บทที่ 5 หมากตัวสำคัญ (2)
“คุณชาย ท่านคงไม่ใช่คนที่นี่กระมัง แน่ใจหรือว่าจะลงเดิมพันคุณหนูสาม นางเป็นสตรีที่หาความสามารถแทบไม่เจอ เปลี่ยนใจตอนนี้ก็ยังทัน”
“ข้าไม่เปลี่ยนใจ”
หลายคนถึงกับส่ายหน้าเพราะเสียดายทองมหาศาลที่เขาเอามากอง จะว่าไปแล้ววันนี้คุณหนูสามโดดเด่นเป็นอย่างมาก บางทีเขาอาจสะดุดตาต่อรูปโฉมของนางจนหน้ามืดตามัว
ดังนั้นจึงไม่มีใครคัดค้านการตัดสินใจของชายหนุ่มอีก
เจ้าของร่างสูงไม่รอช้า เท้าแกร่งขยับเดินขึ้นไปยังชั้นบนสุด ที่ตรงนี้เป็นหอคอยสามารถขึ้นมาชมบรรยากาศอันงดงามได้ทั้งเมือง และแน่นอนมันทำให้เขามองเห็นหญิงสาวทั้งสามได้ถนัดตา แต่ละชั้นใช่ว่าใครจะขึ้นไปได้ หากกระเป๋าไม่หนาพอก็รอฟังผลชั้นล่างสุดแล้วกัน
ฝ่ามือกว้างปลดงอบบนศีรษะลง นัยน์ตาคมกริบจับจ้องใบหน้าพริ้มเพราไม่ละสายตา รอยยิ้มสดใสของนางทำให้คิ้วเข้มขมวดแน่น หากเป็นเมื่อก่อนนางจะต้องเที่ยวไปตามตัวเขาออกจากตำหนัก ทว่ายามนี้การแข่งขันโถวหูกลับดึงความสนใจของนางไปจากเขาอย่างสิ้นเชิง
ชายหนุ่มครุ่นคิดอย่างไม่เข้าใจ หรือเพราะการไล่ตามที่ไม่มีผล อาจทำให้ความรู้สึกของคนที่พยายามอยู่ฝ่ายเดียวนั้นถอดใจ
“ท่านอ๋อง แน่ใจหรือพ่ะย่ะค่ะว่าคุณหนูสามจะเอาชนะพี่สาวของนางได้”
ปลายนิ้วชี้เคาะลงบนไม้ระแนงเป็นจังหวะ “จะไปมั่นใจได้อย่างไร”
“หา!!” องครักษ์หนุ่มประสานเสียง
ในเมื่อเจ้านายของพวกเขาไม่มั่นใจ เหตุใดจะต้องเดิมพันด้วยก้อนทองคำมากมาย
ซุนเหว่ยกลืนไม่เข้าคายไม่ออก “เช่นนั้น ทองพวกนั้นจะไม่เสียไปหมดหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“บางทีนางอาจจะสร้างปาฏิหาริย์ก็ได้” ริมฝีปากได้รูปกระตุกยิ้มหนึ่งฝั่ง เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำขนาดนั้นแล้วจะได้อะไร เพียงแต่เสียงในหัวมันร้องบอกว่า ลองเชื่อมั่นกับหมากตัวสำคัญดูสักครั้งก็ไม่เสียหาย
องครักษ์ร่างสูงเหลียวมองหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างก็ไม่เข้าใจเจตนาของเจ้านาย
การประลองเริ่มต้นขึ้น แน่นอนว่าหลานพินถิงและหลานเพ่ยจือปาไม่พลาดแม้เพียงดอกเดียว พวกนางพรสวรรค์สูงส่งสมคำร่ำลือ เถ้าแก่ร้านปาดเหงื่อกันเลยทีเดียว คนที่วางเดิมพันต่างเฮลั่นกันยกใหญ่
คราวนี้ก็ถึงตาหลานอวิ๋นเจียวแล้ว เสียงหัวเราะยังแว่วมาตามสายลมอยู่ตลอด กระนั้นกลับมิอาจสั่นคลอดความแน่วแน่ของหญิงสาวได้
หลานอวิ๋นเจียวลองจับจังหวะการปาแต่ละครั้งของพี่สาวทั้งสองจนเข้าใจ นางจดจำแรงรับแรงต้านได้เป็นอย่างดี อย่าคิดดูแคลนความสามารถของนาง หลานอวิ๋นเจียวไม่ได้จับสลากเหรียญทองมาเสียหน่อย ผู้คนเหล่านี้คงไม่เคยเรียนฟิสิกส์ สำหรับนางแล้วแค่คำนวณน้ำหนักและทิศทางก็นับว่าไม่ยาก
หลานพินถิงที่เห็นหลานอวิ๋นเจียวยืนเล็งอยู่นานก็สาวเท้าออกมายิ้มกล่าว “น้องหญิง เจ้าแน่ใจหรือว่ายังอยากประลองต่อ เจ้าก็เห็นแล้วว่าพวกเราทั้งสองไม่มีผู้ใดพลาดเลย”
“ข้าจะเปลี่ยนใจได้อย่างไร เมื่อครู่พวกท่านทำไว้ดีมากจริง ๆ น้องสาวเช่นข้านับถือพวกท่านนัก”
“เช่นนั้นก็เชิญน้องหญิงสามเถิด ข้าและน้องหญิงรองจะให้กำลังใจเจ้าอยู่ข้างหลัง ถ้าไม่ไหวก็บอกได้เลย”
“ขอบคุณเจ้าค่ะ ข้าไหว” หลานอวิ๋นเจียวเบนหน้ามองสาวใช้ “อาหง”
ฉวนหงสาวเท้าเข้ามา สีหน้าของนางซีดเซียวด้วยความประหม่า “คุณหนู ท่านแน่ใจหรือเจ้าคะ”
“ก่อนมาข้าบอกเจ้าว่าอย่างไร เจ้าไม่เชื่อใจข้าหรือ”
ฉวนหงกลืนน้ำลายหนืดเหนียวลงคอ ใช่ว่านางไม่เชื่อใจเจ้านาย ทว่าพี่สาวของหลานอวิ๋นเจียวก็หาได้พลาดพลั้งแม้เพียงสักคน หลานอวิ๋นเจียวเป็นคนหัวอ่อนแต่ไหนแต่ไร แล้วจะเอาความสามารถตรงไหนมาต่อกรกับพวกนาง
หลานอวิ๋นเจียวเห็นฉวนหงใช้ความคิดจนเหม่อลอย หลานอวิ๋นเจียวไม่รอช้า นางคว้าผ้ามัดผมของฉวนหงมาไว้ที่ตน จากนั้นก็ผูกดวงตาทั้งสองข้างจนมืดสนิท
“คุณหนูสามนางจะทำอันใด”
“เกรงว่ายังเป็นตัวตลกไม่พอ นางเอาความมั่นใจแบบผิด ๆ เช่นนั้นมาจากไหน คงมิใช่อยากชนะพี่สาวตัวเองจนต้องใช้วิธีพิสดารกระมัง โถวหูแม้ดูเล่นง่าย แท้จริงยากนัก ปิดตาเช่นนี้ไม่เท่ากับจะขโมยไก่ แต่ไม่ได้ไก่ แถมยังเสียข้าวสารไปอีกกำหรอกหรือ”
เสียงหัวเราะประสานกันด้วยความสนุกสนาน
หลานพินถิงเหยียดยิ้ม ประโยคเหล่านั้นทิ่มแทงจิตใจหลานอวิ๋นเจียวเสียจนยับเยิน แต่เหตุใดสีหน้าของอีกฝ่ายดูไม่สะท้านสักกระผีกริ้น “น้องหญิงสาม เจ้าไม่จำเป็นต้องทำถึงเพียงนั้น พวกเราสองคนโยนลงทุกดอกก็จริง ทว่าธนูคันนั้นพวกเราจะมอบให้เจ้า”
หลานอวิ๋นเจียวยิ้มมุมปาก “หากไม่ลงมือด้วยตนเองจะภาคภูมิได้อย่างไร ในเมื่อพวกท่านทั้งสองเสมอกันแล้ว ถ้าข้าใช้วิธีเดิม ๆ ก็คงไม่รู้ผลแพ้ชนะ พี่หญิงใหญ่โปรดวางใจ ข้าจะไม่ทำให้ทุกคนที่เฝ้ารอความสนุกต้องผิดหวัง”
หลานพินถิงไม่อยากเซ้าซี้ต่อ หากน้องสาวตัวดีปรารถนาขายหน้าไปมากกว่านี้ก็ตามใจ ถึงอย่างไรฝีมือของหลานอวิ๋นเจียวก็ไม่เคยเอาไหน เช่นนั้นก็ให้นางเล่นตลกต่อไป สาแก่ใจนัก!
สิ้นประโยคลูกดอกที่อยู่ในมือหญิงสาวก็ถูกปาออกไปทันควัน
ร่างสูงที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่บนหอคอยเผยยิ้มแพรวพราว หมากตัวนี้น่าสนใจกว่าเมื่อก่อนทีเดียว
