บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 จ้างแต่งงาน

ตอนที่ 3

จ้างแต่งงาน

“คุณคิดว่าเรื่องแต่งงานเป็นเรื่องเล่นๆเหรอคะ”

“ผมไม่ได้คิดว่าเรื่องแต่งงานเป็นเรื่องเล่นๆ แต่ผมคิดว่าเรื่องแต่งงานเป็นเรื่องจริงจัง คู่หมั้นคุณต่างหากที่คิดว่าเรื่องแต่งงานเป็นเรื่องเล่นๆ” ใบหน้าหวานก็ทำท่าจะร้องอีกครั้งจนชายหนุ่มถอนใจยาวออกมาเมื่อรู้ว่าตัวเองนั้นเผลอพูดในสิ่งที่ไม่ควรจะพูดในเวลานี้

“ผมขอโทษก็แล้วกันที่พูดอะไรแล้วทำให้กระทบจิตใจคุณ แต่ผมอยากจะบอกคุณว่า ถ้าคุณแต่งงานกับผม ผมจะมีค่าตอบแทนเป็นอย่างดี”

“ทำไมคุณถึงอยากแต่งงานกับฉันล่ะคะ”

“ผมไม่ได้อยากแต่งงาน แต่ผมไม่อยากถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่ผมไม่รักเพราะฉะนั้นผมถึงอยากจะจ้างคุณ คุณยังจะได้ใส่ชุดเจ้าสาวเหมือนเดิม คุณยังเป็นเจ้าสาวเหมือนเดิมแต่เปลี่ยนแค่เจ้าบ่าว คุณจะว่ายังไง”

“ไม่ละค่ะ ฉันจะไม่เล่นขายของกับคุณแน่นอนเพราะว่าการแต่งงานของผู้หญิงมันก็คือทั้งชีวิต คุณคิดว่ามันเป็นเรื่องตลกเหรอคะ”

“ก็ผมบอกแล้วไง ว่าผมไม่ได้ตลก ผมจริงจัง ถ้าคุณยังกังวลอยู่ผมให้คุณไปคิดหนึ่งคืนก็แล้วกัน แต่ผมบอกกับคุณไว้เลยนะว่าผมมีค่าตอบแทนเต็มที่”

“คุณจะตอบแทนฉันเท่าไหร่เหรอคะ”

“ผมจะจ่ายค่าจดทะเบียนให้คุณทันทีเลยห้าล้านบาท ถ้าคุณยินยอมที่จะแต่งงานกับผม”

“คุณก็พูดเวอร์ไปค่ะ จะมาจ่ายค่าจดทะเบียนตั้งห้าล้านบาทเพื่ออะไรคะ”

“เป็นค่าแต่งงานกับคุณไงและผมก็จะจ่ายให้คุณทันทีที่เราจดทะเบียนสมรสกันเสร็จ”

“ไม่ค่ะ”

“หรือว่าคุณยังคิดว่าคุณจะกลับไปคืนดีกับแฟนของคุณ”

“ไม่ค่ะ” เธอพูดด้วยท่าทางจริงจังและหนักแน่น

“ฉันจะไม่กลับไปแน่นอน” ว่าแล้วเธอก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้

“มีแรงเดินแล้วเหรอ” เขาหันมาถามเธอ

“ค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยเหลือฉัน” หญิงสาวกำลังจะหมุนตัวออกไปจากห้องแต่แล้วเขาก็ดึงแขนของเธอไว้ รติรสรีบสะบัดแขนทันที

“ขอโทษทีผมไม่ได้ตั้งใจน่ะ แต่ว่าก่อนที่คุณจะไปผมขอไลน์กับเบอร์โทรคุณได้ไหม”

“ขอไลน์กับเบอร์โทรฉันเหรอคะ ไม่ล่ะค่ะ ฉันไม่สะดวก”

“สะดวกสิเพราะในเมื่อคุณบอกผมเมื่อกี้ว่าคุณตัดสินใจที่จะไม่กลับไปหาแฟนของคุณแล้ว เพราะฉะนั้นคุณสะดวกและคุณไม่มีใคร”

“ขอโทรศัพท์” หญิงสาวคดุ้นคิดอยู่สักครู่ไม่รู้ว่าอะไรดลใจเธอจึงหยิบโทรศัพท์ออกมาให้เขา

“ที่ฉันให้เบอร์คุณ ฉันไม่ได้คิดอยากจะแต่งงานกับคุณหรอกนะคะ แต่ฉันคิดว่าฉันอยากจะเลี้ยงขอบคุณที่อย่างน้อยในช่วงเวลาที่ฉันเจ็บปวดที่สุด คุณก็เป็นคนแปลกหน้าที่คอยปลอบใจฉัน ขอบคุณมากๆเลยนะคะ” ชายหนุ่มเงยหน้ามองเธอ เขากดโทรศัพท์หาเบอร์ของตัวเองแล้วเมมเบอร์โทรตัวเองและแอดไลน์ของเธอเอาไว้

“ผมทักคุณไปแล้ว” เขาก็ยื่นโทรศัพท์คืนให้รติรส เธอรับโทรศัพท์และเดินออกไปจากห้องเงียบๆพอเดินออกมาจากห้องแล้วรติสรสก็รีบลูบหน้าอกของตัวเองก็อย่างคนโล่งอก

“ยัยรตินี่เธอเข้าห้องกับใครก็ไม่รู้ ทำไมไม่มีสติเลยนะ” ว่าแล้วน้ำใสๆก็เอ่อล้นขอบตาออกมาอีกครั้ง หญิงสาวจึงพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆและเช็ดน้ำตาของตัวเอง

“พอกันทีผู้ชายห่วยๆแบบนั้น เธอจะไปรักเขาทำไมอีก” ว่าแล้วเธอก็กดลิฟต์รีบลงไปข้างล่าง

พยัคฆินที่วันนี้เอาแต่ก้มหน้าก้มตาดูไลน์ว่าผู้หญิงคนนั้นจะส่งไลน์มาหาเขาไหมนะ รอแล้วรอเล่าจนถึงบ่ายเธอก็ไม่มีแม้แต่จะตอบกลับไลน์ของเขา จนทำให้เจ้าตัวหงุดหงิด

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก” เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

“มีอะไรอมร”

“คือว่าคุณแม่ของคุณนะครับ ท่านบอกว่าให้คุณสิงห์รับสายด้วยครับ”

“ฉันไม่มีอารมณ์ที่จะคุยกับคุณแม่”

“แต่ว่าท่านมีเรื่องด่วนที่จะคุยกับคุณนะครับ”

“เรื่องคู่หมั้นน่ะเหรอ ฉันไม่คุย”

“คุณสิงห์รู้เหรอครับ”

“รู้สิ แล้วรู้ด้วยว่าคุณพ่อก็จะคุยเรื่องคู่หมั้น”

“คุณสิงห์รู้เหรอครับ”

“งั้นแสดงว่าคุณพ่อก็โทรหานายน่ะสิ”

“ใช่ครับ แต่คนที่น่าจะโมโหที่สุดน่าจะเป็นคุณแม่ของคุณนะครับ”

“ฉันรู้แล้ว”

“พวกท่านทั้งสองบอกว่าให้คุณสิงห์ไปที่ร้านอาหารร้านประจำนะครับ พวกท่านรออยู่กับคู่หมั้น”

“เออ ฉันรู้แล้ว เดี๋ยวฉันไป” พยัคฆินก็เคาะนิ้วลงบนโต๊ะอยู่สองสามครั้งเพื่อรอข้อความจากรติรสแต่เธอก็ไม่ส่งอะไรมาให้เขาจนถึงเวลาห้าโมงชายหนุ่มจึงถอนหายใจยาวพรืดและลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินออกจากห้องไป

“คุณสิงห์ครับ ไปร้านอาหารเถอะนะครับ” อมรที่บัดนี้หน้าถอดสี

“ไม่”

“ถ้าคุณสิงห์ไม่ไปผมคงแย่แน่”

“ไปเถอะนะครับ” อมรที่พยายามอ้อนวอนให้พยัคฆินนั้นไปตามนัดของคมสันและพรนภา

พยัคฆินที่หันมามองใบหน้าที่สิ้นหวังของเลขาหนุ่มก็ถอนหายใจเสียงดังด้วยความรำคาญใจแต่แล้วก็พยักหน้า จนอมรนั้นยิ้มออกเพราะสายสุดท้ายที่อมรได้รับจากพรนภา คือ ถ้าอมรไม่สามารถพาตัวของพยัคฆินมาที่ร้านอาหารได้เธอจะไล่อมรออกจากตำแหน่งเลขา อมรที่รู้สึกโล่งอกก็ยิ้มได้

“นายโดนขู่อะไรมาอีกละรอบนี้”

“ก็คุณแม่ของคุณนะครับบอกว่า ถ้าผมพาคุณไปที่ร้านอาหารไม่ได้ผมจะโดนไล่ออก”

“คุณแม่มีสิทธิ์อะไรมาไล่นายออก”

“ก็มีสิครับคุณแม่ของคุณเป็นอดีตภรรยาของท่านประธานใหญ่ ถ้าไล่ผมออกผมต้องอดตายแน่ๆเลยครับ”

“คนที่ไล่นายออกได้คนเดียวก็คือฉัน นายไม่ต้องกังวลหรอกน่า”

“จริงเหรอครับคุณสิงห์”

“จริงสิ ฉันจะโกหกทำไมถ้าไม่อยากโดนแม่ฉันไล่ออกนายก็รีบๆขับรถไปเถอะ”

“อ้าว! แล้วเมื่อกี้คุณสิงห์บอกว่าจะดูแลผม เพราะผมเป็นคนของคุณสิงห์”

“ฉันลืมไปแล้วว่าฉันพูดอะไรเมื่อกี้”

“คุณสิงห์อย่าทำแบบนี้สิครับ ผมยิ่งใจไม่ดีอยู่” พยัคฆินที่รู้สึกหงุดหงิดใจเขาในขณะที่รถติดเขาก็ยังก้มมองดูข้อความก็ไม่เห็นข้อความของรติรสส่งกลับมาสักทีว่าตกลงเธอจะรับข้อเสนอของเขาไหม

“ถึงแล้วครับคุณสิงห์” พยัคฆินเปิดประตูออกไปและสูดหายใจเข้าลึกๆพลางเดินเข้าไปในร้านอาหารชั้นบนสุดของโรงแรมหรู

“ทำไมยังไม่เข้าไปอีกครับ” อมรที่ร้อนๆหนาวๆเพราะพยัคฆินนั้นมาช้ากว่าเวลานัดเกือบชั่วโมงแต่ก็ไม่ยอมเปิดประตู

“เปิดประตูสิฉันจะได้เข้าไป”

“ครับๆ” อมรรีบเปิดประตูทันที เมื่อเสียงประตูเปิดขึ้นคนทั้งสี่ก็หันมาพร้อมกัน และคนที่ยิ้มกว้างมากที่สุดก็เป็นพรนภา

“มาแล้วเหรอตาสิง นี่แม่รออยู่ตั้งนาน ลูกนะลูกทำไมปล่อยให้น้องเบญรออยู่ตั้งนาน”

“ใช่ นี่หนูพิมก็รอแกอยู่ตั้งนานกับข้าวก็จืดหมดแล้วรีบมานั่งสิ” ว่าแล้วอดีตสามีภรรยาก็มองหน้ากันและกันพลางขบเคี้ยวเขี้ยวฟันใส่กัน

“นี่มันยังไงกันครับ” อมรที่รีบปิดประตูและเดินเข้ามายืนใกล้ๆพยัคฆิน

“แล้วนายจะมายืนอยู่ทำไมล่ะอมรออกไปก่อนสิ เรามีเรื่องสำคัญจะต้องคุยกัน”

“ไม่ต้องออกไปหรอกอมรยืนอยู่ตรงนี้แหละ” พยัคฆินหันไปสั่งอมรอีกครั้ง จนอมรไม่รู้จะฟังคำสั่งของใครก่อนดี

“นี่นายกล้าขัดคำสั่งฉันเหรอ”

“อมรเป็นคนของผมครับคุณแม่เพราะฉะนั้นคนของผม ผมสั่งได้แค่คนเดียวถ้าคุณแม่จะพูดก็พูดมาครับ แต่ถ้าคุณแม่ยังสั่งให้อมรออกไปจากห้อง ผมก็จะเดินไปกับอมร”

“นี่ลูก” พรนภาโมโหแต่รู้ว่าสิ่งที่สำคัญไม่ใช่มาทะเลาะเรื่องของอมร เธอจึงปรับสีหน้าทันทีและส่งยิ้มให้พยัคฆิน

“รู้จักกันไว้สิลูก นี่หนูเบญญาภาเป็นคู่หมั้นของลูก” เสียงกะแอมดังขึ้นจากอีกฝั่ง

“นี่หนูพิมรสาเป็นคู่หมั้นของแกด้วย” พยัคฆินหัวเราะร่วนขึ้นมาเมื่อได้ยินผู้เป็นพ่อพูดขึ้นเช่นกัน

“นี่มันเรื่องตลกปี 2025 เหรอครับ” จู่ๆพ่อกับแม่ก็ดันหาคู่หมั้นมาให้เขาตั้งสองคน พ่อหามาคนหนึ่งส่วนแม่ก็หามาคนหนึ่ง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel