บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.4

งเองก็คร้านจะซักถาม เพียงปล่อยให้อีกฝ่ายมองอยู่เช่นนั้น พยายามอดทนกับอาการเจ็บปวดซึ่งแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย

“ชะตาชีวิตของท่านใกล้ถึงกาลแตกดับ แสงของดวงดาวทางเหนือกลบแสงแห่งเสี้ยวดวงชะตา หากไม่รีบแก้ไขหรือยังปล่อยให้เป็นไปดังลิขิต ไม่เพียงชีวิตท่านที่จะดับสูญ แม้แต่ชะตาของแคว้นที่ผูกเอาไว้กับชะตาชีวิตก็จะพลอยริบหรี่ไปด้วย ”

ฉู่หมิงเพียงฟังอีกฝ่ายกล่าวจนจบ จากนั้นจึงครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ผู้อาวุโสกล่าวว่าหากยังไม่รีบแก้ไข แสดงว่ายังพอมีทางแก้ไขกระมัง”

ชะตาของเขาผูกกับชะตาของแคว้น?!

หลี่เฉิงสบตากับชายหนุ่มตรงหน้า ดวงตามีแววลังเลฉายวาบออกมาอย่างชัดเจน

“แม้แสงของดวงดาวทางเหนือบดบังชะตาของท่าน แต่อีกนัยหนึ่งหากท่านสามารถผ่านช่วงนี้ไปได้ แสงนั้นจะส่งเสริมให้ท่านและแคว้นเทียนเฉารุ่งโรจน์ เพียงแต่...”

“เพียงแต่อะไรหรือ”

“มันมีทั้งคุณและโทษ หากท่านสามารถโน้มน้าวดาวดวงนั้นให้ช่วยนำทาง ชะตาชีวิตของท่านจะช่วยหนุนนำแคว้นให้สงบสุขไร้คู่ต่อกร หากไม่...ทั้งท่านและแคว้นเทียนเฉาก็ไม่อาจหนีพ้นเคราะห์กรรมอย่างแสนสาหัส”

“ผู้อาวุโสท่านบอกว่าชะตาของข้าผูกกับชะตาของแคว้นเทียนเฉา เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น”

หลี่เฉิงชะงัก “จริงอยู่บ้านเมืองไม่ไร้ซึ่งคนมีฝีมือ หากแต่น้อยคนนักจะคิดถึงบ้านเมืองมาก่อนชีวิตของตน และยิ่งยากจะพบคนที่มีชะตาเป็นผู้ปกปัก ชะตาของท่านคือชะตาคู่บ้านคู่เมือง คนอยู่แคว้นอยู่ คนดับสูญแคว้นม้วยมอด”

กล่าวจบหลี่เฉิงก็ได้แต่ถอนหายใจ “ฮ่องเต้ทรงเป็นโอรสมังกร แต่ท่านมีชะตาเป็นผู้ปกปักมังกร ทุกอย่างมีสิ่งค้ำจุนเกื้อหนุน หากขาดสิ่งใดไปสมดุลย่อมไม่มี”

“ข้ามีคำถาม”

“เชิญท่านเสนาบดีกล่าว”

“วันนี้ท่านรอข้าอยู่ใช่หรือไม่ ท่านรู้ว่าท่านหมอลู่จะพาข้ามาพบท่าน”

หลี่เฉิงยิ้ม “ใช่”

“เหตุใดจึงยอมบอกข้า”

“เพราะข้าไม่มีเหตุผลที่ต้องปิดบัง ช้าเร็วอย่างไรเรื่องนี้ก็ต้องถูกเปิดเผย เพียงแต่ข้ายังคงยืนยันสิ่งที่ได้พูดไปก่อนหน้านี้ แม้ข้าสามารถพาท่านขึ้นเป่ยซาน แต่การตัดสินใจสุดท้ายยังคงเป็นของอาจารย์”

“ยังมีอีกหนึ่งคำถาม”

“เชิญกล่าว”

“แสงของดวงดาวทางเหนือที่ท่านกล่าวถึง คนผู้นี้คืออาจารย์ของท่านผู้นั้นใช่หรือไม่”

หลี่เฉิงยิ้มกว้างทั้งยังมองฉู่หมิงด้วยดวงตาพึงพอใจ “ข้ามองไม่ผิด สมแล้วที่เป็นถึงเสนาบดีแคว้นเทียนเฉา ทุกเรื่องท่านล้วนคาดเดาได้อย่างรวดเร็ว”

ไม่ใช่ว่าเขาเก่งกาจ เพียงแต่ฉู่หมิงเป็นคนช่างสังเกต เขานำเรื่องราวและการกระทำของผู้คน รวมไปถึงคำพูดต่างๆ ของหลี่เฉิงมาพิจารณาเข้าด้วยกัน ทุกอย่างล้วนชี้นำไปยังสตรีผู้นั้น

...สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน

“ในความคิดเห็นของท่าน ท่านคิดว่าผู้อาวุโสแห่งเป่ยซานจะยอมช่วยข้าหรือไม่”

หลี่เฉิงถอนใจ “ตอบท่านเสนาบดีตามตรง ข้าเองก็สุดจะคาดการณ์ อาจารย์ของข้า...” เขาส่ายหน้า “มีเรื่องเหลือเชื่อบางเรื่องไม่พานพบย่อมไม่มีทางกระจ่าง หากแต่เมื่อพานพบบางครั้งก็ไม่แน่ว่าจะเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น เอาไว้ท่านพบนาง ท่านจะเข้าใจได้เอง”

“ข้าตายก็ไม่เสียดาย วันนี้ผู้อาวุโสยอมช่วยเหลือก็นับเป็นวาสนาของข้าแล้ว”

“ท่านเสนาบดี ข้าช่วยท่านเพราะมีข้อแลกเปลี่ยน ไม่นับเป็นวาสนา เพียงแต่มีเรื่องหนึ่งข้าต้องตกลงกับท่านและคนของท่านให้เข้าใจตรงกัน”

ฉู่หมิงนิ่งฟังด้วยท่าทีสงบ

“ไม่ว่าเรื่องจะออกมาสมปรารถนาหรือไม่ เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างท่านกับข้าและคนของเป่ยซาน ล้วนไม่เคยเกิดขึ้น”

ความหมายก็คือหากอาจารย์ของเขาไม่ช่วย ฉู่หมิงจะต้องลงเขาและเก็บเรื่องในวันนี้เป็นความลับ

“ข้ารับปากท่าน ไม่ว่าวันนี้จะลงเอยเช่นไร ข้ากับคนของข้าไม่เคยขึ้นเป่ยซาน และไม่เคยพบท่านมาก่อน”

หลี่เฉิงพยักหน้าด้วยแววตาพึงพอใจ “วางใจเถิด ข้าจะพยายามโน้มน้าวให้อาจารย์ยอมช่วยท่าน” กล่าวจบเขาก็ลุกขึ้นและเปลี่ยนไปขับรถม้าระหว่างทาง โดยให้ฉินเซิงเข้ามานั่งในรถม้ากับฉู่หมิง

“อีกเดี๋ยวเจ้าอยู่เงียบๆ ห้ามเปิดปากพูดเด็ดขาด ไม่ว่าเรื่องใดข้าล้วนตัดสินใจเอง เจ้าเพียงยืนนิ่งข้างๆ ข้าก็พอ” ฉู่หมิงกำชับกับฉินเซิงเสียงเรียบ

“ข้าน้อยทราบแล้ว”

ท่านหมอลู่เคยบอกไว้ หนึ่งในศิษย์ของสตรีวิปลาสแห่งเป่ยซานฝีมือล้ำเลิศ ส่วนหลี่เฉิงก็เคยกล่าวเป็นนัยว่าศิษย์น้องทั้งสองของเขาเป็นคนค่อนข้างใจร้อน

การที่หลี่เฉิงออกไปขับรถม้าและให้ผู้มาเยือนเข้ามานั่งด้านใน จุดประสงค์ก็เพื่อให้ศิษย์น้องทั้งสองที่อยู่บนเขายั้งมือไว้ไมตรี

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel