ตอนที่ 2 ความลับ
บัวบุษยาเงยหน้าขึ้นไปมองป้ายชื่อและตารางแพทย์ที่ติดอยู่หน้าห้องตรวจอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ เมื่อพยาบาลซักประวัติเสร็จ บัวบุษยาจึงเดินมาบอกเพื่อนด้วยความกังวล
“เฮ่ยแก! รอบเช้าต้องตรวจกับหมอผู้ชายว่ะ เอาไงดีวะ”
“แต่หมอผู้หญิงต้องรอรอบบ่ายเลยนะ แกจะรอไหวเหรอ” พราวพิลาศหันมาบอกเพื่อน ก่อนจะคะยั้นคะยอให้บัวบุษยาเดินไปนั่งรอที่หน้าห้องตรวจ
“ฉันอายว่ะ... จริง ๆ นะ” บัวบุษยาทำท่าลังเลจะกลับ
“แกก็มีสามีเป็นตัวเป็นตนแล้ว จะอายทำไม” พราวพิลาศรีบคว้าแขนเพื่อนไว้ทันที
“คุณหมอเค้าเจอคนไข้มาไม่รู้ตั้งเท่าไหร่แล้ว เค้าจำของแกไม่ได้หรอกน่า”
บัวบุษยารีบขยับหน้ากากอนามัยขึ้นปิดบังใบหน้าทันทีด้วยความกระอักกระอ่วนใจ
“ใกล้ถึงคิวแล้ว แกห้ามไปไหนนะ” พราวพิลาศกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะขยับตัวด้วยความอึดอัด
“เดี๋ยวฉันมานะ... ขอตัวไปห้องน้ำเดี๋ยวเดียว” พราวพิลาศบอกเพื่อนแล้วรีบผละเดินจากไป ทิ้งให้บัวบุษยานั่งรอเรียกชื่ออยู่หน้าห้องตรวจเพียงลำพัง ไม่นานนักพยาบาลหน้าห้องตรวจก็เรียกชื่อเธอ
ภายในห้องตรวจที่เงียบสงบและมีแสงไฟนวลตา บัวบุษยาเดินเข้ามาด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วนและกระดากอายอยู่ในใจ หัวใจดวงน้อยเต้นรัวระรัวด้วยความประหม่าจนแทบหายใจไม่ทั่วท้อง
“สวัสดีค่ะคุณหมอ” เธอกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้ม
“สวัสดีครับ เชิญนั่งก่อนครับ” เสียงทุ้มของคุณหมอช่วยลดทอนความประหม่าลงไปได้บ้างเล็กน้อย บัวบุษยาค่อย ๆ หย่อนกายลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม สองมือประสานกันแน่นบนตัก ก่อนจะเอ่ยปากเล่าอาการให้คุณหมอหนุ่มฟังด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาพร้อมกับพยายามให้เสียงของตัวเองสั่นน้อยที่สุด
“จากประวัติเบื้องต้นของคุณบัวบุษยา”
“คุณเพิ่งจะแต่งงานมาได้เดือนกว่า ๆ แต่มีความกังวลเรื่องการมีบุตร รวมไปถึงมีอาการเจ็บระหว่างมีเพศสัมพันธ์ใช่มั้ยครับ”
คำถามนั้นทำให้พวงแก้มใต้หน้ากากอนามัยของบัวบุษยาร้อนผ่าวขึ้นมาทันที เธอก้มหน้ามองตักตัวเองด้วยความอาย ความลับเรื่องบนเตียงที่ควรจะเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างเธอกับสามี แต่กลับต้องมานั่งเล่าให้ผู้ชายแปลกหน้าฟัง เธอพยายามคิดในใจ อย่างน้อยเค้าก็เป็นคุณหมอ เอาน่า!!!
“ค่ะ... คือมันเป็นแบบนี้ค่ะคุณหมอ...” บัวบุษยาเริ่มด้วยน้ำเสียงขาดหายเป็นช่วง ๆ
“ช่วงหลัง ๆ มานี้ บัวพยายามจะมีลูกกับสามีค่ะ เราก็พยายามกันมาหลายครั้ง แต่ทุกครั้งที่บัวมีอะไรกับสามี บัวจะรู้สึกเจ็บที่ช่องคลอด มันแน่นและอึดอัดไปหมด เหมือนว่าร่างกายของบัวมันเกร็งและปิดกั้นตัวเองไปเลยค่ะคุณหมอ... ทั้ง ๆ ที่แต่ก่อน บัวไม่เคยมีอาการแบบนี้เลยนะคะ” หญิงสาวแทนตัวเองด้วยชื่อเล่น เธอพยายามอธิบายกับคุณหมอด้วยความสนิทสนมเพื่อลดความประหม่า
นายแพทย์หนุ่มพยักหน้าอย่างเข้าใจ พร้อมกับจดบันทึกข้อมูลลงในแท็บเล็ตตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยปากอธิบายให้เธอเข้าใจ
“อาการแบบนี้ในทางการแพทย์เรียกว่า Dyspareunia เป็นภาวะเจ็บปวดเวลามีเพศสัมพันธ์ครับ” คุณหมอหนุ่มอธิบายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“จากที่คุณบัวเล่ามาว่าเมื่อก่อนไม่เคยเป็น แต่เพิ่งมาเป็นหลังจากแต่งงานไปแล้ว ยังไงหมอคงต้องขอตรวจภายในเพื่อหาสาเหตุดูก่อน เพราะถ้าร่างกายไม่ใช่สาเหตุ ก็อาจจะเกิดจากภาวะความเครียดได้ หรืออาจจะเป็นความวิตกกังวลที่สะสมโดยไม่รู้ตัว”
“เป็นไปได้มั้ยคะคุณหมอ บัวอาจจะเครียดเรื่องครอบครัวของสามี เพราะตอนนี้ครอบครัวของสามีอยากให้เรามีลูกกันมากเลยค่ะ”
“ก็เป็นไปได้ครับ เพราะความกดดันมันส่งผลโดยตรงต่อระบบประสาท และมันอาจจะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณอุ้งเชิงกรานของคุณบัวเกิดการหดเกร็งโดยอัตโนมัติ ซึ่งนั่นเป็นผลทำให้คุณบัวเกิดอาการเจ็บปวดเวลามีเพศสัมพันธ์”
หมอหนุ่มหยุดเว้นวรรคเล็กน้อยและสังเกตอาการของคนไข้สาวที่ยังคงนั่งด้วยเขินอาย ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น
“ยังไงวันหลังคุณบัวควรจะให้สามีคุณมาตรวจด้วยนะครับ ภาวะการมีบุตรยากควรจะต้องตรวจฝ่ายชายด้วย งั้น!....วันนี้หมอขออนุญาตตรวจภายในเบื้องต้นให้คุณบัวก่อนนะครับ”
หัวใจของบัวบุษยาหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่มทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่คุณหมอบอก นอกจากสามีเธอแล้ว เธอยังไม่เคยให้ผู้ชายคนไหนดูของลับอีกเลย ความกระดากอายแล่นพล่านไปทั่วร่างจนเธอแทบอยากจะลุกหนีออกไปจากห้องตรวจนี้เสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่อีกใจหนึ่งอาการที่เป็นอยู่ก็สร้างความเจ็บปวดทรมานให้เธอไม่น้อย ทำให้บัวบุษยาจำต้องพยักหน้ารับด้วยความจำยอม
หญิงสาวก้าวเท้าเดินไปที่เตียงตรวจ แต่เรียวขาสวยของเธอสั่นไม่หยุด จนพยาบาลสาวเข้ามาช่วยจัดท่าทางให้เธอนอนราบลงบนเตียงขาหยั่ง พร้อมกับเอาผ้าคลุมปิดช่วงล่างไว้ให้ บัวบุษยาถึงหายจากอาการแข็งขาสั่นเมื่อสักครู่
เธอหลับตาลงด้วยความกระอักกระอ่วนพยายามตั้งสติว่านี่มันคือการรักษา ยามเมื่อม่านกั้นถูกปิดลงพร้อมกับเสียงฝีเท้าของคุณหมอที่เดินเข้ามาใกล้ ๆ อาการหายใจไม่ทั่วท้องก็เกิดขึ้นกับเธออีกครั้ง และนั่นก็ทำให้คุณหมอรู้ถึงอาการประหม่าของเธอ
“ทำใจสบาย ๆ นะครับคุณบัว ไม่ต้องกังวล”
เสียงทุ้มต่ำและอ่อนโยนของผู้คุณหมอดังขึ้น เพื่อช่วยผ่อนคลายบรรยากาศที่ตึงเครียดภายในห้องตรวจ เสียงกระทบกันเบา ๆ ของเครื่องมือแพทย์บนถาดสแตนเลสดังขึ้น ก่อนที่อุปกรณ์ชิ้นหนึ่งจะค่อย ๆ ถูกสอดแทรกเข้ามาตรวจเช็กภายในช่องทางรักของเธออย่างแผ่วเบา
บัวบุษยาสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความตกใจเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเย็นเฉียบสอดเข้ามาในช่องทางรัก ริมฝีปากสวยเม้มเข้าหากันแน่น
มือเรียวบางทั้งสองข้างจิกยึดผ้าปูเตียงสีขาวสะอาดไว้เพื่อระบายความเจ็บแปลบและอาการเกร็งที่แล่นปราดขึ้นมา
ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบงันและอบอวลไปด้วยกลิ่นไอของน้ำยาฆ่าเชื้อ หญิงสาวผู้แบกรับความลับและภาระอันหนักอึ้งไว้เพียงลำพังทำได้เพียงหลับตาลงพ่นลมหายใจออกยาว ๆ เพื่อสะกดกลั้นความกระดากอาย
เมื่อคุณหมอถอดเครื่องมือชิ้นนั้นออกอย่างนุ่มนวล ความอึดอัดของบัวบุษยาก็เริ่มคลายลง แต่ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกได้ว่า ปลายนิ้วที่สวมถุงมือยางของคุณหมอ กำลังทาอะไรบางอย่างบริเวณน้องสาวของเธอ สักพักนิ้วของคุณหมอก็สอดแทรกเข้ามาภายในอีกครั้ง บัวบุษยาคิดในทางที่ดีว่าอย่างน้อย ๆ นิ้วมือที่เข้ามาสำรวจของคุณหมอ มันก็เจ็บน้อยกว่าเครื่องมือแพทย์ก่อนหน้านี้เป็นไหน ๆ
“คุณบัวเจ็บตรงไหนบ้างครับ” คุณหมอเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เจ็บค่ะคุณหมอ... มันเจ็บทุกที่เลย มันทั้งตึงแล้วก็แน่นไปหมดเลยค่ะ” บัวบุษยาครางตอบเสียงสั่น พวงแก้มเนียนแดงก่ำด้วยความอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี
