ตอนที่ 5 ออกไปอ่อยเหยื่อ
ตอนที่ 5
ออกไปอ่อยเหยื่อ
เมื่อได้ยินเรื่องเล่าที่น่าตกใจจากรติรสก็ทำให้ฟ้าระวีพยายามให้เพื่อนใจเย็นๆเพราะอาจจะเข้าใจผิด
“แกเข้าใจผิดหรือเปล่ายัยรติ พี่เพชรอาจจะไปกับลูกค้าก็ได้นะแก” รติรสส่ายหน้าไปมามือเรียวยกขึ้นเช็ดน้ำตาของตัวเอง
“ไม่ผิดคนหรอกเพราะฉันเห็นกับตาจริงๆ ครั้งแรกที่ฉันโทรไปพี่เพชรกดตัดสายทิ้งแต่พอฉันโทรหารัวๆ พี่เพชรก็รับสายแต่พี่เพชรบอกว่ากำลังประชุมอยู่กำลังประชุมอะไรกันแก โอบไหล่ผู้หญิงขึ้นโรงแรมฉันเห็นเต็มสองตาไม่พอยังหอมแก้มผู้หญิงคนนั้นอีกนะ” รติรสเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้เพื่อนสนิทอย่างฟ้าระวีฟัง
“ฉันเหมือนใจจะขาดเลยยัยฟ้า ฉันทรมานมากเลยตอนนี้” หัวใจของเธอมันช่างร้าวรานแทบจะหายใจไม่ออกหญิงสาวเอามือทุบหน้าอกของตัวเองที่เริ่มหายใจติดขัดเพราะร้องไห้เป็นเวลานาน
“แกอย่าร้องไห้มากเลยนะ เอาเป็นว่าเดี๋ยวฉันไปหาก็แล้วกันไม่นานนะรติ” ฟ้าระวีรีบขับรถมาหารติรสที่บ้านพร้อมกับมินรดาเพื่อนในแก๊งค์อีกคน
“ยัยรติรสเปิดประตูให้เราหน่อยด้วย” เสียงสองสาวเพื่อนสนิทร้องเรียกอยู่ที่หน้าบ้าน รติรสรีบดีดขึ้นจากที่นอนและวิ่งลงไปเปิดประตูให้เพื่อนสาว พอเห็นทั้งสองแค่นั้นแหละรติรสก็ร้องไห้โผล่กอดฟ้าระวีกับมินรดาทันที สามสาวกอดกันกลมที่หน้าบ้าน
“ไปยัยรติ ฉันจะพาแกไปแหกออกไอ้ผู้ชายเจ้าชู้คนนั้น” รติรสส่ายหน้าไปมาเพราะไม่อยากไปเห็นหน้าของพชรอีกแล้ว แถมยังเป็นแผลสดเธอยังไม่สามารถทำใจได้
“ไม่เอา” เสียงพูดที่แทบจะฟังไม่รู้เรื่องเพราะรติรสเอาแต่สะอื้นไห้
“เธอกลัวอะไร เธอไม่ใช่คนผิดซะหน่อย” มินรดาพูดขึ้นด้วยท่าทางโกรธจัด
“ฉันยังไม่อยากเห็นหน้าพี่เพชรน่ะ เอาเป็นว่าให้ฉันสบายใจขึ้นกว่านี้ก่อน ฉันไม่อยากคุยกับเขาในเวลานี้” มินรดาลูบหลังของเพื่อนสาวที่เหมือนจะอ่อนแรงแทบจะยืนไม่อยู่ด้วยความสงสารเพราะรติรสนั้นคบกับพชรมาตั้งแต่เรียนมหาลัยจนถึงปัจจุบันก็ย่างเข้าปีที่ห้าแล้ว
เธอก็คิดว่ารติรสกับพชรนั้นมีความสุขด้วยกันแต่คิดไม่ถึงเลยว่าพชรจะยังไม่ทิ้งความเจ้าชู้ประตูดินทั้งๆที่กำลังจะเดินเข้าประตูวิวาห์กับรติรสอีกหนึ่งสัปดาห์
“จะทำยังไงดี นี่ฉันก็ซื้อชุดเพื่อนเจ้าสาวมาซะแพงเลย” ว่าแล้วมินรดาก็ทำหน้าตาเสียดายกับชุดเพื่อนเจ้าสาวที่ซื้อมาในราคาแพง จนฟ้าระวีนั้นตีเข้าที่ต้นแขนของมินรดาแรงๆ
“อุ๊ย เจ็บนะ” ฟ้าระวีบุ้ยหน้าให้มินรดาหันไปมองหน้าของรติเพราะคนที่น่าจะเสียใจที่สุดน่าจะเป็นรติรสไม่ใช่มินรดา เพราะค่าเตรียมงานทุกอย่างแทบจะเป็นเงินของรติรสทั้งนั้นพอรู้ว่าพชรนั้นสวมเขาให้เพื่อนสาวฟ้าระวีก็รู้สึกสงสารรติรสไม่น้อย
“เอายังไงแก แล้วเงินค่าจัดงานก็จ่ายไปให้หมดแล้ว”
“ฉันรู้นะว่าแกแทบจะออกค่าใช้จ่ายทุกอย่างให้พี่เพชร เห็นไหมล่ะมันได้อะไรไปง่ายๆมันถึงทิ้งเราไปง่ายๆไง” คำพูดของฟ้าระวีก็ไปสะกิดใจของรติรสขึ้นอีก เธอก็ร้องไห้ออกมาจนตัวสั่น
“ฮือ ฮึๆๆๆ” จนมินรดายกมือขึ้นปิกปากของฟ้าระวีแทบไม่ทัน ฟ้าระวีดึงมือของมินรดาออกจากปากเธอด้วยความหงุดหงิด เธอกลียดผู้ชายแบบนั้นแทนเพื่อนของตัวเองแต่ไม่ว่าจะพูดคำไหนออกไปก็ยิ่งทำให้รติรสนั้นเสียใจร้องไห้ออกมาเสียงดัง
“โทษที ฉันไม่ได้ตั้งใจน่ะ เอาเป็นว่าแกอย่ามามัวร้องไห้เสียใจเหมือนยายเพิ้งเลย คนเรามันต้องเดินหน้าสิวะ” รติรสร้องไห้ส่ายหน้าไปมาพลางกอดฟ้าระวีไว้แน่นด้วยความเสียใจ เธอไม่อยากทำอะไรอีกแล้วในเวลานี้ เธอแทบจะไม่มีแรงที่จะหายใจอยู่แล้ว
“เอาอย่างนี้ฉันมีข้อเสนอดีๆ แกก็ประกาศไปแล้วว่ามันเลิกกับพี่เพชรงั้นก็แสดงว่าแกโสด ถ้าโสดก็ไปหาผู้ชายใหม่สิวะ จะเสียใจอะไร” มินรดาพูดท่าทางจริงจัง
“หาผู้ชายใหม่อะไรวะ ยัยมิ้น” มันใช่เวลาพูดเรื่องที่จะหาแฟนใหม่หรือเปล่า
“ก็หาผู้ชายใหม่มาดามใจไงเพราะว่ามีคนพูดไว้นะ ว่าคนเราจะหายจากความเสียใจได้ก็ต่อเมื่อมีผู้ชายคนใหม่มาดามใจ” รติรสส่ายหน้าไปมากับความคิดพิเรนของผู้เป็นเพื่อนเพราะเธออยากไม่อยากที่จะออกไปไหน ไม่กล้าที่จะสู้หน้าใครทั้งนั้น
“ไม่เอาอ่ะ ฉันอายแล้วที่สำคัญฉันก็โพสต์ออกไปแล้วด้วยว่าฉันกับพี่เพชรจะไม่แต่งงานกัน ถ้าฉันออกไปแล้วเจอเพื่อนๆจะทำยังไง” ฟ้าระวีที่มองรติรสด้วยความไม่พอใจเพราะเรื่องนี้มันไม่ใช่ความผิดของรติรสเลย คนที่ผิดนั้นเป็นพชรมากกว่า ทำไมเพื่อนของเธอจะต้องไปอายสายตาคนอื่นด้วย
“เรื่องอายแกลืมไปได้เลย แกไม่ใช่คนที่ผิดและคนที่ควรอายก็คือพี่เพชรเพราะฉะนั้น ฉันจะพาแกไปเที่ยวไปเปิดหูเปิดตาแล้วเจอคนใหม่ๆ แกจะได้ไม่ต้องคิดถึงเรื่องเก่าๆไงล่ะ” ก็จริงอย่างที่เพื่อนสาวเธอว่า ทำไมเธอจะต้องเป็นคนอาย ทำไมเธอต้องเป็นคนรู้สึกผิดในเมื่อคนที่ทำผิดยังไม่รู้สึกอายเลย
“แกจะคิดอะไรอีกนานวะ รติไปลุกๆไปอาบน้ำเลยไป เดี๋ยวฉันจะช่วยแต่งหน้าเอาให้สวยที่สุด” ว่าแล้วเพื่อนสาวทั้งสองก็ฉุดลากแขนของรติรสเข้าไปในห้องน้ำแล้วปิดประตูหันมาปรบมือกันด้วยท่าทางดีใจที่ชวนให้เพื่อนสาวนั้นลุกขึ้นมาจากความทุกข์ได้
เมื่อรติรสอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วมินรดาก็เป็นคนเลือกชุดให้รติรสทันที
“ชุดนี้ดีไหมว่ะแก” มิ้นเสนอขึ้นแต่ฟ้านั้นส่ายหน้าไปมาแล้วเดินไปที่ราวเสื้อผ้าหยิบชุดเซ็กซี่สีดำออกมาชูชุดเดรสเว้าหลังลึกขึ้นและสะบัดชุดนั้นทันที
“ชุดนี้สิดีกว่าจริงไหมรติ” ฟ้าระวีหันไปถามความคิดของเพื่อนสาวที่ตอนนี้ดวงตาบวมเปล่ง
“ตายแล้วทำไมตาแกบวมขนาดนั้นวะรติ ยัยมิ้นไปเอาน้ำแข็งมาประคบด่วน” ฟ้าระวีสั่งให้มินรดารีบไปเอาน้ำแข็งมาประคบให้เพื่อนสาวทันทีกลัวว่าถ้าออกไปสภาพแบบนี้จะหาผู้ไม่ได้กลายเป็นการไล่ผู้มากกว่า
หลังจากการประคบไม่นานตาที่บวมเปล่งก็ยุบลงมาก จนฟ้าระวีอดหัวเราะขำไม่ได้
“ทำหน้าให้มันสดชื่นหน่อยเพื่อนสาว เอาล่ะเดี๋ยวฉันแต่งหน้าให้สวยๆกลบดวงตาเศร้าๆของแกเลย” ว่าแล้วฟ้าระวีก็บรรจงแต่งหน้าให้หญิงสาวไม่นานก็เสร็จ
“จบปิ๊ง! สวยเหมือนกับคนละคนเลยว่าไหม ยัยมิ้น” มินรดาก้มหน้าลงมามองแล้วพยักหน้ายกนิ้วโป้งให้กับฟ้าระวีด้วยรอยยิ้มสดใส
“สวยที่สุดเลยเพื่อนสาวของฉันไปกันเถอะ” สามสาวควงแขนกันออกไปทันทีเมื่อทั้งสามสาวมาถึงผับใจกลางเมือง
“พร้อมหรือยัง”
“จะดีเหรอแก”
“พวกแกจะพาฉันมาหาผู้จริงๆ”
“ฉันพูดเล่นหรอกน่า ฉันแค่อยากให้แกมาปลดปล่อยความทุกข์ก็แค่นั้นมาๆเข้ามาเร็ว”
“นู่นไปนั่งตรงนู้น” มินรดาชี้นิ้วไปยังโต๊ะที่อยู่ตรงกลางไม่ว่าใครไปใครมาก็จะต้องมองเห็นเธอทั้งสามเป็นแน่ ฟ้าระวีหันไปพยักหน้าและส่งยิ้มให้มินรดาที่รู้การรู้งานว่าควรที่จะนั่งโต๊ะไหน
“งั้นสั่งเครื่องดื่มมาเลย” ไม่นานเครื่องดื่มก็มาเสิร์ฟ มินรดาและฟ้าระวีที่นั่งอ่อยเหยื่ออยู่ก็รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยที่ได้ออกมาปลดปล่อยหลังจากที่เริ่มทำงานกันอย่างจริงจังก็ไม่ได้รู้สึกว่าอยากเที่ยวแบบนี้มานานแล้วจึงถือโอกาสนี้ได้ปลดปล่อยสักที
เมื่อรติดื่มจนเมาหญิงสาวที่นั่งเงียบอยู่ก็เริ่มจะน้ำตาซึมและเริ่มร้องห่มร้องไห้ออกมาเสียงดัง
