ตอนที่2
หญิงสาวในชุดนักศึกษากำลังจะก้าวขาพ้นรั้วประตูใหญ่ ทว่าจู่ๆ เสียงแตรของรถคันหรูก็ดังขึ้นทำให้เธอสะดุ้งตัวโยนรีบหลบเข้าข้างทางด้วยความตกใจ
“จะไปไหน?” กระจกรถฝั่งคนขับถูกเปิดออกพร้อมกับเสียงทักทายของลูกชายคนโตของบ้าน
“ไปสอบค่ะ” จอมขวัญตอบด้วยใบหน้าซื่อๆ วันนี้เธอมีสอบช่วงเช้าจึงต้องรีบไปก่อนที่รถจะติด
“ขึ้นมาเดี๋ยวฉันไปส่ง”
“ไม่เป็นไรค่ะ ขวัญไปรถประจำทางได้ค่ะ”
“บอกให้ขึ้นมา เดี๋ยวก็สายหรอก” ภูวินแกล้งทำเสียงเข้มเพราะรู้ว่าคนตรงหน้าไม่กล้าขัดคำสั่งของเขา
“ค่ะ” เมื่อปฏิเสธไม่ได้ผลจึงยอมเดินไปขึ้นรถของเขาอย่างห้ามไม่ได้
“เรียนอยู่ปีไหนแล้ว”
“ปีสองค่ะ” อีกแค่สองปีเธอก็จะเรียนจบ เธอคิดว่าหลังเรียนจบจะออกจากบ้านหลังนี้เพื่อไปทำงานที่วาดฝันไว้
“อายุเท่าไหร่?” เขาถามอายุของเธอให้แน่ใจอีกครั้ง
“ยี่สิบแล้วค่ะ คุณวินถามทำไมเหรอคะ” จอมขวัญทำหน้ามึนงง
“ก็แค่ถามเฉยๆ เผื่อที่บริษัทมีงานอะไรฉันจะได้ให้เธอไปช่วยได้” เขาแกล้งเฉไฉหาข้อแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ทั้งที่ในใจมีเจตนาไม่ดีแฝงอยู่
“งั้นเหรอคะ ขวัญยินดีช่วยเต็มที่เลยค่ะ”
“เธอมาอยู่ที่บ้านนานแค่ไหนแล้ว”
“จะสิบปีแล้วค่ะที่คุณหญิงอุปการะขวัญมา” พ่อแม่แท้ๆ ของเธอทิ้งเธอไป คุณหญิงพิมลที่สงสารจึงรับอุปการะมาดูแล ไม่เช่นนั้นเธอคงต้องอยู่ในสลัมแห่งนั้นตลอดไป
จอมขวัญเคยอยู่กับครอบครัวในหมู่บ้านสลัมที่เต็มไปด้วยสิ่งอบายมุข พ่อของเธอติดเหล้าและยังค้ายา ส่วนแม่ก็เคยเป็นโสเภณีที่ซ่อง ทั้งคู่มักจะทะเลาะและลงไม้ลงมือทำร้ายร่างกายกันอยู่บ่อยๆ จนเมื่อเธออายุสิบขวบจู่ๆ พ่อของเธอก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยคนแถวนั้นบอกว่าพ่อของเธอโดนพวกค้ายาฆ่าทิ้งไปแล้ว ส่วนแม่ที่เป็นที่พึ่งสุดท้ายก็ได้ทิ้งเธอเอาไว้ในบ้านสังกะสีเก่าๆ โดยไม่บอกเหตุผลแล้วก็ไม่กลับมาอีกเลย
เธอได้เจอกับคุณหญิงพิมลด้วยความบังเอิญ เมื่อท่านทราบเรื่องของเธอก็รู้สึกสงสารจึงรับเธอมาอุปการส่งเสียจนกว่าเธอจะเรียนจบ อีกทั้งยังไม่เคยบังคับให้เธอต้องทำงานที่นี่ไปจนตาย หากเธอเรียนจบก็สามารถออกไปใช้ชีวิตข้างนอกตามความต้องการของตนเองได้
“แม่ของฉันท่านใจดีแบบนั้นแหละ ถือว่าโชคดีนะที่เธอได้เจอแม่ฉัน”
“ค่ะ ขวัญจะไม่มีวันลืมบุญคุณคุณท่านทั้งสองเลยค่ะ” เธอไม่เคยคิดเนรคุณพวกท่านเลย ถึงจะเป็นแค่คนรับใช้แต่เธอก็ยินดีที่จะทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนบุญคุณ
“เป็นแบบนั้นก็ดี ฉันก็ชอบคนที่เชื่อฟัง”
“ค่ะ อ๊ะ! จอดตรงข้างหน้าก็ได้ค่ะ เดี๋ยวขวัญไปต่อเองค่ะ”
“อืม” ภูวินหักเลี้ยวรถเข้าข้างทางแล้วจอดส่งคนตัวเล็กตามที่เธอบอก
“ขอบคุณนะคะคุณวิน” จอมขวัญยกมือไหว้ขอบคุณผู้เป็นเจ้านายก่อนจะลงจากรถไป
เธอยืนรอจนรถของเขาแล่นไปจนลับสายตา รอยยิ้มสวยเผยขึ้นรู้สึกหายกลัวเขาขึ้นมานิดหน่อย จากที่กลัวสายตาของเขาที่ชอบจ้องมองเธอจนรู้สึกแปลกๆ แต่เขาใจดีมีน้ำใจเธอจึงไม่ได้รู้สึกประหม่าเท่าวันแรกที่ได้เจอ
“เขาก็ใจดีเหมือนกันนี่นา คิดว่าจะน่ากลัวซะอีก” เธอคุ้นชินกับภวัตเพราะเจอเขามาตั้งแต่เด็ก แต่กับภูวินที่ไม่เคยเจอจึงไม่ค่อยกล้าสบตาด้วย
จอมขวัญเดินเข้าตึกเรียนแล้วรีบไปที่ห้องสอบที่ใกล้จะถึงเวลา โชคดีที่ประตูห้องสอบยังไม่ปิดเพราะยังเหลือเวลาอีกสามนาทีก่อนจะเริ่มเวลาสอบ ทว่าเธอเข้ามานั่งได้เพียงไม่นานประตูก็ถูกปิด อาจารย์ก็เริ่มแจกข้อสอบและจับเวลาทันที
เวลาหลายชั่วโมงผ่านไปอย่างแสนสาหัสสำหรับนักศึกษาทุกคนที่เดินออกจากห้องด้วยความอิดโรย บางคนถึงกับร้องไห้กับข้อสอบที่แสนจะยาก
“ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะทิชา”
“ฉันติดเอฟแน่นอน ฉันทำได้แค่ไม่กี่ข้อเอง ตายแน่ฉัน” ทิชาเพื่อนสนิทของจอมขวัญกุมขมับก่อนจะยีผมตัวเองจนยุ่ง
“ไม่หรอกน่า เธอก็ยังทำได้นี่นา” จอมขวัญช่วยจัดผมเพื่อนให้หายยุ่งพลางปลอบให้เพื่อนหายเครียด
“ถ้าฉันเอฟป๊าด่าฉันเละแน่เลย อยากจะบ้าตาย”
“คิดมากแล้ว คิกๆ”
“วันนี้เธอไปกินข้าวบ้านฉันนะขวัญ ถ้ามีเธออยู่ป๊าจะได้ไม่ด่าฉัน” ทิชาได้ทีถือโอกาสพาเพื่อนไปบ้านเพื่อให้ผู้เป็นพ่อไม่ดุเธอ
“ก็ได้ๆ เดี๋ยวฉันโทรบอกป้าพรก่อนนะ” จอมขวัญไม่ปฏิเสธแต่ต้องโทรบอกหัวหน้าแม่บ้านเพื่อเป็นการขออนุญาตที่กลับช้าเสียก่อน
“โอเคๆ งั้นฉันโทรบอกที่บ้านก่อนว่าเธอจะไปกินข้าวด้วย แม่ฉันต้องเตรียมของชอบเธอไว้แน่” ว่าจบก็รีบโทรหาที่บ้านและไม่ลืมที่จะโทรหาพี่ชายของตนเองที่แอบชอบจอมขวัญมาตลอด
จอมขวัญกับทิชาสนิทกันตั้งแต่มัธยมปลายครอบครัวของทิชาเปิดกิจการเกี่ยวกับทัวร์ เธอจึงเลือกเรียนคณะท่องเที่ยวและยังเรียนเอกเดียวกับจอมขวัญอีกด้วย
สองสาวพากันจูงมือกันออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อจะไปขึ้นรถประจำทางไปบ้านของทิชา แต่แล้วทั้งคู่ก็ต้องเปลี่ยนการเดินทางใหม่เมื่อพี่ชายของทิชาอาสามารับด้วยตนเอง
“แหม เฮียพอน้องบอกให้มารับไม่เคยว่าง พอบอกขวัญจะไปบ้านว่างขึ้นมาเลยนะ” ทิชาค่อนแคระพี่ชายที่มาไวราวกับวาร์ปมา
“พูดมากน่า หลบไปเกะกะ น้องขวัญมาเดี๋ยวพี่ช่วยถือนะ” ชายหนุ่มผลักน้องสาวจนกระเด็นก่อนจะเดินเข้าไปช่วยจอมขวัญถือกระเป๋า
“เฮีย นี่น้องนะ”
“พูดมากไปขึ้นรถ น้องขวัญเดี๋ยวพี่เปิดประตูให้นะ” ไล่น้องสาวไปขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจแล้วหันไปพูดเสียงอ่อนกับหญิงสาวอีกคน
“สองมาตราฐานสุดๆ แล้วให้น้องนั่งหลังเนี่ยนะ”
“ก็ใช่น่ะสิ จะกลับไหมถ้าไม่ขึ้นรถจะทิ้งไว้นี่”
“เฮีย! สองมาตราฐานเกินไปแล้วนะ ชิ!”
“คิกๆ ขอบคุณนะคะ” จอมขวัญขำพี่น้องสองคนที่มักจะทะเลาะกันแบบนี้อยู่เป็นประจำ เธอรู้ว่าพี่ชายของเธอรู้สึกอย่างไร แต่เธอมองเขาเป็นเพียงพี่ชายเท่านั้น
เมื่อมาถึงบ้านจอมขวัญก็ถูกครอบครัวของเพื่อนต้อนรับอย่างดี ทิชารู้สึกคิดถูกที่พาเพื่อนมาด้วยเพราะพ่อของเธอลืมเรื่องที่เธอไปสอบวันนี้ไปเสียสนิท ไม่เช่นนั้นคงถามแล้ว
“อร่อยไหมลูก”
“อร่อยมากค่ะคุณน้า อร่อยเหมือนเดิมเลยค่ะ”
“อร่อยก็กินอีกเยอะๆ เลยนะลูก” แม่ของเพื่อนที่ใจดีรีบตักของชอบให้เธอจนพูนจาน
“ถ้าทิชาเรียบร้อยได้ครึ่งของหนูขวัญก็ดีน่ะสิ”
“อ้าว! ป๊าทำไมพูดแบบนั้นล่ะ หนูไม่เรียบร้อยตรงไหน”
“เฮ้อ! ไม่ต้องพูดเลย กระโดกกระเดกเป็นลิง หัวจะปวด” ผู้เป็นพ่อถึงกับกุมขมับเมื่อเห็นลูกสาวที่แสนจะดื้อรั้นของตนเอง
ครอบครัวของทิชารักและเอ็นจอมขวัญเหมือนเป็นลูกหลานของตัวเอง ทุกคนรู้ว่าจอมขวัญมีอดีตที่น่าเศร้าและไม่มีใครรังเกียจที่เธอเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกมหาเศรษฐีอุปการะไปเลี้ยงดู ทุกคนต่างชื่นชมที่เธอผ่านเรื่องราวทั้งหมดมาได้อย่างเข้มแข็ง
