บท
ตั้งค่า

1.1 | คำสัญญากับลูกสาว

“แฮปปีเบิร์ธเดย์ค่ะคุณย่า ขอให้คุณย่ามีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรง เป็นสาวสวยสองพันปีแบบนี้ตลอดไปนะคะ” เด็กหญิงตัวน้อยวัยสี่ขวบอวยพรเสียงดังเจื้อยแจ้ว โดยมีคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยววัยสามสิบตอนต้นที่ทั้งหล่อและสมาร์ตคอยกระซิบบอกบทอยู่ข้างหู

ความน่ารักของสองพ่อลูกเรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มจากแขกเหรื่อที่มาร่วมงานแซยิดของศรียุดาในคืนนี้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งแขกส่วนใหญ่ก็เป็นบรรดาญาติในสายตระกูลและเป็นเพื่อนสนิทกับเจ้าภาพแทบทั้งสิ้น

“น่าเอ็นดูจริงๆ ไออุ่นหลานย่า” ผู้สูงวัยประคองแก้มของหลานสาวตัวน้อยไว้ด้วยมือทั้งสองข้างแล้วโน้มตัวลงหอมแก้มยุ้ยของเด็กน้อยดังฟอด “ยิ่งเห็นหนู ย่าก็ยิ่งคิดถึงคุณพ่อของหนู”

เด็กหญิงที่นั่งอยู่บนตักคุณพ่อได้ยินแล้วขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ “คุณพ่อก็นั่งอยู่ตรงนี้ไงคะ ทำไมคุณย่าต้องคิดถึงคุณพ่อด้วย คุณพ่อไม่ได้หายตัวไปไหนสักหน่อย”

ศรียุดารู้ตัวว่าเผลอพูดเรื่องที่ไม่ควรให้หลานสาวรับรู้ออกไปก็ฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความเศร้าที่เอ่อล้นอยู่เต็มอก แต่ยังไม่ทันได้แก้ต่างอะไร ไออุ่นก็พูดขึ้นมาอีกครั้งด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย

“คุณพ่ออยู่กับไออุ่น แต่คุณแม่หายตัวไป ไออุ่นอยากให้คุณแม่กลับมาหา”

คิรากรกระชับวงแขนกอดร่างเล็กบนตักด้วยความสงสารจับใจพลางพูดปลอบเหมือนทุกครั้งที่เธอร้องไห้หาแม่ว่า “คุณแม่ทำงานอยู่ไกลมาก เลยยังมาหาไออุ่นตอนนี้ไม่ได้”

“แล้วเมื่อไหร่คุณแม่จะมาได้คะคุณพ่อขา”

“อีกไม่นานคุณแม่ก็กลับมาค่ะ” คุณพ่อวัยหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“คุณพ่อพูดแบบนี้ตลอด แต่คุณแม่ก็ไม่เห็นกลับมาสักที” เด็กหญิงทำจมูกย่นใส่คุณพ่อของเธออย่างแสนงอน “ไออุ่นไม่เชื่อคุณพ่อแล้ว”

ทุกวันนี้ไออุ่นได้แต่กอดรูปแม่ที่มีอยู่เพียงใบเดียวก่อนนอนทุกคืน ตอนที่เธอยังแบเบาะ เรื่องการไม่มีแม่ไม่เป็นปัญหาเท่าไร แต่พอเข้าโรงเรียนและได้เห็นเพื่อนๆ มีทั้งพ่อและแม่มารับส่งเด็กหญิงจึงรู้สึกว่าตัวเอง ‘ขาด’

ใจจริงคิรากรไม่อยากเอารูปของผู้หญิงที่เขาจงเกลียดจงชังให้ลูกดูเลย แต่เพราะครั้งหนึ่งตอนที่ไออุ่นอายุสามขวบ เธอเป็นไข้หนักมากและร้องไห้จะหาแม่ทั้งคืน ปลอบยังไงก็ไม่หยุด เขาจึงจำเป็นต้องเอารูปของ ‘ผู้หญิงคนนั้น’ ที่เก็บซุกไว้ในกล่องเก็บของออกมาให้ลูกสาวดู เมื่อเห็นหน้าแม่ แม้จะเป็นเพียงแค่รูปถ่าย แต่เด็กหญิงก็หยุดร้องไห้ทันทีราวกดปุ่มปิดสวิตช์ นับตั้งแต่วันนั้น ไออุ่นก็รบเร้าให้เขาตามแม่กลับมาหาทุกวัน

“แล้วคุณพ่อจะโทร. ไปบอกให้คุณแม่รีบกลับมาหาไออุ่นนะคะ”

“สัญญานะคะ” เด็กหญิงยื่นนิ้วก้อยเล็กป้อมมาเกี่ยวก้อยสัญญากับคุณพ่อด้วยรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังว่าครั้งนี้คุณแม่จะกลับมาหาเธอจริงๆ สักที

“สัญญาค่ะ” รับปากออกไปแล้วก็นึกสะท้อนใจกับคำสัญญาลมๆ แล้งๆ ที่ใช้ปลอบใจลูกสาวไปวันๆ ความจริงการตามหาผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่เพราะเขาไม่อยากให้ไออุ่นรู้จักแม่ใจร้ายที่ทิ้งลูกไปตั้งแต่ยังแบเบาะจึงไม่ยอมออกตามหา “ไออุ่นอยู่กับคุณย่าก่อนนะคะ คุณพ่อขอไปห้องน้ำแป๊บนึง แล้วเดี๋ยวเรากลับบ้านกัน ดึกมากแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้หนูตื่นไปโรงเรียนไม่ไหว”

“ค่า...” เด็กหญิงตอบรับเสียงใสพร้อมกับร่างเล็กป้อมของเธอถูกอุ้มออกจากตักคุณพ่อแล้ววางลงที่เก้าอี้ว่างข้างตัวคุณย่า

คิรากรเดินตรงไปยังประตูห้องจัดเลี้ยงในโรงแรมหรูเพื่อจะไปห้องน้ำซึ่งอยู่ด้านนอก แต่ยังเดินออกไปไม่พ้นประตู แพรวพราวที่มาร่วมอวยพรวันเกิดของศรียุดาในฐานะลูกสาวของเพื่อนสนิทเจ้าภาพ ก็เดินเข้ามาดักหน้าราวกับรอจังหวะนี้อยู่นานแล้ว

“คุณกระเตงไออุ่นไปด้วยทุกที่จนคนคิดว่าแกเป็นลูกคุณจริงๆ กันหมดแล้วนะคะ”

“ไออุ่นเป็นลูกสาวผม” เขาตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มหนักแน่นแฝงความไม่พอใจอยู่ในทีที่ถูกใส่หน้าด้วยท่าทีประชดประชันแบบนั้น

“คุณก็รู้อยู่แก่ใจว่า ‘ไม่ใช่’ ไออุ่นเป็นลูกของน้องชายที่ตายไปแล้วของคุณ ส่วนแม่ก็อาจจะเป็นแค่ผู้หญิงรักสนุกไร้ความรับผิดชอบคนนึง ที่พอคลอดลูกแล้วก็ชิ่งหนีไปสนุกกับผู้ชายอื่นต่อ”

“คุณจะรื้อฟื้นเรื่องนี้ขึ้นมาทำไม” คิรากรกัดฟันพูดเสียงเบา กลัวไออุ่นมาได้ยิน

“เพื่อให้คุณรู้ตัวว่าคุณกำลังให้ความสำคัญกับไออุ่นจนลืมใช้ชีวิตของตัวเอง ถ้าไม่มีเด็กนั่นสักคน ป่านนี้เราสองคนก็อาจจะแต่งงานกันไปแล้ว” จะเรียกว่าแค้นฝังหุ่นก็ได้ เพราะความสัมพันธ์ของเธอกับคิรากรต้องสะดุดลงแบบหัวทิ่มเมื่อเขารับหลานสาวกำพร้ามาเลี้ยงเมื่อสี่ปีก่อน

“ผมจะใช้ชีวิตยังไงมันก็เรื่องของผม” ชายหนุ่มพยายามระงับอารมณ์ที่กำลังกรุ่นโกรธอย่างเต็มที่ เขาไม่ชอบใจที่แพรวพราวโทษว่าเป็นความผิดของเด็กทั้งที่ความจริงความสัมพันธ์ของเขาและเธอในตอนนั้นไม่ได้มีอะไรลึกซึ้งเลย มันเพิ่งเริ่มต้นจากการแนะนำของผู้ใหญ่เท่านั้น ต่อให้ไม่มีไออุ่นก็ไปกันไม่รอดแน่นอน เพราะออกเดตกันแค่ครั้งเดียว คิรากรก็รู้แล้วว่าไลฟ์สไตล์ไม่ตรงกัน อีกทั้งทัศนคติบางอย่างของหญิงสาวก็เป็นขั้วลบเกินกว่าที่เขาจะรับได้

“แต่ที่คุณพูดก็ถูก ตอนนี้ผมโฟกัสที่เรื่องของไออุ่นเรื่องเดียวเท่านั้น”

“คุณคิดจะเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว เลี้ยงเด็กที่ไม่ใช่ลูกของตัวเองคนเดียวไปจนแก่เลยหรือไงคะ”

“ผมก็ไม่ได้คิดจะเป็นโสดไปจนแก่ตายหรอก” เขาแค่นยิ้ม “แต่ถ้าผมจะแต่งงานกับใครสักคน ก็ต้องเป็นคนที่เข้ากับไออุ่นได้ดี ที่สำคัญ ผู้หญิงคนนั้นต้องรักไออุ่นมากเท่าที่ผมรักด้วย”

“พนันได้เลยว่าคุณไม่มีวันเจอผู้หญิงแบบนั้น”

“ถ้างั้นผมก็อยู่กับลูกแค่สองคนได้”

แพรวพราวแทบอยากกรีดร้อง หลายครั้งที่เธอพยายามเข้าหาเขา แต่ก็ถูกปิดประตูใส่หน้าทุกครั้ง แต่กระนั้นเธอก็ยังไม่ยอมแพ้ เธอต้องลบคำสบประมาทของบรรดาเพื่อนฝูงในแวดวงไฮโซที่จิกกัดเธอไม่เลิกว่าโดนคิรากรเชิดใส่ให้ได้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel