกันเนี่ย อยู่ดีๆก็เดินมาทักยัยรติ” ฟ้าระวีนั่งมองหน้าของพยัคฆินแล้วทำตาปริบๆ

“คุณทักคนผิดหรือเปล่าคะ” ฟ้าระวีที่เงยหน้าพูดกับพยัคฆินด้วยท่าทางงงๆ

“รติรสจะไปรู้จักผู้ชายหล่อๆแบบนี้ได้ยังไง” คิดแล้วเธอก็ส่ายหน้าไปมา

“ไม่สิผู้ชายหล่อขนาดนี้จะมารู้จักรติได้ยังไง”

“คุณพูดกับผมหรอ”

“ก็ใช่สิ อยู่ดีๆคุณก็เดินมาเขย่าแขนเพื่อนฉัน คุณรู้จักเพื่อนฉันได้ยังไง”

“อ๋อ! พอดีว่าผมโทรหาเธอเมื่อกี้ เธอบอกว่าให้ผมมารับ” ฟ้าระวีที่งงงวยในสิ่งที่เขาพูด เธอพลางคิดว่าเพื่อนสาวเธอนั้นเมาแอ๋ขนาดนี้จะให้เขามารับได้ยังไง คิดแล้วหญิงสาวก็มองจ้องอย่างจับผิด

แต่พยัคฆินก็ไม่อธิบายใดๆอีก เขาเกลี่ยเส้นผมที่ปกหน้าของหญิงสาวเพื่อดูให้ชัดเจนว่าใช่ผู้หญิงที่เขานั้นได้ยื่นข้อเสนอไปหรือเปล่าและแล้วก็เป็นเธอ เขาจึงอุ้มหญิงสาวขึ้นจนฟ้าระวีตกใจและรีบลุกขึ้นร้องห้ามทันที

“อะไรกัน คุณจะพาเพื่อนฉันไปไหนเนี่ย ปล่อยเพื่อนฉันลงเดี๋ยวนี้นะ”

“ผมจะพาเธอกลับบ้าน” ว่าแล้วชายหนุ่มก็อุ้มรติรสออกไปยังนอกร้านทันที

“ตายแล้วยายมิ้นอยู่ไหนเนี่ย ยังไม่ออกมาจากห้องน้ำอีกนะ” ฟ้าระวีหันรีหันขวาแล้วรีบวิ่งตามรติรสออกไปเพราะเธอไม่รู้จักผู้ชายหน้าตาดีที่อุ้มเพื่อนสาวเธอออกไปแต่แล้วเธอก็ต้องชะงักเมื่อวิ่งออกไปถึงหน้าประตูก็เจอผู้ชายคนนั้นกำลังพารติรสเดินไปยังรถสปอร์ตคันหรู

“แม่เจ้านั่นรถของผู้ชายคนนั้นเหรอเนี่ย” ว่าแล้วฟ้าระวีก็วิ่งตามมาแล้วตีเข้าที่แขนของพยัคฆินพลางร้องให้คนช่วย

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ คุณจะพาเพื่อนฉันไปไหน ฉันจะแจ้งตำรวจ ช่วยด้วยค่ะ” พยัคฆินหันมามองหน้าเธอแล้วไหวไหล่ให้ฟ้าระวี

“อยากแจ้งก็แจ้งสิ” เขาก็เดินอ้อมไปทางฝั่งคนขับจนฟ้าระวีทำอะไรไม่ถูกจึงรีบเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถพร้อมกับเพื่อนสาวทันที

“ถ้าคุณจะพาเพื่อนฉันไป งั้นฉันขอไปด้วย” ฟ้าระวีพูดด้วยท่าทางจริงจังที่จะปกป้องเพื่อนสาวสุดชีวิต พยัคฆินไม่พูดอะไรเขาขับรถออกไปจากผับทันทีแล้วมุ่งหน้าตรงไปยังคอนโด

เมื่อถึงคอนโดฟ้าระวีถึงกับต้องอ้าปากค้าง เมื่อเงยขึ้นไปดูป้ายของคอนโดเป็นคอนโดที่มีเพียงแค่สามสิบห้องเท่านั้นและที่เธอรู้คือมีแค่ดาราและไฮโซคนมีเงินที่พักอยู่ที่นี่

หญิงสาวอ้าปากค้างทำตาปริบๆไม่น่าเชื่อว่าชายหนุ่มจะรวยขนาดนี้ พยัคฆินเดินมาเปิดประตูฝั่งของรติรสและอุ้มเธอขึ้นตรงไปยังคอนโดทันที

ฟ้าระวีหันไปมองพยัคฆินที่อุ้มเพื่อนสาวเข้าไปในคอนโดจึงรีบวิ่งตามเข้าไปจนยามห้ามไว้

“ไม่ได้ครับ คุณเข้ามาไม่ได้ครับ” ยามผู้ซึ่งทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดีตามราคาเงินว่าจ้างที่คอนโดใจกลางเมืองจ่ายให้ค่อนข้างสูง

“นี่ คุณให้ฉันเข้าไปด้วยสิ คุณลักพาตัวเพื่อนฉันมานะ คุณจะไม่ให้ฉันเข้าไปเหรอไม่งั้นฉันจะแจ้งความนะ” พยัคฆินพยักหน้าให้ยามปล่อยฟ้าระวีเข้ามาพลางเดินตรงไปยังลิฟต์ เขาหันมองฟ้าระวีจนเธอรู้สึกงงงวยแล้วชี้นิ้วใส่ตัวเอง

“คุณกดลิฟต์สิ ผมอุ้มเพื่อนคุณอยู่”

“แล้วจะให้ฉันกดชั้นไหนล่ะ”

“ชั้นสิบแปด” ชายหนุ่มกล่าวเพียงสั้นๆ ใบหน้าหล่อเหลาที่เอาแต่ทำหน้านิ่งเหมือนผู้ชายเย็นชา ฟ้าระวีนั้นเมียงมองเขาอยู่หลายครั้งเธอคิดในใจ

“เกิดอะไรขึ้นกันนะ ทำไมผู้ชายที่หล่อและรวยขนาดนี้รู้จักกับยัยรติหรือว่าผู้ชายคนนี้จะเป็นกิ๊กของยัยรติแต่ก็คงไม่ใช่หรอกน่า เพราะปกติถ้ารติ มีอะไรก็จะเล่าให้เธอฟังตลอด ถ้าเป็นกิ๊กจริงๆและรติคงไม่เสียใจที่พชรนั้นนอกใจหรอก ตกลงผู้ชายคนนี้เป็นใครกันแน่ ไม่นานเสียงประตูลิฟต์ก็เปิดขึ้น

“ติ่ง” พยัคฆินอุ้มรติรสเข้าไปแล้วหยุดยืนอยู่กลางห้องที่เห็นวิวพาโรนามาในยามค่ำคืนเสียงไประยิยระยับสวยมากเลยทีเดียวจนฟ้าระวียืนนิ่งอึ้งไปทันที

“คุณจะกลับได้หรือยัง” คำถามที่แสนเย็นชาเปล่งออกมา

“ฉันจะกลับได้ยังไง ในเมื่อคุณลักพาตัวเพื่อนของฉันมา”

“ผมว่าไม่นะ”

“ฉันว่าใช่”

“คุณต่างหากที่มาส่งผมกับเพื่อนของคุณถึงห้องอีกอย่างคุณยังเป็นคนกดลิฟต์ให้ด้วยซ้ำ” ฟ้าระวีที่จนมุมพูดอะไรไม่ออกเพราะสิ่งที่เขาพูดมาก็เป็นไปตามความจริง

“คุณบอกฉันมาเลยว่าคุณเป็นอะไรกับเพื่อนฉัน”

“ผมก็เป็นว่าที่เจ้าบ่าวคนต่อไปของเพื่อนคุณน่ะสิ อย่าบอกนะว่าคุณไม่รู้”

“ฉันเหรอ ฉันจะรู้ได้ยังไงในเมื่อวันนี้ยัยรติพึ่งจะประกาศเลิกกับว่าที่เจ้าบ่าวไปหมาดๆแล้วจะมีเจ้าบ่าวคนใหม่ได้ยังไง”

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะก็ผมนี่ไง” พยัคฆินตอบหน้าตาเฉยจนฟ้าระวีคดุ้นคิดอยู่นานแล้วก็เอ่ยออกมา

“ไหนล่ะ หลักฐานฉันไม่ยักรู้เลยว่าเพื่อนฉันบอกว่าจะแต่งงานกับคุณ”พยัคฆินหัวเราะในลำคอแล้วยื่นข้อความในไลน์ที่รติรสเพิ่งส่งมา ให้เพื่อนสาวเธอดู ฟ้าระวียื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆโทรศัพท์แล้วอ่านอย่างช้าๆ

“ฉันจะแต่งงานกับคุณ” ฟ้าระวีอ่านข้อความแล้วถึงกับอ้าปากค้าง เธอทึ่งในความไวไฟของเพื่อนสาวจนเธอกระพริบตาปริบ ๆ

“ที่นี้คุณเชื่อหรือยัง ถ้าเชื่อแล้วก็เชิญ” พยัคฆินผายมือให้ฟ้าระวีเดินออกไปจากห้องเขาสักทีเพราะตอนนี้เขารู้สึกเหนื่อยและเหม็นไปทั้งตัวอยากจะเข้าไปอาบน้ำสักหน่อย

“แล้วฉันจะไว้ใจคุณได้ยังไง”

“ถ้าผมไม่น่าไว้ใจเพื่อนคุณคงไม่ตกลงแต่งงานกับผมหรอกจริงไหม คุณคบกับเพื่อนคุณมาตั้งกี่ปีแล้ว คุณยังไม่รู้นิสัยของเพื่อนคุณอีกเหรอ” คำพูดของเขาก็ฟังดูมีเหตุผลจะว่าไปก็จริงอย่างที่เขาว่า

รติรสเป็นคนที่ทำอะไรคิดหน้าคิดหลังถ้าเธอเลือกที่จะแต่งงานกับผู้ชายคนนี้แล้วจริงๆงั้นก็แสดงว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนดีไม่น้อย

หญิงสาวเสมองไปทางเพื่อนสาวที่นอนไม่ได้สติอยู่บนโซฟาแต่แล้วเธอก็พยักหน้าให้พยัคฆิน

“ก็ได้ งั้นพรุ่งนี้เดี๋ยวฉันจะรีบโทรหาโทรมาหายัยรติตั้งแต่เช้าบอกให้เธอรับโทรศัพท์ด้วยนะ ถ้าเธอไม่รับโทรศัพท์รับรองฉันแจ้งตำรวจแน่” ฟ้าระวียกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปของพยัคฆินทันที

“ฉันมีป้ายทะเบียนรถของคุณ ฉันมีรูปถ่ายของคุณ ฉันรู้จักคอนโดของคุณ ถ้าคุณคิดร้ายกับเพื่อนฉัน คุณโดนฉันแจ้งจับแน่นอน” ฟ้าระวีทำท่าทางจริงจังแล้วยอมเดินถอยออกไปจากห้องของพยัคฆิน เขาส่ายหน้าเบาๆไปมาด้วยความหงุดหงิดใจ

“เพื่อนคุณร้ายใช่ย่อยนะ ว่าแต่คุณเถอะร้ายหรือเปล่า” นิ้วใหญ่เกลี่ยที่ไรผมที่มันปกหน้าปกตาของหญิงสาวออกแล้วเดินไปในห้องน้ำไม่นานเขาก็ถือชามน้ำกับผ้าขนหนูมาเช็ดใบหน้าให้รติรส

“อย่ามายุ่งฉันจะนอน” เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างคนหงุดหงิด เมื่อชายหนุ่มเช็ดตัวให้เธอเสร็จเขาก็อุ้มเธอเข้าไปในห้องนอน เขาวางหญิงสาวลงบนเตียงกว้างอย่างอ่อนโยนแล้วนั่งลงข้างๆเธอ

ไม่รู้ว่าแผนนี้จะได้ผลหรือวุ่นวายมากกว่าเดิมชายหนุ่มคิดแล้วลุกขึ้นถอดเสื้อออกเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อชำระร่างกายเพราะเหม็นกลิ่นควันบุหรี่ที่ติดเสื้อผ้ามาจากผับที่เขาไปพาตัวเธอออกมา

เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้วพยัคฆินก็ใส่เพียงแค่ชุดคลุมตัวออกมาจากห้องน้ำแล้วมานั่งข้างๆของหญิงสาวมือหนาดึงผ้าห่มมาห่มให้รติรส

“คุณชื่อรติสินะจากที่ผมได้ยินเพื่อนของคุณเรียกชื่อคุณ” ชายหนุ่มเอนตัวลงนอนข้างๆเธอและพลิกตัวหันหน้าหาเธอ นิ้วเขาเกลี่ยที่แก้มขาวอมชมพูของหญิงสาว

ใบหน้าของเธอดูแล้วเหมือนเด็กมากทีเดียวทั้งดูสะอาดและใสซื่อเหมือนกระต่ายน้อยนอนหลับอยู่ก็ไม่ปาน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel