ตอนที่3
ร่างหนายืนกอดอกพิงประตูบานใหญ่จ้องมองไปทางน้องชายกับหญิงสาวที่แม่ของเขาอุปการะเอาไว้กำลังยืนคุยกันอย่างกระหนุงกระหนิง แต่ไม่นานน้องชายของเขาก็เดินกลับเข้ามาในบ้านหลังใหญ่
“จะรีบไปไหนวัต”
“ไปเอาหนังสือมาให้ขวัญน่ะครับ” ภวัตตอบไปตามความจริงเพราะเขาตั้งใจจะให้หนังสือภาษาอังกฤษที่ตนมีกับเธอ
“เอ็นดูเด็กคนนั้นจังเลยนะ”
“ขวัญก็เหมือนน้องสาวผมน่ะ”
“แน่ใจเหรอว่าคิดแค่น้อง” คำพูดของภูวินทำให้ภวัตชะงักฝีเท้าทันควัน
“พี่หมายความว่าไง?”
“ก็เปล่า แค่ถามเฉยๆ ว่าแกคิดกับขวัญแค่น้องจริงๆ”
“ขวัญยังเด็กนะครับ ผมจะไปคิดอย่างอื่นได้ยังไง” ในสายตาของภวัตจอมขวัญยังคงเป็นเด็กวัยสิบขวบอยู่เสมอ
“อายุยี่สิบไม่ใช่เด็กแล้วสักหน่อย” ภูวินพูดพร้อมกับตบบ่าน้องชายเบาๆ ก่อนจะเดินจากไปอย่างมีเลศนัย
คำพูดของพี่ชายทำให้ภวัตรู้สึกตะหงิดใจแปลกๆ เขาสังหรณ์ใจไม่ดีว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับจอมขวัญ แต่อีกใจก็คิดว่าตนนั่นคิดมากไปเองพี่ชายของเขาคงไม่กล้าทำอะไรจอมขวัญ
“ขอโทษที่ให้รอนะขวัญ นี่หนังสือที่ฉันจะให้”
“เล่มนี้แพงเลยนะคะคุณวัต ให้ขวัญยืมจะดีเหรอคะ” จอมขวัญตกใจอ้าปากเหวอเมื่อได้เห็นหนังสือราคาแพงที่เธอไม่มีทางซื้อได้ด้วยตัวเอง
“ใครบอกว่าฉันให้ยืมล่ะ ให้เลยต่างหาก”
“หะ...ให้เลยเหรอคะ” เธอยิ่งตกใจตาโตไม่คิดว่าเขาจะใจดีให้หนังสือราคาแพงเล่มนี้กับเธอ
“ใช่ให้เลย ยังไงฉันก็ไม่ได้ใช้แล้ว เธอเอาไปอ่านเถอะ” ภวัตยื่นหนังสือให้คนตรงหน้าที่ทำกล้าๆ กลัวๆ
“เอาไปสิ ฉันให้” สุดท้ายเขาต้องจับมือเธอมารับหนังสือไปเพราะเธอไม่ยอมรับเสียที
“ขอบคุณนะคะคุณวัต ขวัญจะรักษาอย่างดีเลยค่ะ” จอมขวัญกอดหนังสือไว้แน่นเธอจะดูแลรักษาอย่างดีให้สมกับที่เขาใจดีให้้เธอ
ชายหนุ่มอมยิ้มมองคนตรงหน้าที่ดูมีความสุขกับของเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาให้ หนังสือเล่มหนึ่งที่แสนจะธรรมดาสำหรับเขาแต่กลับกลายเป็นสิ่งของที่จอมขวัญทะนุถนอมเป็นอย่างดี
“เอาไปแล้วอ่านด้วยล่ะไม่ใช่มัวแต่เก็บจนลืม”
“ต้องอ่านสิคะ เล่มนี้มีศัพท์จำเป็นที่ต้องใช้เยอะมากๆ ขวัญจะอ่านให้จบเล่มเลยค่ะ” คนตัวเล็กเปิดหนังสือด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เธอเห็นเพื่อนในคณะพากันพูดถึงหนังสือเล่มนี้ แต่เพราะราคาแพงเกินไปเธอจึงอาศัยอ่านของห้องสมุดมหาวิทยาลัยไปพลางๆ
ถึงเธอจะเป็นเด็กที่คุณหญิงพิมลอุปการะมาส่งเสียเลี้ยงดูจ่ายค่าเทอมให้จนกว่าจะจบ แต่เธอก็ได้รับเงินเดือนจากการทำงานในบ้านเทียบเท่ากับคนอื่นเช่นกัน เพราะฉะนั้นเธอจึงไม่กล้าขอให้คุณหญิงท่านซื้อหนังสือราคาแพงเล่มนี้ จอมขวัญเจียมตัวและรู้หน้าที่ของตัวเองอย่างดีว่าเธออยู่จุดไหนของบ้านหลังนี้
“วันเสาร์หน้าขวัญว่างไหม”
“เสาร์หน้าทำไมเหรอคะ” เธอเงยหน้าขึ้นจากหนังสือทันทีที่อีกฝ่ายถาม
“วันเสาร์หน้าฉันมีอีเวนท์ที่งานหนังสือ เผื่อว่าขวัญอยากไปไง”
“งานหนังสือที่จะจัดแค่ปีละครั้งน่ะเหรอคะ” พอได้ยินแบบนั้นรอยยิ้มสวยก็เผยกว้างออกมา
“ใช่ ฉันต้องไปโปรโมทซีรีส์เรื่องใหม่กับกองถ่ายน่ะ ไปด้วยกันไหม”
“ขวัญไปด้วยจะดีเหรอคะ คุณวัตไปทำงานนี่คะ”
“โปรโมทแค่สองชั่วโมงก็จบแล้ว เสร็จงานแล้วเดี๋ยวฉันพาขวัญไปเลือกหนังสือดีไหม”
“แต่ขวัญต้องขอป้าพรก่อนนะคะ ขวัญยังไม่รับปากนะคะ” ใบหน้าสวยสลดลงถึงจะอยากไปมากแค่ไหน แต่ก็ต้องขออนุญาตป้าสมพรหัวหน้าแม่บ้านเสียก่อน
“เดี๋ยวฉันช่วยพูดให้”
“คุณวัตจะช่วยพูดให้ขวัญเหรอคะ”
“อืม เอาเป็นว่าขวัญไปกับฉันนะ”
“ค่ะ ขอบคุณนะคะคุณวัต” จอมขวัญกลับมายิ้มกว้างใบหน้าร่าเริงอีกครั้งเมื่อเขาจะเป็นคนขออนุญาตป้าสมพรให้แทน
ทุกการกระทำของทั้งคู่อยู่ในสายตาของใครบางคนอยู่ทุกขณะ ชายหนุ่มแอบมองทั้งสองคนจากระยะไกลทำให้ไม่รู้ว่าทั้งคู่พูดคุยกันเรื่องอะไร เห็นแต่เพียงคนตัวเล็กทำหน้าดีใจราวกับได้รางวัลใหญ่
“ทีกับฉันก้มหน้าไม่ยอมคุย ทีกับไอ้วัตยิ้มจนหน้าบาน น่าหมั่นไส้” บ่นอุบอิบไม่พอใจที่มักจะถูกเธอเมินหนี เวลาเดินสวนกันก็ทำอย่างกับเขาเป็นยักษ์เป็นมารไม่กล้าเงยหน้าสบตา แต่พออยู่กับภวัตสามารถพูดคุยหัวเราะจ้ออย่างไม่เกรงกลัว
“บ่นอะไรอยู่คนเดียวลูก”
“เปล่าครับคุณแม่” ภูวินเลิกสนใจทั้งสองคนแล้วหันกลับไปตอบผู้เป็นแม่ที่เดินเข้ามาทัก
“แล้วดูอะไรอยู่นานสองนาน”
“ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมก็ดูอะไรไปเรื่อยเปื่อย”
“แล้วตาวัตล่ะ วันนี้ไม่ได้ไปทำงานนี่นา” คุณหญิงพิมลมองหาลูกชายอีกคนที่วันนี้ต้องอยู่บ้านแต่กลับหาตัวไม่เจอ
“อยู่ในสวนนั่นไงครับ คุยกับแม่เด็กนั่นอยู่” ภูวินชี้ไปที่น้องชายกับจอมขวัญที่นั่งคุยกันยังไม่จบ
“ไปอยู่กับขวัญอีกแล้ว สองคนนั้นสนิทกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว”
“คุณแม่ไม่รู้สึกอะไรบ้างเหรอครับ”
“รู้สึกอะไรล่ะลูก” คุณหญิงพิมลสงสัยในคำพูดของลูกชายที่จู่ๆ ก็เอ่ยออกมา
“ชายหญิงอยู่ใกล้กันมากๆ มันดีแล้วเหรอครับแม่”
“วินหมายถึงอะไร” ผู้เป็นแม่เริ่มตะหงิดใจกับคำถามของลูกที่ชวนให้เธอคับข้องใจ
“สองคนนั้นสนิทกันเกินไปมันจะดูไม่ดีในสายตาคนอื่นนะครับ จอมขวัญก็อายุยี่สิบแล้ว วัตก็ถึงวัยที่ควรมีแฟน คุณแม่ไม่รู้สึกแบบนั้นเหรอครับ”
“หรือว่าคุณแม่อยากจับคู่ให้ภวัตกับจอมขวัญอยู่แล้ว ถ้าแบบนั้นผมก็พอเข้าใจได้” ภูวินทำทีเป็นแสร้งพูดทั้งที่รู้ว่่าแม่ของตนเองมีนิสัยอย่างไร
“มันจะเป็นแบบนั้นได้ยังไง ถ้าตาวัตจะมีใครสักคนก็ต้องเป็นคนที่เหมาะสมกับตระกูลของเราสิ” ถึงจะอุปการะจอมขวัญด้วยความสงสารและเอ็นดู แต่สถานะของจอมขวัญก็ไม่ได้เทียบเท่ากับลูกชายของตน
“แล้วคุณแม่จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ไม่คิดจะทำอะไรเหรอครับ” ชายหนุ่มทำพูดราวกับว่าสองคนนั้นแอบลักลอบคบหากัน คำพูดของเขาทำให้คนเป็นแม่เริ่มคิดมากขึ้นมา
“นั่นสิ แม่ก็เห็นว่าสนิทกันจนลืมคิดเรื่องนั้นไปเสียสนิท” คุณหญิงพิมลคิดตามที่ลูกชายพูด เธอเห็นว่าภวัตกับจอมขวัญสนิทสนมกันมาตั้งแต่เด็กจนลืมคิดไปว่าตอนนี้จอมขวัญไม่ใช่เด็กน้อยวัยสิบขวบอีกต่อไปแล้ว
ภูวินแสยะยิ้มพอใจที่ผู้เป็นแม่เชื่อในคำพูดของเขา รอยยิ้มที่มีเลศนัยบ่งบอกถึงแผนการที่ไม่น่าไว้ใจ ตอนนี้เขาต้องทำให้ภวัตออกห่างจากจอมขวัญเสียก่อน ไม่เช่นนั้นเขาคงทำอะไรไม่สะดวกเป็นแน่
