ตอนที่ 4 มีคู่หมั้นสองคน
ตอนที่ 4
มีคู่หมั้นสองคน
เรื่องตลกที่ว่าอยู่ดีๆเข้าก็มีคู่หมั้นและที่ตลกกว่าคือ เขานั้นมีคู่หมั้นตั้งสองคน
“พ่อหาคู่หมั้นให้ผมคนหนึ่ง แม่หาคู่หมั้นให้ผมอีกคนหนึ่งแล้วพ่อกับแม่ต่างคนต่างหาคู่หมั้นมาให้ผม สรุปแล้วผมมีคู่หมั้นอยู่สองคนว่าแต่คุณสองคนไม่ตกใจบ้างเลยเหรอที่อยู่ดีๆก็กลายเป็นคู่หมั้นของผม” เบญญาภาหันหน้าไปมองพิมรสาที่นั่งหน้านิ่งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เพราะเธอมั่นใจว่าคนที่คุมเกมนั้นเป็นเธอแน่นอน
“แต่ว่าคุณน้าหมั้นเบญกับพี่สิงห์ก่อนนะคะ ไม่รู้ใครที่จู่ๆก็จะมาแย่งพี่สิงห์ของเบญ”
“พ่อเป็นพ่อและพ่อก็มีสิทธิ์ในตัวลูกเต็มที่เพราะพ่อดูแลลูกมาตั้งนานเพราะฉะนั้นคู่หมั้นที่พ่อหาให้ถือว่าเป็นสิทธิ์ขาด สิงห์จะต้องแต่งงานกับหนูพิมรสา”
พิมรสาที่นั่งเชิดหน้าขึ้นดังคนที่ถือไพ่เหนือกว่าเพราะยังไงตอนนี้พยัคฆินก็ถือได้ว่าเป็นผู้สืบทอดโรงแรมใหญ่จากคมสันเพราะฉะนั้นสมบัติทั้งหมดที่คมสันมีก็จะตกเป็นของพยัคฆิน เธอก็ถือว่าเป็นลูกสะใภ้เต็มตัว
พิมรสาก็หันไปยิ้มเยาะให้กับเบญญาภา จนเบญญาภาโมโหและกำลังจะลุกขึ้นต่อว่าพิมรสา พรนภาจึงดึงแขนของเบญญาภาไว้
“ใจเย็นๆหนูเบญเดี๋ยวน้าจัดการเอง”
“คุณจะพูดแบบนี้ไม่ได้นะเพราะว่าความจริงแล้วฉันเป็นแม่ของตาสิงห์และฉันก็เบ่งตาสิงห์ออกมา คุณนี่สิไม่ได้ตั้งท้องไม่ได้เบ่งแต่คุณจะมาบอกว่าคุณมีสิทธิ์ขาดในตัวตาสิงห์ได้ยังไง”
“ผมจะไม่มีสิทธิ์ขาดได้ยังไง ในเมื่อคุณเปลี่ยนใจที่จะไปแต่งงานกับผู้ชายคนอื่นแล้วยอมปล่อยให้ลูกอยู่กับผม ผมเลี้ยงของผมมาตั้งแต่เล็กเพราะฉะนั้นคนที่จะมาเป็นลูกสะใภ้ผม ผมก็ต้องเป็นคนเลือก”
“คุณพูดแบบนี้ได้ยังไง”
“ทำไมผมจะพูดแบบนี้ไม่ได้ ในเมื่อคุณเองได้เงินไปตั้ง 20 ล้านแล้วก็ยอมเซ็นเอกสารให้ผมเป็นผู้ดูแลลูกแต่เพียงผู้เดียว”
“ถึงฉันจะได้ 20 ล้านไป แต่ยังไงตาสิงห์คนนี้ก็ยังเป็นลูกของฉัน” พยัคฆินที่ทนฟังต่อไม่ไหวจึงตบโต๊ะลงเสียงดังด้วยความโมโห ชายหนุ่มกำมือแน่นจนขอบตาร้อนผ่าว
“คุณพ่อคุณแม่ทำไมถึงเอาเรื่องนี้ขึ้นมาพูดอีกละครับ” เขาพูดขึ้นเสียงแข็งจนผู้เป็นพ่อและแม่รับรู้ได้ถึงอารมณ์โกรธของลูกชาย จนไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีก
“เอาล่ะครับ เรื่องบ้าๆนี้ผมขอให้จบเพียงแค่นี้นะครับ แล้วไม่ต้องพาผู้หญิงสองคนนี้มาให้ผมดูตัวอีก ผมบอกคุณพ่อคุณแม่ได้ชัดเจนเลยว่าผมไม่เลือกใครทั้งนั้นและคนที่ผมจะแต่งงานด้วยไม่ใช่สองคนนี้แน่นอน”
“แล้วแกจะแต่งงานกับใคร”
“ผมมีแล้วครับคนที่ผมจะแต่งงานด้วย” ชายหนุ่มลุกขึ้นเต็มความสูงและจัดชุดสูทของตัวเองพลางสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อระงับอารมณ์ของตัวเอง
“วันนี้ผมคงทานข้าวกับคุณพ่อคุณแม่ไม่ลง เชิญคุณพ่อคุณแม่ทานข้าวกับคู่หมั้นทั้งสองคนของผมต่อเลยครับ” ว่าแล้วชายหนุ่มก็หมุนตัวและเดินผลักประตูออกไปด้วยความโมโห
อมรที่ยืนทำท่าอึกอักอยู่ก็รีบไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองและเดินออกไปจากห้องทันที
“ดูสิเจ้าลูกชายตัวดีของคุณ คุณสั่งสอนบ้างนะอยู่กับคุณมาตั้งยี่สิบปี ทำไมพฤติกรรมถึงแย่ขนาดนี้ ถ้าอยู่กับฉันพฤติกรรมคงไม่แย่ขนาดนี้หรอก”
“คุณคิดว่าตัวเองพฤติกรรมดีขนาดนั้นเลยเหรอ แค่มีลูกชายคนเดียวยังไม่กล้าเลี้ยงเลยกลับวิ่งแจ้นไปหาผู้ชายคนอื่น”
“ที่ฉันไม่สามารถอยู่เลี้ยงลูกได้ก็เพราะตัวคุณต่างหากที่ไม่เคยให้เวลากับฉันจนฉันต้องหย่าแล้วไปแต่งงานกับคนอื่น”
“คุณนั่นแหละเป็นคนไม่ดี ทำให้ครอบครัวร้าวฉาน”
“เอาล่ะๆ อย่ามัวมาโทษกันเลยทานข้าวกันเถอะ” เบญญาภาสะกิดแขนของพรนภาด้วยความไม่พอใจที่พยัคฆินไม่สนใจเธอ
“ไม่เป็นไร ยังไงน้าก็จะทำให้หนูเบญได้แต่งงานกับตาสิงห์ให้ได้ ทานข้าวเถอะ”
พิมรสาที่หันไปยิ้มให้กับคมสัน
“คุณลุงไม่ต้องโมโหมากนะคะ เดี๋ยวจะเสียสุขภาพ” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงไพเราะน่าฟังแต่สายตาที่ส่งให้เบญญาภานั้นร้ายกาจไม่เบา หลังจากนั้นทั้งสี่คนก็ต่างทานข้าวไปเงียบๆ
เมื่อขึ้นมาบนรถแล้วพยัคฆินก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาดูโทรศัพท์ จนเขาโมโหที่เธอไม่ยอมส่งข้อความกลับมาหาเขา
นี่ก็เกือบจะสองทุ่มแล้วแต่หญิงสาวก็ยังไม่ยอมส่งข้อความใดๆกลับมา พยัคฆินจึงส่งข้อความไปหาเธอ
“ตกลงว่าคุณตัดสินใจยังไง”
ฝั่งรติรส
เมื่อรติรสหอบความช้ำไปถึงห้องเธอก็ร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรไม่คิดเลยว่าผู้ชายที่เธอกำลังจะแต่งงานในอีกหนึ่งอาทิตย์เขาจะพาผู้หญิงขึ้นโรงแรมไปจริงๆ
“ทำไมพี่เพชรถึงทำแบบนี้กับรติทั้ง ๆ ที่เราจะแต่งงานกันอีกหนึ่งอาทิตย์แล้ว”หญิงสาวร้องไห้ด้วยความเสียใจไม่อยากจะเชื่อว่าผู้ชายที่เธอกำลังจะเข้าประตูวิวาห์ด้วยอีกหนึ่งอาทิตย์จะทำแบบนี้กับเธอได้
นิ้วเรียวนั้นหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าและทิ้งตัวลงนอนกับที่นอน หญิงสาวร้องไห้อย่างบ้าคลั่ง นิ้วเรียวกดเปิดคลังรูปที่พวกเธอทั้งสองนั้นถ่ายด้วยกัน เธอเปิดเข้าไปดูรูปถ่ายพรีเวดดิ้งของเธอกับเขานั้นถ่ายรูปพร้อมรอยยิ้มอย่างมีความสุขไม่น่าเชื่อเลยผู้ชายที่เคยอบอุ่นที่สุดจะเป็นคนทำร้ายเธอได้เจ็บปวดขนาดนี้
“ฉันจะทำยังไงดีนะ ทำไมโลกช่างโหดร้ายกับฉันแบบนี้” รติรสร้องไห้เหมือนคนจะเป็นบ้า สภาพของเธอนี้ดูไม่จืดเลยและแล้วเธอก็กดเข้าไปในโปรไฟล์เฟชบุ๊กของตัวเอง ข้อความที่เธอนั้นโพสต์บอกว่าให้เพื่อนๆที่ทำงานและเพื่อนตอนเรียนมหาวิทยาลัยนั้นมาร่วมงานแต่งของเธอกับพชร ยิ่งทำให้เธอนั้นอับอายขายขี้หน้าไม่รู้จะทำยังไงดีว่าที่เจ้าบ่าวตัวดีนั้นแอบหิ้วผู้หญิงขึ้นโรงแรมกลางวันแสกๆ
เธอจึงกดเข้าไปดูในกะทู้ถ้าจับได้แล้วว่าคู่หมั้นของตัวเองกำลังคบชู้ควรทำอย่างไร
“อย่างนี้ต้องเลิก เอาไว้เป็นพ่อของลูกไม่ได้เพราะฉะนั้นตัดให้เด็ดขาดเลย”
“เธอจะเลิกได้จริงๆเหรอทั้งๆที่เธอกำลังจะแต่งงานกับเขานะแล้วนี่ทุกอย่างก็เตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว” หญิงสาวนอนคิดอยู่นานภาพที่พวกเธอนั้นกำลังมีความสุขด้วยกันก็ผุดขึ้นมาเหมือนดอกเห็ด มือเรียวกำโทรศัพท์แน่นด้วยความเด็ดเดี่ยว
“ถ้าเขาคิดถึงวันดีๆของพวกเรา เขาคงไม่ทำแบบนี้หรอกยัยรติ เธอสิจะต้องตัดใจ ดีแล้วที่จับได้ในตอนนี้ถ้าหากแต่งงานแล้วมีลูกขึ้นมาพี่เพชรทำแบบนี้กับเธอ เธอจะทำยังไงแล้วมันคงจะเป็นปมของลูกเธออีกด้วย ทางที่ดีตัดไฟตั้งแต่ต้นลม” หญิงสาวพยักหน้าให้กับตัวเองแล้วลุกขึ้นมานั่งแล้วตัดสินใจโพสต์ข้อความลงในเฟชบุ๊กทันที
“ฉันขอประกาศว่าจะไม่มีงานแต่งระหว่างฉันกับพี่เพชร เพราะว่าเราทั้งสองคนได้เลิกกันแล้ว” ประโยคเพียงสั้นๆทำให้รติรสได้รับข้อความจากเฟชบุ๊กของเธอแทบจะไหม้ ทั้งเสียงส่งข้อความ ทั้งเสียงคอมเมนท์เยอะแยะมากมาย จนในที่สุดเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
“กริ่งๆ” รติรสหันไปมองก็เห็นเบอร์โทรของเพื่อนสาวก็รีบกดรับทันที ยังไม่ทันที่ต้นสายจะพูดเธอก็ชิงร้องห่มร้องไห้เสียงดังให้เพื่อนสาวฟังซะก่อน
“ยัยฟ้าที่เพชรเขานอกใจฉัน”
“แกรู้ได้ยังไงว่าพี่เพชรนอกใจแกรติ”
“ก็ฉันเห็นมากับตา วันนี้ฉันไปแจกการ์ดเพื่อนสมัยมัธยมโรงแรมที่เพื่อนฉันทำงานอยู่ ฉันก็เห็นที่เพชรหิ้วผู้หญิงขึ้นโรงแรมทั้ง ๆ ที่พี่เพชรบอกกับฉันว่าพี่เพชรติดประชุมทำไมพี่เพชรทำแบบนี้กับฉันแก” เสียงร้องไห้ปานจะขาดใจจนฟ้าระวีอดเป็นห่วงไม่ได้
