ตอนที่4
จอมขวัญถูกคุณหญิงพิมลเรียกให้มาพบหลังช่วงเวลาอาหารเย็น หญิงสาวนั่งลงกับพื้นตรงหน้าผู้มีพระคุณไม่คิดตีตนเสมอนาย
“คุณหญิงเรียกขวัญมามีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่คิดว่าเธอกับภวัตสนิทกันเกินไปแล้วน่ะ”
“คะ? แต่ว่าขวัญไม่ได้คิดอะไรกับคุณวัตเลยนะคะ” จอมขวัญรีบแย้งปฏิเสธทันควัน
เธอไม่เคยคิดอาจเอื้อมกับผู้เป็นเจ้านายเลยแม้แต่ครั้งเดียว เธอเจียมตัวมาโดยตลอดลึกๆ จะรู้สึกดีใจทีี่ภวัตใจดีกับเธอ แต่เธอรู้ว่าควรอยู่ตรงไหน
“ฉันรู้ว่าเธอไม่ได้คิดอะไร แต่คนอื่นล่ะจะคิดเหมือนกันไหม” คุณหญิงพิมลพูดอย่างใจเย็นไม่โวยวายหรือตะคอกให้อีกฝ่ายตกใจกลัว
“ขวัญขอโทษค่ะ”
“ไม่ต้องขอโทษหรอก เธอไม่ได้ทำผิดสักหน่อยฉันแค่อยากให้เธอเว้นระยะห่างกับภวัตไว้หน่อยก็ดี จะได้ไม่มีคนเอาไปพูดไม่ดีเอาได้น่ะ”
“ทราบแล้วค่ะ” หญิงสาวรู้ตัวว่าควรปฏิบัติอย่างไรต่อจากนี้ เธอไม่อยากให้เขาถูกมองไม่ดีและเธอก็ไม่ได้เหมาะสมกับเขาเลยแม้แต่น้อย
หญิงสาวก้าวออกจากห้องของคุณหญิงพิมลเตรียมที่จะเดินกลับไปยังห้องพักของตนเองที่อยู่ด้านหลังบ้านหลังใหญ่ แต่แล้วขาเรียวก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นร่างสูงของภูวินยืนขวางทางอยู่
“เป็นอะไร เจอฉันทำไมจะต้องก้มหน้าตลอด” เสียงทุ้มเอ่ยถามด้วยใบหน้าเรียบนิ่งเมื่อเห็นคนตัวเล็กก้มหน้างุดอีกแล้ว
“ไม่ได้เป็นอะไรนี่คะ”
“แล้วทำไมไม่เงยหน้า จะก้มหาอะไร”
“ขวัญแค่ไม่ชินน่ะค่ะ”
“ไม่ชินอะไร”
“เปล่าค่ะ” เธอไม่อยากสนทนากับเขานานนักเพราะรู้สึกประหม่าหัวใจเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก
“ทีกับภวัตจ้องตาหวานซึ้ง ทีกับฉันเอาแต่ก้มหน้า”
คำพูดของเขาทำให้จอมขวัญเงยหน้าขึ้นมาด้วยความสงสัย คิ้วสวยขมวดเป็นปมไม่เข้าใจว่าเขาพูดแบบนี้ต้องการจะสื่อถึงอะไร
“หรือเพราะเธอชอบภวัต”
“ขวัญว่าคุณเข้าใจผิดแล้วค่ะ ขวัญไม่ได้คิดอะไรเกินเลยกับคุณวัตเลยค่ะ” ต่อให้คิดก็ไม่กล้าอาจเอื้อมเกินสถานะของตนเอง
“ไม่คิดหรือเพราะคิดไม่ได้กันแน่”
“หมายความว่ายังไงคะ”
“เพราะเธอเป็นแค่คนที่แม่ฉันส่งเสียเลี้ยงดูใช่ไหมล่ะ ก็ถือว่ายังรู้ฐานะตัวเองดีนะจอมขวัญ” คำพูดคำจาเชิงดูถูกของเขาทำให้จอมขวัญเม้มปากแน่น
“ถ้าคุณวินไม่มีอะไรจะพูดแล้วขวัญขอตัวกลับห้องพักนะคะ”
“ที่ฉันพูดคงเป็นเรื่องจริงใช่ไหมล่ะ”
“แล้วแต่คุณจะคิดเถอะค่ะ” จอมขวัญไม่อยากเถียงเขาเพราะเขาคือลูกชายของผู้มีพระคุณ เธอไม่เคยลืมคำว่าบุญคุณจึงต้องอยู่อย่างเจียมตัวมาโดยตลอด
จอมขวัญเดินหนีเขาจนมาถึงห้องพักของตนเอง เธอไม่เข้าใจเลยว่าภูวินต้องการอะไรถึงได้พูดแบบนั้น เธอรู้ว่าเขาไม่ชอบเธอ แต่เธอก็ไม่เคยไปยุ่งวุ่นวายกับเขาเสียหน่อย
เช้าวันใหม่ภวัตรีบวิ่งหน้าตาสดใสริมฝีปากคลี่ยิ้มกว้างมาหาจอมขวัญที่อยู่ในชุดนักศึกษาเตรียมไปเรียนในช่วงสายของวัน
“ขวัญ เดี๋ยวก่อน” เสียงเรียกของเขาทำให้จอมขวัญหยุดชะงัก
“คะคุณวัต” เธอถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่างกับเขาตามคำสั่งของคุณหญิงพิมล
“ฉันไปขอป้าพรให้แล้วนะ ป้าพรอนุญาตให้ขวัญไปกับฉันได้”
“คือ...ขวัญไปไม่ได้แล้วค่ะ”
“ทำไมล่ะ?” ชายหนุ่มหุบยิ้มทันควันเมื่อได้ยินสิ่งที่เธอบอก
“ขวัญลืมไปว่ามีนัดทำรายงานกับทิชาน่ะค่ะ ขวัญขอโทษนะคะคุณวัต” เธอจำเป็นต้องโป้ปดเพราะไม่อยากบอกเขาไปตรงๆ
“งั้นเหรอ น่าเสียดายจังคิดว่าจะได้ไปด้วยกันซะอีก”
“ขอโทษค่ะ เอาไว้โอกาสหน้านะคะ” เธอก็เสียดายที่พลาดโอกาสไปอีกครั้ง เธอก็อยากไปแต่ในเมื่อเป็นคำสั่งของคุณหญิงเธอก็ไม่อาจปฏิเสธได้
“ไม่เป็นไรๆ ปีหน้าก็ยังมีอีก” ภวัตแสร้งทำเหมือนว่าไม่เป็นอะไร แต่ในใจห่อเหี่ยวจนยิ้มไม่ออก เขาอยากพาจอมขวัญไปเปิดหูเปิดตาบ้าง เพราะนอกจากไปเรียนแล้วเธอก็อยู่แต่บ้านไม่ค่อยออกไปไหนเลย
“ขวัญขอตัวก่อนนะคะ” หญิงสาวก้มหัวน้อยๆ แล้วยิ้มบางๆ ก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปอย่างระมัดระวังไม่ให้ใกล้ชิดเขามากเกินไป
ชายหนุ่มมองแผ่นหลังของร่างเล็กที่เดินจากไป เขารับรู้ได้ทันทีว่ามีบางอย่างเปลี่ยนไปก่อนที่สายตาจะพลันไปเห็นพี่ชายของตนเองยืนกอดอกมองอยู่ในบ้าน ขายาวรีบก้าวฉับๆ ตรงปรี่ไปหาผู้เป็นพี่ทันที
“พี่วิน ขอคุยด้วยหน่อย”
“อะไร?” ภูวินทำตีมึนเหมือนไม่รู้เรื่องทั้งทีในใจรู้อยู่เต็มอกว่าน้องชายตั้งใจจะพูดเรื่องอะไร
“พี่ไปพูดอะไรกับขวัญหรือเปล่า”
“ฉันจะไปพูดอะไรกับแม่นั่นได้ แค่หน้าเธอยังไม่มองฉันเลย”
“พี่ไม่ได้พูดอะไรแปลกๆ กับขวัญใช่ไหม”
“นี่แกไม่เชื่อฉันหรือไง”
“ไม่ใช่ไม่เชื่อ แต่วันนี้ขวัญดูแปลกๆ ไป” ภวัตมองท่าทีของพี่ชายที่ยังคงปกติจึงเชื่อว่าที่พี่พูดเป็นเรื่องจริง สงสัยเขาคงคิดมากไปเอง
“แล้วแกจะไปสนใจอะไรนักหนา คิดอะไรกับเด็กคนนั้นหรือไง”
“ผมบอกไปแล้วว่าขวัญก็เหมือนน้องสาวของผม”
“ฉันเป็นพี่แท้ๆ ของแก แกยังไม่เห็นสนใจอะไรฉันเลย”
“พี่เอาตัวรอดได้แล้วนี่ครับ อายุก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้วยังต้องให้ผมสนใจอะไรพี่อีกล่ะ”
“แกก็อายุไม่ได้ห่างจากฉันมากนักหรอก รีบๆ หาแฟนเป็นตัวเป็นตนได้แล้ว เดี๋ยวคุณแม่ท่านจะไม่ได้อุ้มหลาน”
“ผมว่าเรื่องหาแฟนเป็นตัวเป็นตนพี่บอกตัวเองดีกว่่านะ วันก่อนผมยังเห็นพี่ควงนางแบบในค่ายผมไปกินข้าวอยู่เลย” ภวัตรู้นิสัยของพี่ชายดีว่าภูวินเจ้าชู้ขนาดไหน
“ไอ้นี่ อย่าเสียงดังสิเดี๋ยวแม่ก็ได้ยินหรอก”
“พี่นั่นแหละควรหยุดเจ้าชู้สักที ไม่สงสารผู้หญิงที่พี่ทิ้งบ้างหรือไง”
“สงสารอะไร ก็วินวินทั้งคู่ไม่มีใครเสียหายอะไร” เขาได้ปลดปล่อย อีกฝ่ายก็ได้สิ่งที่ต้องการนั่นก็คือเงินซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เขาทำมาโดยตลอด
“เอาเถอะ สักวันคนที่เสียใจอาจจะเป็นพี่เองก็ได้”
“พูดจาเลอะเทอะ คนอย่างฉันเนี่ยนะจะมาเสียใจเพราะเรื่องผู้หญิง ไร้สาระสิ้นดี” ภูวินมั่นอกมั่นใจเต็มร้อยว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนบนโลกนี้จะทำให้เขาเสียใจได้ มีแต่เขาที่หักอกพวกเธอเสียมากกว่า
“ครับๆ ผมจะคอยดู แต่พี่ห้ามไปยุ่งกับขวัญแล้วกัน”
“รู้แล้วน่า ฉันไม่ยุ่งกับผู้หญิงหน้าตาบ้านๆ จืดชืดแบบนั้นหรอกน่า”
“ให้มันแน่เถอะ”
“เห็นฉันเป็นคนยังไงวะไอ้น้องคนนี้ ว่าแต่แกเถอะไม่ได้คิดอะไรกับเด็กนั่นจริงๆ ใช่ไหม” ภูวินถามให้แน่ใจอีกครั้ง
“ผมบอกแล้วไงว่าขวัญก็เหมือนน้องสาวของผม” ภวัตยืนกรานอย่างมั่นใจ ในสายตาเขาจอมขวัญยังคงเป็นเด็กที่น่าเอ็นดูอยู่เสมอ
“ไม่คิดอะไรก็ดี” คนมีแผนแอบลอบยิ้มคนเดียว ตอนนี้รอให้ถึงเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น
