บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 เธอไม่ใช่เธอ

ตอนที่ 3

เธอไม่ใช่เธอ

แสงอาทิตย์ยามสายส่องลอดผ้าม่านโปร่งสีครีมเข้ามาภายในห้องนอนขนาดใหญ่ เติมเต็มบรรยากาศด้วยไออุ่นระเรื่อและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกลิลลี่ สีขาวบริสุทธิ์ที่จัดไว้อย่างละเมียดในแจกันคริสตัลบนโต๊ะหัวเตียง กลิ่นหอมนั้นคล้ายจะช่วยปลอบประโลมจิตใจที่ว้าวุ่นของเธอ

พชรมน ลืมตาขึ้นช้าๆ เปลือกตาของเธอหนักอึ้งราวกับมีหินถ่วงไว้จากการร้องไห้อย่างหนักมาตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา เมื่อคืนเธอไม่ได้หลับสนิทเลยแม้แต่น้อย หัวใจที่สับสนว้าวุ่นยังคงวนเวียนอยู่กับสัมผัสที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น จูบนั้นมันไม่ใช่ความบังคับ ไม่ใช่เพราะเธอแสดงบทบาทตามหน้าที่ แต่เป็นความรู้สึกที่แท้จริงของเธอที่เผลอแสดงออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจ

“ผึ้ง...อย่าเผลอใจ”

เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงกระซิบนั้นแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยินขณะที่ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ร่างกายรู้สึกอ่อนแรง แต่จิตใจกลับเข้มแข็งขึ้นในบางแง่... แต่หัวใจของเธอมันไม่ฟังอีกต่อไปแล้ว ความคิดนั้นผุดขึ้นในใจอย่างห้ามไม่ได้

“ตื่นสายผิดปกติ” เสียงทุ้มต่ำของเขาดังขึ้นจากโต๊ะอาหาร ทำให้พชรมนสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะก้าวออกมาจากห้องด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง เธอพยายามควบคุมทุกการเคลื่อนไหว ทุกอารมณ์ที่แสดงออกทางสีหน้าและแววตาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้จะบอกตัวเองซ้ำๆ ให้ควบคุมมันไว้ แต่เธอก็ไม่อาจลบ ความวูบไหวในดวงตาคู่สวยคู่นั้นได้ทันเสียที

“ขอโทษค่ะ เมื่อคืนฉัน...” เธอเอ่ยเสียงแผ่ว พยายามหาข้ออ้างที่ไม่ต้องโกหกมากนัก

“ร้องไห้?” ปรเมศร์เอ่ยแทรกขึ้นมาตรงๆ ทำเอาเธอชะงักงัน ดวงตาเบิกกว้างเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาช้าๆ

ชายหนุ่มวางแก้วกาแฟลงบนจานรองเสียงแผ่ว แขนข้างหนึ่งพาดพนักเก้าอี้ ท่าทางของเขาดูสบายๆ ผ่อนคลาย แต่สายตาคมกริบกลับจ้องตรงมายังเธออย่างแน่วแน่และอ่านไม่ออก

“เธอฝันร้าย” เขาพูดขึ้นอีกครั้ง ราวกับเป็นเรื่องที่เขารู้ดีอยู่แล้ว

“คุณรู้ได้ยังไง” พชรมนเอ่ยถามด้วย ความประหลาดใจระคนสงสัย

“ฉันนอนอยู่ข้างห้อง”

เขาตอบง่ายๆ แล้วหยิบขนมปังขึ้นทาเนยราวกับเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน “ได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆ ทั้งคืน”

พชรมนหลบสายตา ขอบตาร้อนวูบด้วยความรู้สึกหลากหลาย เธอควรจะดีใจที่เขารับรู้ ความทุกข์ของเธอ แต่ในขณะเดียวกัน...เธอกลับหวาดกลัว หวาดกลัวว่าเขาจะมองทะลุความจริง ทุกอย่างที่เธอพยายามปกปิด

“ไม่ใช่ความผิดเธอหรอก”

เขาเอ่ยเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าปกติ

“การที่เธอเปลี่ยนไป...บางที อุบัติเหตุก็ทำให้คนเปลี่ยนนิสัยจริงๆ ก็ได้” ประโยคที่ดูเหมือนปลอบใจนั้นยิ่งทำให้หัวใจเธอเจ็บแปลบ เพราะมันคือคำโกหกทั้งเพ และในใจลึกๆ ของเขา...มีอะไรบางอย่างกำลังตั้งคำถามถึงตัวตนที่แท้จริงของเธออย่างเงียบๆ

ช่วงสายของวันนั้น เขาพาเธอไปยังออฟฟิศสำนักงานใหญ่ใจกลางเมือง ตึกสูงระฟ้าที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและกลิ่นอายของความสำเร็จ หญิงสาวในชุดกระโปรงเข้ารูปยาวคลุมเข่าสีสุภาพ ก้าวลงจากรถด้วยท่าทีสงบและดูมั่นคง แต่หัวใจของเธอกลับสั่นสะท้านทุกครั้งที่เดินเคียงข้างเขา ยิ่งเขาจับจ้องมองมา ยิ่งเธอรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ

“ฉันจะแนะนำเธอในฐานะรองประธานฝ่ายบริหารโครงการใหม่” เขาเอ่ยขึ้นขณะเดินเข้าลิฟต์กระจกใสที่กำลังพาพวกเขาขึ้นสู่ชั้นสูงสุดของตึก

“คะ? ฉัน...” พชรมนอ้าปากค้างด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าเขาจะแต่งตั้งเธอในตำแหน่งสำคัญเช่นนี้

“อย่าลืมสิ เธอเคยทำงานกับฉันมาก่อน” เขาพูดเรียบๆ แล้วหันมาสบตา “หรือว่าเธอลืมไปหมดแล้วจริงๆ”

คำพูดของเขา...เหมือนสายเชือกบางๆ ที่ค่อยๆ รัดลำคอเธอให้หายใจติดขัด เธอรู้ดีว่ากำลังถูกทดสอบ แต่ก็ต้องฝืนยิ้ม

“ไม่หรอกค่ะ แค่...ตื่นเต้นนิดหน่อย” เธอพยายามกลบเกลื่อนเสียงสั่นเครือ

เขาพยักหน้า ก่อนที่เพียงเสี้ยววินาที มือใหญ่ของเขาก็ยื่นมาจับข้อมือเธอไว้ สัมผัสอบอุ่นที่ทำให้เธอรู้สึกราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อตไปทั่วร่าง

“มือเย็น...กลัว?”

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาเขา หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก แต่ก็ต้องฝืนยิ้มอย่างยากลำบาก

“ฉันแค่ไม่ค่อยคุ้นกับบรรยากาศแบบนี้แล้วค่ะ” เธอตอบ พยายามทำเสียงให้เป็นปกติที่สุด

เขาไม่พูดอะไรต่อ แต่ไม่ยอมปล่อยมือเธอเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งลิฟต์หยุดนิ่งอยู่ที่ชั้น 39

ห้องประชุมขนาดใหญ่เต็มไปด้วยสายตาจับจ้องของผู้บริหารและพนักงานระดับสูง ทุกคนมอง ‘คุณพัชรีน’ ที่หายไปจากหน้าที่มานานแรมปีด้วยความสนใจ ใคร่รู้ และบางคนก็มองด้วยความสงสัย พชรมนยืนอยู่ท่ามกลางสายตาเหล่านั้นอย่างโดดเดี่ยว ราวกับอยู่บนเวทีที่ถูกสาดส่องด้วยสปอตไลต์นับพันดวง

เธอพยายามฟังการประชุมอย่างตั้งใจ แต่คำศัพท์เฉพาะทางของวงการอสังหาริมทรัพย์กลับกลายเป็นภาษาต่างดาวที่เธอไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย เมื่อผู้บริหารท่านหนึ่งเอ่ยคำถามง่ายๆ เกี่ยวกับโครงการล่าสุดที่พัชรีนเคยรับผิดชอบ ทำเอาเธอชะงักกลางอากาศ หัวสมองขาวโพลนไปหมด เธอพูดอ้อมแอ้ม กลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น

ข้างกาย...ปรเมศร์นิ่งสนิท ไร้ซึ่งคำพูด ไร้ซึ่งการช่วยเหลือใดๆ แต่ดวงตาของเขา...กลับจับจ้องทุกรายละเอียดของเธอ ราวกับเป็นคนที่ไม่แน่ใจในสิ่งที่ตัวเองกำลังเห็น เขาจ้องมองด้วยความสงสัยที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

หลังเลิกประชุม เขาพาเธอกลับขึ้นลิฟต์โดยไม่พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว พชรมนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงด้วยซ้ำ บรรยากาศในลิฟต์เต็มไปด้วยความอึดอัดที่มองไม่เห็น แต่สัมผัสได้

จนเมื่อประตูลิฟต์ปิดลง เขาก็เอ่ยขึ้น “เธอเปลี่ยนไปจริงๆ”

เสียงเขาเหมือนคลื่นเบาๆ ที่ค่อยๆ กัดเซาะเข้ามาในใจ แล้วกลืนกินเธอทั้งร่าง

“ฉันขอโทษ...” เธอก้มหน้าลง ไม่กล้าเงยสบตาเขา ความรู้สึกผิดเข้าครอบงำเธออย่างสมบูรณ์

“ไม่ต้องขอโทษ” เขาเอ่ยเรียบ แต่กลับกดลึกและแฝงไปด้วยความหมายที่มากกว่าคำพูด “ฉันแค่อยากรู้ว่าเธอเป็นใคร”

คำถามนั้น...แทงทะลุหัวใจของพชรมน ราวกับเขารู้ความจริงทุกอย่าง แต่แค่ยังไม่พูดออกมาเท่านั้น มันเป็นคำถามที่เธอเองก็ไม่มีคำตอบให้ตัวเองเลยด้วยซ้ำ

คืนนั้น พชรมนยืนอยู่ริมระเบียงยาวของห้องนอน มองออกไปยังตึกสูงระฟ้าในยามค่ำคืนที่แต้มแสงไฟพร่างพรายราวกับดวงดาวนับพันดวงบนผืนผ้ากำมะหยี่สีดำ เธอถามตัวเองซ้ำๆ ด้วยความทุกข์ทรมาน

“ฉันควรหนี...หรือควรอยู่ต่อถ้าเขาจับได้...ถ้าเขาโกรธ...ฉันจะเหลืออะไร”

เพราะตอนนี้...เธอไม่เหลืออะไรแล้วจริงๆ แม้กระทั่งหัวใจของตัวเอง ที่ดันไปฝากไว้ในมือของผู้ชายคนนั้น...คนที่เธอไม่ควรรัก แต่กลับรักหมดหัวใจ

เมื่อสายตาเขาเริ่มมองทะลุแต่เธอยังต้องโกหก

เพราะรักที่ถือกำเนิดขึ้น...มันไม่ควรมีมาตั้งแต่ต้น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel