บทที่ 3 บังเอิญเจอ
CHIC NAIL
กรุ๊งกริ๊ง
เสียงกระดิ่งอันเล็กเหนือบานประตูกระจกใสดังขึ้นทันทีที่มือบางผลักมันเข้าไป ใบหน้าหวานฉีกยิ้มกว้างสดใสเอ่ยทักทายพนักงานด้านในอย่างสนิทสนม
“มาแล้วค่า ~”
“เข้ามาเลยจ้าหนูตังเม วันนี้แต่งตัวสวยอีกแล้วน้า” พี่พนักงานสาวพ่วงตำแหน่งเจ้าของร้านอวยแบบไม่เกรงใจความประหลาดของชุด เรียกรอยยิ้มเขินให้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหญิงสาวทันที
“อ๊ายยยยย เขินนนน พี่ปิ่นปากหวานกับหนูตลอดเลย”
“เอ้าพี่พูดจริง หน้าสวย ๆ แบบน้องตังเมแต่งตัวแบบไหนก็น่ารัก”
“คิกคิก พี่เป็นคนเดียวเลยที่เข้าใจเทรนด์แฟชั่นของหนู”
ความมั่นใจที่มากอยู่แล้วยิ่งเพิ่มสูงเข้าไปอีกเมื่อเจอคำชมจากเจ้าของร้าน รีบกระดี๊กระด๊าเข้าไปหน้าโต๊ะสีขาวทันที
ร้าน CHIC NAIL เป็นร้านทำเล็บ ต่อขนตาขนาดเล็ก มีพนักงานแค่สองคน ตั้งอยู่ในตึกแถวหนึ่งคูหาข้างตัวห้างฯ ใหญ่ประจำย่าน
ความจริงตังเมก็อยากมีโมเมนต์เข้าไปสปาทำเล็บสวยฟรุ้งฟริ้งในร้านดังตามกระแสบ้าง แต่พอเห็นราคาก็ต้องถอดใจ เลือกร้านบ้าน ๆ ที่ราคาย่อมเยากว่า แต่ถึงแบบนั้นภายในก็ตกแต่งเรียบร้อยสะอาดตา มีอุปกรณ์ครบถ้วน
“พี่เปิดแค่พัดลมนะหนูตังเม ถ้าร้อนก็บอกนะจ๊ะ”
“สบายมากเลยค่ะ” สาวตัวเล็กยิ้มสดใส แม้เหงื่อเย็นจะผุดขึ้นตามไรผมไหลย้อยลงมาตามกรอบหน้าแล้วก็ตาม
“วันนี้มีแบบในใจหรือยัง”
“นี่เลยค่าพี่ปิ่น ชมพูชมใจเหมาะกับคนมีความรักแบบหนู ~”
“ว้าย ๆ กับพ่อหนุ่มคนนั้นที่เคยเล่าพัฒนาแล้วเหรอ”
ทั้งคู่นั่งเม้าท์มอยกันตามประสาลูกค้าประจำ ตังเมเป็นพวกเก็บความลับอะไรไม่อยู่เป็นทุนเดิม พอมีคนมาชวนคุยก็พร้อมเล่าทุกอย่างให้อีกฝ่ายฟังโดยดี ทั้งเรื่องวางแผนอยากจะไปสารภาพรักกับหนุ่มหล่อ เรื่องชีวิตในแต่ละวัน ปล่อยให้สาวเจ้าของร้านจัดการกับสีเคลือบบนเล็บเก่า
ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอย่างออกรสออกชาติ เสียงกระดิ่งหน้าประตูก็ขัดบทสนทนาเสียก่อน
กรุ๊งกริ๊ง
“ขอโทษครับ ผมไม่ได้นัดเอาไว้พอจะมีคิวว่างไหม”
ตากลมสวยเบิกกว้างทันทีที่เห็นหน้าลูกค้าใหม่ชัด ๆ ใบหน้าหล่อเหลาติดหงุดหงิดเป็นเอกลักษณ์และเสื้อผ้าสุดล้ำราคาแพงบนร่างกายก็ทำให้ตังเมจำได้ทันทีว่าเขาคือ ‘โนอาร์’ เพื่อนในกลุ่มของหนุ่มที่เธอปลื้ม
“ว่างค่า ทำอะไรคะวันนี้”
คนตัวสูงนิ่วหน้ากวาดสำรวจไปทั่วร้านอีกครั้งด้วยความลังเลหลังจากพบว่าภายในร้อนอบอ้าวไม่ต่างจากด้านนอก มีแค่พัดลมตัวเล็ก ๆ จ่อพัดให้ความเย็นเท่านั้น
แม้จะอยากหมุนตัวออกจากร้านมากแค่ไหน แต่เขาก็ทนมองเล็บใหม่ที่งอกขึ้นจนเห็นชัดไม่ได้อีกแล้ว กัดฟันถามหน้านิ่ง
“แอร์เสียเหรอครับ พอดีผมขี้ร้อน”
“อะ...อ๋อเปล่าค่า เดี๋ยวพี่เปิดให้ ๆ นั่งเลยค่ะน้อง”
ปิ่นจำต้องรีบหยุดการทาสีลงบนเล็บของตังเมชั่วคราวแล้วกระวีกระวาดคว้ารีโมตกดเร่งอุณหภูมิเอาใจลูกค้าใหม่ทันที
โนอาร์กลอกตาระอา หากไม่ติดว่าร้านประจำปิดกะทันหันเนื่องจากเจ้าของร้านอาหารเป็นพิษ เขาคงไม่ต้องดั้นด้นเดินตากฝุ่น ควันรถมาถึงร้านเล็ก ๆ ริมถนนแน่ ๆ
มือหนาเอื้อมขยับปกเสื้อหนังบรรเทาความร้อนก้าวตรงมาทางเก้าอี้ตัวเล็กหน้าโต๊ะทำเล็บ ระหว่างเจ้าของร้านรีบไปเรียกพนักงานอีกคนที่ด้านหลังร้าน
ท่อนขาเกร็งชะงักค้าง กับดวงตากลมแป๋วที่จ้องตรงมาหาด้วยความตื่นเต้น
หน้าเสียเล็กน้อยที่เห็นว่าอีกฝ่ายคือเด็กประหลาดที่เพิ่งเจอหน้าคณะสถาปัตย์
โนอาร์เลือกที่จะมองเมินสายตาเป็นประกายคู่นั้น ทิ้งสะโพกลงบนเก้าอี้ ยกขาขึ้นไขว้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเลื่อนรอ พยายามสุดชีวิตที่จะไม่หันไปสบตาเด็กแปลก ๆ ด้านข้าง
แม้จะขีดเส้นแบ่งชัดเจน แต่สาวตัวเล็กกลับขยับเก้าอี้เข้าหา พร้อมเอ่ยทักทายเสียงใส
“อุ๊ย! พี่โนอาร์ บังเอิญจังเลยนะคะ” ตังเมฉีกยิ้มกว้างไม่สนใจท่าทางเย่อหยิ่งของอีกฝ่าย พร้อมไล่สายตามองการแต่งกายของเขาอีกครั้งด้วยความชื่นชม จู่ ๆ แผนการบางอย่างก็ผุดเข้ามาในหัว
ดวงตากลมสวยเป็นประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าแสงดวงอาทิตย์ในหน้าร้อน ทำหนุ่มหล่อขนลุกซู่ไปหมด
“ขอโทษนะ! เรารู้จักกันงั้นเหรอถึงมาทักฉัน!” ประโยคตอบกลับที่เคยทำสาว ๆ หลายคนต้องหน้าเจื่อนหลุดจากกลีบปากรูปกระจับ แต่แทนที่ตังเมจะตระหนักได้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้อยากคุยด้วย เธอกลับตาโต ถือวิสาสะขยับเก้าอี้จนแทบชิดกายชายหนุ่ม
“ว้าย ขอโทษค่ะ ลืมแนะนำตัวเลย หนูชื่อตังเมนะคะ เรียนอยู่คณะนิเทศศาสตร์ปีสอง สาขาการตลาดค่ะ”
“...”
ชายหนุ่มไม่ตอบคำถาม ตอนนั้นพนักงานร้านทั้งสองก็กลับมาประจำที่ ซึ่งเขาก็ส่งเรฟ แจ้งความต้องการของตนทันที พนักงานร่างท้วมพยักหน้ารับ และรีบเอาน้ำยามาเช็ดทำความสะอาดสีเก่าออกก่อนเป็นอันดับแรก
ความสงบสุขเหมือนจะกลับมาอีกครั้ง เขาใช้มืออีกข้างที่ยังว่างหยิบโทรศัพท์ขึ้นเปิดดูข่าวไปเรื่อย ๆ แต่เขาก็คิดผิด เมื่อเสียงเล็ก ๆ จากข้างกายดังขึ้นอีกครั้ง
“งื้อออออออ ดีใจจังเลยค่ะที่ได้เจอพี่โนอาร์ที่นี่ พี่มาทำเล็บร้านนี้บ่อยไหมคะ...หนูมาสองอาทิตย์ครั้ง แปลกจังเลยไม่เคยเจอพี่มาก่อน”
“…”
“หูยยยยยยย พอได้มองใกล้ ๆ พี่โนอาร์หล่อออร่าจับเชียว หน้าก็เนียนใสสุด ๆ ใช้ครีมอะไรคะเนี่ย หนูลองซื้อยี่ห้อ xxx มา เขาบอกว่าดี เห็นผลภายในเจ็ดวัน นี่ใช้มาสามเดือนแล้ว ยังรู้สึกว่าหลังมือพี่ยังเนียนกว่าหน้าหนูอีก”
“...”
“ว่าแต่วันนี้พี่มาทำเล็บลายอะไรคะ เทรนด์สีไหนกำลังมาบอกหนูหน่อยได้ไหมคะ”
“…”
“รู้ไหมหนูเป็นแฟนคลับของพี่เลยนะคะ พี่แต่งตัวเก่งมากเลย ชื่อเสียงความเริ่ดของพี่ดังทั่วมหา’ลัยเลยรู้ไหม หนูอยากแต่งตัวเก่ง ๆ สวย ๆ แบบพี่จังเลย ต้องเริ่มยังไงเหรอคะ” คนตัวเล็กฉีกยิ้มกว้าง ชวนคุยต่อไม่หยุดปาก พร้อมทั้งอวยทั้งชมอีกฝ่ายหวังตีสนิท
ร่างสูงกัดกรามกรอดควบคุมความหงุดหงิดที่กำลังก่อตัวกลางอก ทั้งที่เขานั่งเงียบไม่ตอบกลับสักคำถาม แต่สาวมึนข้างกายกลับไม่รับไม่รู้ ก้มหน้าก้มตาพูดเป็นต่อยหอยอยู่คนเดียว สุดท้ายเส้นความอดทนก็ขาดผึงก็ตอนที่เธอบอกว่าเป็นแฟนคลับ ทำให้สายตาดุดันตวัดมองทางร่างเล็กอีกครั้ง
นัยน์ตาสีเทาหม่นตวัดไล่มองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า ก็เบะปากตอบกลับด้วยคำพูดรุนแรง ดูถูก แบบไม่ไว้หน้า
“ฉันไม่รับแฟนคลับสภาพทุเรศทุรังแบบเธอแน่! ถามจริงเถอะกล้าแต่งตัวสภาพนี้ออกจากบ้านได้ไง แวบแรกฉันนึกว่าผ้าสามสีผูกศาล!”
“คิก ผ้าสามสีงั้นเหรอ เจ๊ครีเอตมาก! รู้ไหมเพื่อนหนูมันบอกหนูเหมือนไฟจราจร เจ๊ช่วยมาสอนหนูหน่อยได้ไหมคะ หนูอยากแต่งตัวให้ออกมาเริ่ด ๆ เดิร์น ๆ เหมือนเจ๊มาก ตอนนี้ไม่ว่าจะหยิบชุดอะไรมาใส่ เพื่อนเขาก็บอกว่าแปลก หนูพยายามแล้วนะ ได้โปรดดดดดด เห็นแก่เด็กตาดำ ๆ หน่อยได้ไหมคะ”
“...”
คนตัวสูงเป็นฝ่ายสะอึก นอกจากยัยเด็กซื่อจะไม่โกรธ ยังยิ้มกว้างจนตาหยี ส่งผลให้แก้มกลม ๆ เบียดแน่น
เจ้าของร้านและพนักงานต่างหันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างหวั่นวิตก กับบรรยากาศมาคุ พวกเธอเห็นชัดถึงเส้นเลือดที่ปูดโปนไล่จากสันกรามลงมาถึงลำคอของลูกค้าหนุ่มสุดหล่อใจสาว แต่ตังเมก็หาได้รับรู้ถึงความผิดปกตินั้น ยังคงชวนคุยต่อไม่เลิก
“อย่ามาเรียกฉันเจ๊! แล้วฉันก็ไม่มีเวลาว่างมาทำเรื่องไร้สาระกับเธอแน่!”
“โธ่ นะคะเจ๊ ช่วยหนูหน่อย หนูอยากสวย อยากเฉิดฉายบ้าง เนี่ยหนูย้ายมาจากเพชรตอนเข้าเรียนปีหนึ่ง ตอนนั้นรู้สึกตัวเองบ้านนอกมาก สาว ๆ ในเมืองเขาแต่งตัวดี แถมที่นี่ก็มีร้านเสื้อผ้า ร้านเครื่องสำอางเยอะสุด ๆ เล่นเอาหนูมึนไปหมด...ที่จริง ตอนนี้หนูก็พยายามศึกษาเทรนด์ในอินเทอร์เน็ตแล้วนะคะ อย่างชุดนี้ก็เห็นดาราเขาใส่กัน มันยังดูแปลกอีกเหรอ เจ๊ว่าเพราะสีหรือเพราะอะไรคะ แล้วแบบนี้หนูควรแก้ยังไงดีถึงทำให้ดูเฟียส ดูปัง เป็นตัวแม่ตัวมัมเหมือนเจ๊บ้าง”
โนอาร์ปวดหัวจี๊ด เส้นขมับตึงเปรี๊ยะ รู้สึกได้เลยว่ามันกำลังเต้น ตุบ ตุบ ตามโทสะที่พลุ่งพล่าน ขนาดเขาตอกกลับเสียงดัง แต่ยัยสาวตัวเล็กก็ยังไม่มีวี่แววจะสะทกสะท้านใด ๆ
สันกรามแกร่งขบกรอด สะบัดหน้าหันหนี สูดลมหายใจเข้าออกหลายครั้ง แม้อยากลุกหนีใจจะขาด แต่พนักงานก็กำลังเคลียร์สีเก่ายังไม่เสร็จ เขาไม่มีทางยอมกลับบ้านทั้งที่เล็บยังอยู่ในสภาพครึ่ง ๆ กลาง ๆ เช่นนี้แน่นอน
“เจ๊ขา ~ หนูอยากสนิทกับเจ๊จริง ๆ นะ เจ๊เหมาะกับเป็นไอดอลหนูสุด ๆ เจ๊ทั้งสวยทั้งหล่อ เลิศเลอเพอร์เฟกต์ ถือว่าทำบุญช่วยเด็กตาดำ ๆ สักครั้งได้ไหมคะ รับรองว่าหนูจะไม่ลืมบุญคุณของเจ๊ตลอดชีวิต”
ตังเมยังอ้อนวอนไม่เลิก ก็ในเมื่อโนอาร์นอกจากจะเป็นตัวแม่ตัวมัมเรื่องแฟชั่นแล้ว เขายังเป็นเพื่อนสนิทของอาร์ทอีก หากเธอสามารถตีซี้คุณแม่หน้าหล่อได้ ก็จะได้สกิลการแต่งตัวของอีกฝ่ายมาสลัดลุคแปลก ๆ แถมยังได้ใกล้ชิดกับอาร์ท ดีไม่ดีโนอาร์อาจช่วยเป็นสะพานพาเธอข้ามไปถึงรุ่นพี่แสนดีแบบไม่ยากเย็น
เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวชัด ๆ
โนอาร์นั่งข่มความหงุดหงิด เอาหูทวนลมอยู่นาน ในที่สุดเขาก็เป็นฝ่ายทนไม่ไหว หันไปตอบเพื่อตัดปัญหา
“นี่! หยุดพูดสักที มันน่ารำคาญ! ถ้าอยากเรียนรู้เทรนด์แฟชั่นนักก็เข้าไปตามดูในช่องของฉันเองแล้วกัน!”
“เจ๊ทำช่องด้วยเหรอคะ! ว้าววววว เริ่ดมาก งู้ยยยยยยยย ไหน ๆ คะ ช่องอะไร”
ปลายคิ้วหนากระตุกหงึก กับสีหน้าท่าทางตื่นเต้นดีใจของยัยเด็กแปลก คำพูดที่หลุดออกมาทำให้เขามั่นใจมากว่าไอ้ประโยคอวยก่อนหน้า บอกว่าเป็นแฟนคลับ ไอดอล คือเรื่องโกหกทั้งหมด
แต่เขาก็ขี้เกียจต่อปากต่อคำ บอกชื่อช่องไปให้จบ ๆ ส่งสายตากดดันเจ้าของร้านให้รีบทำเล็บยัยเตี้ยนี่ให้เสร็จเร็ว ๆ เธอจะได้จากไปเสียที
ปลายนิ้วบางกดชื่อพิมพ์ตามคำบอก ดวงตากลมเบิกกว้างกับจำนวนผู้ติดตามหลักแสน
“กรี๊ดดดดดดดดด เจ๊! คนตามเยอะมาก งื้ออออออออ นี่หนูได้สนิทกับคนดังขนาดนี้ ขนลุกไปหมดเลยเนี่ย”
“ฉันเนี่ยต้องขนลุก! ใครไปสนิทกับเธอก๊อนนนนน!”
“แหม เจ๊ ~ ไม่ต้องอายหรอกค่ะ หนูไม่ดื้อ พูดง่าย พร้อมทุ่มแรงกายแรงใจให้เจ๊ทุกอย่าง เพื่อตอบแทนที่เจ๊ช่วยหนู”
“ฉันไปบอกตอนไหนว่าจะช่วยเธอฮะ!”
“อ้าว ไม่ใช่เจ๊ให้หนูดูคลิปในช่องแล้วเจ๊จะสอนหนูแต่งตัวเหรอคะ”
สาวตัวเล็กกะพริบตากลมสวยปริบ ๆ อย่างไร้เดียงสา ท่าทางนั้นก็ทำความดันในกายชายหนุ่มพุ่งปรี๊ด อยากจะเอื้อมมือไปหยิกแก้มป่อง ๆ ให้เป็นรอยจริง ๆ
“ไม่ใช่โว้ย! โอ๊ย! ยัยนี่ทำไมมันน่ารำคาญ แถมซื่อบื้อขนาดนี้ ฉันหมายถึงให้เธอดูคลิปจากช่องฉันเป็นไกด์ไลน์เท่านั้น!” เสียงตะคอกดังลั่นทำพนักงานและเจ้าของร้านสะดุ้งเฮือก มือลั่นระริก แต่ตังเมก็ยังสามารถรักษารอยยิ้มสดใสได้อยู่
“ว้าแย่จัง หนูเข้าใจผิดเหรอเนี่ย” เธอยิ้มเจื่อนพร้อมแลบลิ้นน้อย ๆ เหมือนจะดูน่ารัก ซึ่งมันทำเขาคันไม้คันมือสุด ๆ
“โอ๊ย! อยากจะบ้า! ได้ชื่อช่องไปแล้วก็หุบปาก! เลิกกวนใจฉันสักที!”
“ได้ ๆ ได้เลย หนูจะเงียบแล้ว ขอโทษนะคะเจ๊ แบบว่าหนูไม่เคยรู้จักคนดังมาก่อน รู้จักที่หมายถึงได้พูดคุยด้วยน่ะค่ะ มันก็เลยตื่นเต้น เพื่อนที่เพชรต้องกรี๊ดลั่นแน่ถ้าหนูไปเล่าให้ฟัง คิกคิก แค่คิดก็สนุกแล้ว”
“...”
“พี่ปิ่น ๆ หนูขอติดเพชรแบบของเจ๊เขาหน่อยสิ น่ารัก ~ เหมือนเป็นคู่เพื่อนสาวเลยเนอะ เจ๊ว่าไหม”
ฝ่ามือหนากำเข้าแล้วคลายออกซ้ำ ๆ สะกดใจไม่ให้เผลอพุ่งไปเขย่าคอยัยเด็กบ้าให้หยุดพูดไร้สาระ บรรยากาศแสนกระอักกระอ่วนยังคละคลุ้งทั่วร้าน อุณหภูมิแอร์ที่ปรับไว้เย็นฉ่ำก็ไม่สามารถดับไฟโทสะในกายชายหนุ่มได้ สิ่งที่เจ้าของร้านทำให้คือรีบเร่งมือทาเล็บให้ลูกค้าประจำแบบด่วนจี๋ ก่อนที่ลูกค้าสุดหล่อจะหมดความอดทน
