1.2 | คุณแม่ขาอย่าทิ้งไออุ่นไป
คิรากรกลับเข้ามาในห้องจัดเลี้ยงอีกครั้งก็พบว่าไออุ่นย้ายจากเก้าอี้ขึ้นไปนั่งหลับอยู่บนตักของศรียุดาเรียบร้อยแล้ว
“แบตหมดแล้วเหรอตัวแสบ เมื่อกี้ยังคุยจ้ออยู่เลย” คุณพ่อยังหนุ่มยกตัวลูกสาวที่หลับตาพริ้มน่ารักขึ้นมาอุ้ม “ผมขอพาไออุ่นกลับบ้านก่อนนะครับคุณแม่”
“ไปเถอะ ถ้าว่างก็พาหลานไปหาแม่ที่บ้านบ้าง” ศรียุดาแต่งงานใหม่กับนักธุรกิจรุ่นใหญ่เมื่อสิบปีก่อนหลังจากพ่อของคิรากรเสียชีวิตไปได้หลายปี และตอนนี้สนธยา สามีใหม่ของเธอก็กำลังทั้งร้องและเต้นเพลงดิสโกรำลึกความหลังสมัยยังหนุ่มอยู่บนเวทีอย่างสนุกสนานกับแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน
“พูดเหมือนคุณแม่กับคุณลุงสนอยู่ติดบ้าน เดือนหน้าก็จะไปดูแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์กันไม่ใช่เหรอครับ” ชายหนุ่มยิ้มพรายแล้วโน้มตัวลงหอมแก้มที่ยังตึงเปรี๊ยะเพราะเพิ่งไปร้อยไหมที่เกาหลีมาเมื่อเดือนก่อนของมารดา “แฮปปีเบิร์ทเดย์อีกครั้งนะครับคุณแม่ผู้ไม่ยอมแก่ของผม”
“หยาบคาย อย่ามาพูดคำว่าแก่กับแม่” ศรียุดามองค้อนแต่พองาม ก่อนจะพูดต่อด้วยสีหน้าจริงจังขึ้น “เมื่อกี้แม่เห็นคิมยืนคุยอยู่กับหนูแพรว”
“แค่ทักทายกันตามมารยาทครับ” ชายหนุ่มตอบเลี่ยง เพราะไม่อยากเล่ารายละเอียดของเรื่องที่คุยกัน ซึ่งเกี่ยวข้องกันเด็กหญิงตัวน้อยที่มีชะตากรรมน่าสงสาร
“หนูแพรวรอคิมมาหลายปีแล้วนะ คิมจะไม่ลองคิดเรื่องแต่งงานดูอีกทีเหรอ” ศรียุดาตะล่อมลูกชาย
“เลิกพยายามได้แล้วครับคุณแม่ ยังไงผมกับแพรวก็ไม่มีทางเข้ากันได้”
“ที่ไม่ยอมเปิดใจให้หนูแพรวสักทีเนี่ยเพราะคิมรักคนอื่นแล้วหรือเปล่า”
“ใช่ครับ ผมมีผู้หญิงที่ผมรักแล้ว” ชายหนุ่มตอบยิ้มๆ
“ใคร ไปแอบคบกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมแม่ไม่รู้” ศรียุดาตื่นเต้นดีใจ เธออยากให้ลูกชายผู้บ้างานคนนี้แต่งงานมานานแล้ว แต่งกับใครก็ได้ที่เขารัก ไม่จำเป็นต้องเป็นแพรวพราว เธอจะได้หมดห่วงเสียที
“เด็กผู้หญิงคนนี้ไงครับที่ผมรักที่สุด” คิรากรหอมแก้มเด็กที่หลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมกอดอย่างแรงด้วยความมันเขี้ยวจนไรเคราครูดผิวบางใสจนเด็กน้อยจั๊กจี้
“ฮื่อ...คุณพ่อแกล้งไออุ่น” เด็กหญิงส่งเสียงอู้อี้พร้อมกับลืมตาขึ้นมาส่งยิ้มสดใสให้คุณพ่อ ไออุ่นเป็นเด็กเลี้ยงง่ายแบบนี้เสมอ เธอไม่ค่อยงอแงเหมือนเด็กวัยเดียวกันคนอื่นๆ มีเพียง ‘เรื่องแม่’ เรื่องเดียวเท่านั้นที่จะทำให้เธอร้องไห้อย่างหนักจนคนเป็นพ่อแทบปลอบไม่ไหว
“เล่นแรงจนลูกตื่นเลยเห็นมั้ย” หญิงสูงวัยแต่หน้าใสปิ๊งส่งสายตาตำหนิลูกชายตัวโตที่ชอบทำตัวราวกับเป็นเด็กชายซุกซนเวลาอยู่กับลูกสาวตัวน้อย “ดึกมากแล้ว รีบพาลูกกลับบ้านไปนอนได้แล้ว”
“ครับคุณแม่” ชายหนุ่มบอกให้ลูกสาวไหว้ลาคุณย่าแล้วอุ้มเจ้าตัวแสบเดินออกไปโดยเลี่ยงที่จะผ่านไปทางโต๊ะที่แพรวพราวนั่งอยู่กับครอบครัว เพราะไม่อยากให้ไออุ่นเห็นคู่ปรับต่างวัย อะไรที่ส่งผลกระทบทางด้านลบต่อจิตใจของลูก เขาจะไม่พาลูกเฉียดเข้าไปใกล้เด็ดขาด
คิรากรปล่อยลูกสาวตัวน้อยที่เพิ่งตื่นเต็มตาให้ลงเดินเมื่อก้าวออกจากลิฟต์บริเวณชั้นจอดรถ สองพ่อลูกเดินจูงมือกันมาตามปกติ แต่แล้วจู่ๆ เด็กหญิงก็ตะโกนเสียงดังลั่น
“คุณแม่ขา!!!” ไออุ่นสะบัดมือออกจากมือของคุณพ่อที่เกาะกุมอยู่แล้ววิ่งหน้าตั้งไปหาหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังเดินไปที่รถซึ่งจอดอยู่ในช่องถัดไป
“ไออุ่นระวังรถ!!!” คิรากรใจหายวาบเมื่อเห็นลูกสาววิ่งตัดหน้ารถที่แล่นออกจากโค้งมุมเสาด้วยความเร็วทั้งที่เป็นลานจอดรถ แต่โชคดีที่คนขับรถเบรกทัน เขารีบค้อมศีรษะขอโทษคนขับรถแล้วรีบวิ่งตามลูกไป
“คุณแม่ขา ไออุ่นคิดถึงคุณแม่ที่สุดในโลกเลย” เด็กหญิงวิ่งเข้ามากอดเอวของผู้หญิงที่เธอคิดว่าเป็นแม่ไว้แน่นพลางร้องไห้โฮด้วยความดีใจ “ไออุ่นอยากกอดคุณแม่”
“ฉันไม่ใช่แม่ของหนูนะ” อลีนาย่อตัวลงแล้วจับร่างเล็กให้ถอยห่างออกจากตัวนิดหนึ่ง เมื่อเห็นใบหน้าเปื้อนน้ำตาของเด็กน้อยชัดๆ หญิงสาวก็รู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด โดยเฉพาะเค้าโครงหน้าและแววตา เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนแต่นึกไม่ออก
“ใช่ค่ะ ไออุ่นจำคุณแม่ได้ คุณแม่หน้าเหมือนในรูปเปี๊ยบเลย”
“ไม่ใช่นะคะ” อลีนาย้ำด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเพื่อไม่ให้เด็กตกใจกลัว “หนูมากับใครคะ คุณพ่อคุณแม่อยู่ที่ไหน” ถามแล้วก็เห็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่คนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามายกตัวหนูน้อยขึ้นอุ้ม
“ไออุ่นวิ่งมาทำไมลูก คุณพ่อตกใจหมดเลย” คิรากรกอดลูกสาวไว้แน่น ถ้าเมื่อครู่นี้เธอถูกรถชนหรือแค่หกล้มหัวเข่าถลอก เขาคงโกรธตัวเองมากที่ดูแลลูกไม่ดี
“ไออุ่นมาหาคุณแม่ค่ะ”
ชายหนุ่มมองตามปลายนิ้วเล็กป้อมที่ชี้ไปยังหญิงสาวที่ยืนอยู่ห่างกันไม่ถึงสองก้าวแล้วก็ต้องชะงัก
ผู้หญิงคนนี้หน้าเหมือนแม่ของไออุ่นมาก!
“คุณคือ...” คิรากรพูดยังไม่ทันจบประโยค เสียงหนักแน่นกดต่ำของผู้ชายคนหนึ่งก็ดังแทรกเข้ามา
“มีปัญหาอะไรหรือเปล่าเอิง” ศิวภัทรเดินเข้ามาโอบไหล่อลีนาอย่างปกป้องพลางจ้องหน้าคิรากรอย่างไม่ไว้วางใจ
“ไม่มีอะไรค่ะพี่พอล เด็กแค่เข้าใจผิดคิดว่าเอิงเป็นแม่”
“ถ้าไม่มีอะไรก็ไปกันเถอะ ดึกแล้วเดี๋ยวที่บ้านเป็นห่วง” ศิวภัทรเลื่อนมือที่โอบไหล่ของหญิงสาวลงมาที่หลังเอวแล้วดันตัวเธอพาเดินไปขึ้นรถ
“คุณแม่อย่าทิ้งไออุ่นไป ไออุ่นคิดถึงคุณแม่ ไออุ่นอยากกอดคุณแม่ คุณแม่ขาอย่าทิ้งไออุ่น”
เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสารของเด็กหญิงทำให้อลีนาที่เดินห่างออกไปไกลแล้วอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมอง แต่แล้วสายตาคมกริบของคิรากรที่จ้องสวนกลับมาราวกับเกลียดชังเธอนักหนาก็ทำให้หญิงสาวต้องรีบหันหน้ากลับไปทันที
“ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่คุณแม่ของหนูนะไออุ่น” คิรากรบอกลูกสาวทั้งที่ในใจคิดว่าน่าจะใช่ เพราะใบหน้าของเธอแทบไม่มีอะไรแตกต่างจากแม่ของไออุ่นที่เขาเห็นในรูปถ่ายเลย แต่จะมีประโยชน์อะไรที่จะบอกลูก ในเมื่อผู้หญิงคนนั้นก็ดูเหมือนจะมีผู้ชายคนใหม่แล้ว และไม่แน่ว่าเธออาจจะมีลูกใหม่แล้วด้วยก็ได้
“คุณแม่ขา อย่าทิ้งไออุ่นไป” ไออุ่นมองตามท้ายรถของอลีนาที่แล่นผ่านหน้าไปทั้งน้ำตา
เสียงร้องไห้ของลูกสาวกรีดหัวใจคนเป็นพ่อให้เจ็บปวดอย่างถึงที่สุด และนั่นก็ยิ่งทำให้เขาเกลียดผู้หญิงใจดำที่ทิ้งลูกอายุไม่ถึงเดือนไว้กับศพพ่อที่นิวยอร์กคนนั้นมากขึ้นร้อยเท่าพันเท่า
