2.1 | สืบประวัติ
อลีนานอนไม่หลับทั้งคืนเพราะพอหลับตาก็เห็นแต่ภาพใบหน้าของเด็กหญิงตัวน้อยที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นและเรียกเธอว่า ‘แม่’ อย่างน่าสงสาร หญิงสาวจะไม่ติดใจเลย หากเด็กคนนั้นไม่ได้หน้าเหมือนเธอกับอันนาในวัยเด็กราวกับโคลนนิงขนาดนั้น
“คนเราจะหน้าเหมือนกันได้ขนาดนั้นเลยเหรอ” อลีนาดีดตัวออกจากเตียงนอนแล้วพุ่งไปเปิดโน้ตบุ๊กที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานมุมห้องเพื่อเซิร์ชหา ‘คนหน้าเหมือน’ ซึ่งก็พบว่าบนโลกนี้มีคนหน้าเหมือนกันราวกับฝาแฝดทั้งที่ไม่ได้เป็นญาติพี่น้องกันทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศมากมายเช่น พี่ตูนเซิ่นเจิ้น
หญิงสาวเกือบจะทำใจให้ปล่อยวางได้แล้วถ้าไม่เซิร์ชไปเจอนักแสดงหลายคนที่โพสต์รูปเปรียบเทียบรูปของตัวเองกับรูปของลูกในช่วงอายุที่เท่ากันลงในเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม แม่ลูกหรือพ่อลูกแทบทุกคู่ล้วนมีใบหน้าเหมือนกันมากชนิดที่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าอุ้มผิดคนออกจากโรงพยาบาล
“อาจจะแค่บังเอิญหน้าเหมือนกันก็ได้มั้ง ไม่น่ามีอะไรเกี่ยวข้องกัน” ร่างบางในชุดนอนแบบเสื้อเชิ้ตแขนยาวเข้าคู่กับกางเกงขายาวผ้าซาตินสีฟ้าสดใส บ่นงึมงำขณะปิดโน้ตบุ๊กแล้วเดินกลับไปทิ้งตัวลงนอนบนเตียงตามเดิม แต่เพียงเสี้ยววินาทีก็เด้งตัวลุกขึ้นมาอีกครั้งเพราะฉุกคิดถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “เอย!”
อลีนากระโดดลงจากเตียงแล้วรีบวิ่งไปหาอันนาที่นอนอยู่ในห้องติดกันโดยไม่สนใจว่าตอนนี้เพิ่งตีห้า
“ตื่นขึ้นมาคุยกันเดี๋ยวนี้เลยนะเอย” อลีนาเขย่าร่างของคนที่นอนหลับอยู่ใต้ผ้าห่มอย่างแรง จนคนถูกปลุกลุกขึ้นมาโวยเสียงดังทั้งที่ยังงัวเงีย
“มีอะไร คนจะนอน”
“ตอนไปเรียนที่เมกาเอยมีลูกใช่มั้ย แล้วตอนนี้เด็กคนนั้นอยู่ที่ไหน!” เคยมีคนไทยที่โน่นส่งรูปอันนาตอนตั้งท้องมาให้ดู ตอนนั้นเธอถามอันนาแล้ว ซึ่งได้รับคำตอบว่าแค่อ้วนขึ้นเท่านั้น แต่ตอนนี้เธอเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าถูกหลอกหรือเปล่า
“ลูกเลิกอะไรที่ไหน ไม่มี้!” คนงัวเงียตาสว่างขึ้นมาทันที เธอเคยทะเลาะกับอลีนามาแล้วครั้งหนึ่งเรื่องท้องหรือไม่ท้อง ตอนนั้นกว่าจะโกหกให้พี่สาวเชื่อว่าไม่ท้องได้ก็แทบแย่ ไม่คิดว่าเหตุการณ์ผ่านไปตั้งหลายปีแล้วอลีนายังจะขุดขึ้นมาถามอีก
“เอิงเพิ่งเจอเด็กผู้หญิงที่หน้าตาเหมือนเราสองคนตอนเด็กๆ มาก”
“แล้วไง? หน้าตาเหมือนเราสองคนแล้วทำไมต้องเป็นลูกเอย ทำไมไม่เป็นลูกเอิง”
“เพราะเอิงไม่เคยท้อง แต่เอยเคย!” อลีนาโต้กลับเสียงดังอย่างมีอารมณ์ เธอรู้ว่าอันนากำลังตั้งใจกวนประสาทเพื่อเบี่ยงเบนความสงสัยของเธอ อาการแบบนี้มันส่อพิรุธชัดๆ
“เบาๆ สิ เดี๋ยวพ่อกับแม่ก็ได้ตื่นหรอก” อันนากลัวพ่อกับแม่ที่นอนอยู่ห้องฝั่งตรงข้ามตื่นมาได้ยินแล้วจะเป็นเรื่องใหญ่ ถึงแม้พ่อกับแม่จะรักและตามใจเธอมาก แต่เรื่องนี้ก็เป็นความผิดร้ายแรงที่พ่อกับแม่คงทำใจยอมรับได้ยาก แค่เธอหนีความผิดเรื่องเปรมอนันต์แล้วกลับมาเมืองไทยก่อนเรียนจบเพียงแค่ปีเดียว พวกท่านก็ผิดหวังมากพอแล้ว
“ถ้าไม่อยากให้พ่อกับแม่รู้เรื่องก็บอกความจริงมา” อลีนาคาดคั้นเสียงแข็ง “ตอนนั้นที่เอยกลับมาเมืองไทยทั้งที่อีกปีเดียวก็จะเรียนจบ มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่”
“มันไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น เอยบอกแล้วไงว่าเอยสงสารพ่อกับแม่ที่ต้องหาเงินส่งให้เอยปีละเป็นล้าน” อันนาทิ้งตัวลงนอนแล้วดึงผ้าห่มมาคลุมโปงราวกับต้องการหลีกหนีอดีต ซึ่งเปรียบเสมือนฝันร้ายที่ตามมาหลอกหลอน ตอนนี้เธอมีอนาคตที่สดใสรออยู่ เธอกำลังเดตกับผู้ชายที่ทั้งหล่อทั้งรวยอย่างมาร์ช เธอจะไม่ยอมให้ความผิดพลาดในอดีตมาทำลายชีวิตเธอเด็ดขาด
ขนาดศิวภัทรที่กำลังจะแต่งงานกัน เธอยังคิดจะบอกเลิก แล้วเรื่องอะไรจะต้องแคร์เด็กที่ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดด้วย วันที่เปรมอนันต์เสียชีวิต เธอไม่สนใจด้วยซ้ำว่าลูกสาวจะอยู่อย่างไรในมหานครที่ไร้ญาติขาดมิตร จะมีคนมารับไปเลี้ยงดูหรือเปล่า หรือจะถูกทิ้งให้เป็นเด็กเร่ร่อนในนิวยอร์ก
“ถ้าเอยไม่ยอมบอก เอิงก็จะไปถามจากเพื่อนร่วมรุ่นของเอยทุกคน ต้องมีคนรู้เรื่องนี้บ้างแหละ”
คราวนี้อันนาลุกพรวดพราดขึ้นทันทีเพราะรู้ดีว่าพี่สาวไม่ได้ขู่ คนอย่างอลีนาพูดจริงทำจริงเสมอ ลงว่าเธอสงสัยเรื่องเด็กคนนั้น เธอก็จะต้องตามสืบจนกว่าจะรู้ความจริง ทางเดียวที่จะหยุดอลีนาได้ก็คือบอกทุกอย่างที่อลีนาอยากรู้ เพราะถ้าเธอเล่าเอง จะเล่ายังไงก็ได้ แต่ถ้าให้คนอื่นเล่า รับรองว่าความเหลวแหลกสมัยอยู่นิวยอร์กต้องถูกแฉหมดเปลือกแน่ โดยเฉพาะการตายของเปรมอนันต์ ถึงแม้เธอจะไม่ได้เป็นคนลงมือฆ่าเขา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอคือสาเหตุที่ทำให้เขาต้องตายอย่างน่าเวทนา
“เอยยอมบอกก็ได้”
“เอิงขอความจริงนะ” อลีนาดักคอ
“ถ้าไม่เชื่อใจกัน เอยก็จะไม่เล่า” อันนาแกล้งทำเป็นน้อยใจ
“เล่ามา อย่าลีลา”
“ตอนเรียนอยู่ปีสาม เอยไปปาร์ตีวันเกิดเพื่อน วันนั้นเอยถูกเพื่อนนักเรียนไทยคนนึงมอมเหล้า แล้วเขาก็...” อันนาทำเป็นหยุดบีบน้ำตาเรียกความสงสารเมื่อเล่ามาถึงตรงนี้ และก็ได้ผลตามคาด เธอเห็นอลีนาชักสีหน้าไม่พอใจมาก
“เลว!”
“เอยก็ไม่คิดว่าเขาจะทำกับเอยแบบนั้น” อันนาปาดน้ำตาแล้วตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จต่อไป “หลังจากคืนนั้นเอยก็ท้อง พอเอยคลอดเขาก็มาแย่งลูกไปจากเอย เอยไม่ยอมให้ลูกเขาก็ทำร้ายทุบตีเอย แล้วยังขู่ไม่ให้เอยไปยุ่งกับลูกอีก”
“ลูกเอยเป็นผู้หญิงใช่มั้ย”
“อื้อ” อันนาเลือกที่จะไม่โกหกเรื่องนี้เพราะรู้ว่าอลีนาคงไม่เชื่อ เนื่องจากภาพของเด็กผู้หญิงคนนั้นยังติดตาตรึงใจเธออยู่ โกหกไปเดี๋ยวก็ถูกคาดคั้นเอาความจริงจนได้
“เกิดเรื่องขนาดนี้ทำไมเอยไม่บอกคนที่บ้านเลย” เพราะน้ำตาที่ไหลออกมาไม่ขาดสายทำให้อลีนาหลงเชื่อทุกคำพูดของน้องสาวอย่างสนิทใจ
“เอยไม่อยากให้พ่อกับแม่เสียใจ แล้วก็ไม่อยากให้เอิงผิดหวังในตัวเอยด้วย” อันนาร้องไห้น้ำตาไหลพรากราวกับสั่งได้ หากเป็นนักแสดง รับรองว่าเธอต้องกวาดรางวัลจากทุกสถาบันแน่นอน
“ไม่เป็นไรนะเอย เรื่องมันผ่านไปแล้ว” อลีนาบีบมือปลอบใจน้องสาว ถึงแม้จะทะเลาะกันเป็นประจำ แต่ลึกๆ แล้วทั้งคู่ก็รักกันมาก “ตอนนี้เอยแค่บอกเอิงมาว่าพ่อเด็กเป็นใคร บ้านอยู่ที่ไหน”
“เขาชื่อ เปรมอนันต์ นรเศรษฐ์ธาดา” อันนายอมบอกชื่อและนามสกุลจริง เพราะคิดว่าเปรมอนันต์ตายแล้ว อีกอย่าง เธอก็คิดว่าเขาเป็นแค่นักศึกษาทุนฐานะปานกลาง คงไม่มีข้อมูลให้เซิร์ชหาตามอินเทอร์เน็ตทั่วไป ยากที่อลีนาจะตามหาเจอ
เมื่อได้ข้อมูลที่ต้องการแล้ว อลีนาก็วิ่งกลับห้องตัวเอง หญิงสาวคว้าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กมาเปิดแล้วเข้ากูเกิลเซิร์ชหาชื่อ ‘เปรมอนันต์ นรเศรษฐ์ธาดา’ แต่รูปภาพที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอเกือบทั้งหมดกลับเป็นรูปของชายหนุ่มอีกคนที่มีนามสกุลเดียวกัน
‘คิรากร นรเศรษฐ์ธาดา’ ผู้ชายที่แสดงตัวว่าเป็นพ่อของเด็กหญิงผู้น่าสงสารคนนั้น!
ตามประวัติที่ระบุไว้ในเว็บไซต์ คิรากรเป็นพี่ชายของเปรมอนันต์ อีกทั้งยังเป็นเจ้าของบริษัทค้าปลีกและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย ศูนย์การค้าชั้นนำหลายแห่งใจกลางกรุงเทพมหานครก็เป็นของเขา และล่าสุดก็เพิ่งเปิดโครงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชยกรรมแบบผสมริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่จะกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งใหม่ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งโครงการนี้ใช้เงินลงทุนสูงที่สุดในประวัติศาสตร์การลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย
“โหย...รวยเว่อร์” อลีนาคลิกอ่านข่าวในแวดวงธุรกิจของตระกูล ‘นรเศรษฐ์ธาดา’ ไปเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ได้ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับเปรมอนันต์เลย มีแต่ข่าวของคิรากรเต็มไปหมด
นอกจากคิรากรจะได้ชื่อว่าเป็นเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ที่เขี้ยวลากดินแล้ว เขายังได้รับตำแหน่ง ‘Single Dad’ ที่เนื้อหอมที่สุดอีกด้วย มีหญิงสาวมากมายที่เข้าคิวรอขอเป็นแม่ให้ลูกสาวตัวน้อยของเขา
“คิรากรเป็นพ่อของเด็กคนนั้นเหรอ หรือว่าเด็กคนนั้นจะไม่ใช่ลูกเอย” หญิงสาวครุ่นคิดอย่างไม่แน่ใจ “แต่เขาก็เป็นพี่ชายของเปรมอนันต์ เขาอาจจะรับเลี้ยงลูกให้น้องชายก็ได้มั้ง”
อลีนาละมือจากแป้นคีย์บอร์ดแล้วเอื้อมไปหยิบกระดาษโน้ตกับปากกามาจดที่อยู่ทั้งที่บ้านและที่ทำงานของคิรากรเอาไว้เพื่อจะไปสืบต่อให้รู้แน่ชัดว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นใช่ลูกของน้องสาวเธอหรือไม่ ถ้าใช่ เธอคงปล่อยให้หลานสาวมีชีวิตอยู่อย่างว้าเหว่และโหยหาความรักจากแม่แบบนั้นต่อไปไม่ได้
