บทที่ 13
วันต่อมาเสี่ยวเผ่ยมาหาซูมี่ที่เรือนเพื่อดูว่านางเป็นเช่นใดบ้างก็เล่าเรื่องเหตุการณ์หลังจากที่ซูมี่นางกลับไปแล้วให้ฟัง
คำพูดของซูมี่ทำให้ชาวบ้านรู้ว่าถิงถิงนางกำลังตั้งครรภ์และบุตรในท้องเป็นลูกของชิงฉาง เสี่ยวเจียเมื่อรู้เรื่องก็ตรงเข้าไปทำร้ายถิงถิงที่รถม้าแต่ถูกชิงฉางกับชาวบ้านช่วยกันจับตัวไว้เสียก่อน
ชิงฉางจึงได้รีบขึ้นรถม้าไปนั่งกับถิงถิงแล้วรีบออกจากหมู่บ้านไปอย่างรวดเร็ว ภายในรถม้าเสี่ยวเผ่ยไม่ได้เห็นใบหน้าของถิงถิงแต่รู้ได้ว่าทั้งคู่กำลังมีปากเสียงกันอยู่และมีเสียงร้องไห้ของถิงถิงดังออกมาจากด้านในด้วย
ซูมี่ที่นั่งทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดีมิได้เอ่ยขัดก็ยิ้มน้อยๆขึ้นมา
"เห้อ เห็นใจก็แต่เสี่ยวเจียไม่รู้ว่าตอนนี้นางเป็นเช่นใดบ้าง" ซูมี่เอ่ยออกมาจากใจจริง
หากนางยังไม่ถอนหมั้นกับชิงฉางและไม่ได้รับรู้เรื่องทั้งหมด นางในตอนนี้คงมีสภาพไม่ต่างจากเสี่ยวเจีย
เพราะการที่ได้ไปเกิดในยุคใหม่ทำให้นางได้รู้ว่าชาตินี้ทั้งชาติไม่ต้องพึ่งบุรุษนางก็อยู่ได้ แต่อาจจะได้รับเสียงนินทาจากชาวบ้านมากเสียหน่อย
เสี่ยวเผ่ยอยู่คุยเล่นต่ออีกครู่นางก็ขอตัวกลับเรือนไปช่วยมารดาของนางทำงาน ซูมี่นางจึงได้ออกไปเดินเล่นดูที่ดินที่บิดากับคนงานกำลังทำแปลงปลูกกันอยู่
ต้าหลางใช้รูปแบบแปลงเช่นเดียวกับในมิติของซูมี่ เพราะเขาคิดว่ามันสะดวกเวลาเดินเก็บผลผลิต และการยกร่องด้านข้างเพื่อปล่อยน้ำเข้าไปก็สะดวกสบายสำหรับคนงานด้วย
ซูมี่นางยังเพาะต้นกล้าของต้นข้าวไว้แทนการหว่านอีกด้วย ต้าหลางก็ไม่ขัดใจบุตรสาวเพราะรู้ว่านางมีความสามารถมากกว่าเขา
ตัวซูมี่นางรู้เพียงจากหนังสือที่นำมาด้วย หากจะให้นางลงมือทำด้วยตนเองนั่นยังไม่เคยและเห็นทีจะเป็นไปได้ยาก เพียงต้นไม้ที่นางซื้อมาปลูกที่หอพักยังตายเลย
"นายหญิงท่านมีน้ำวิเศษจะกลัวอันใดเจ้าค่ะ" เป่าเปาที่ล่วงรู้ความคิดของซูมี่ก็เอ่ยขึ้น
"ข้าไม่ได้กลัวว่าน้ำวิเศษจะใช้การไม่ได้ ข้าขี้เกียจเท่านั้น" เป่าเปาเบ้ปากเมื่อได้ยินสิ่งที่นายหญิงพูดออกมาอย่างดูแคลน
ก็จริงอย่างที่ซูมี่นางคิด ในเมื่อเสียเงินซื้อตัวคนงานมามากถึงสามสิบกว่าคน แล้วเหตุใดนางต้องมาลงมือเพาะปลูกเองด้วยเล่า
ต้าหลางพาคนงานปรับหน้าดินอยู่สามวัน ตอนแรกซูมี่นางจะใส่ปุ๋ยบำรุงดินด้วย แต่เป่าเปานางบอกว่าน้ำในบึงก็เหมือนเป็นปุ๋ยบำรุงดินแล้วไม่ต้องใส่ เพียงใช้น้ำในบึงผสมน้ำในแม่น้ำก็ใช้ได้แล้ว
ระหว่างที่รอต้นกล้าผักและต้นข้าวที่เพาะไว้ ซูมี่นางก็หางานมาให้ทุกคนได้ทำ ดอกบัวภายในมิติที่มีอยู่มากมายภายในบึงและมีตลอดทั้งปี ต่อให้นางเก็บไปมากเพียงใดดอกบัวในบึงก็จะเติบโตเข้ามาแทนที่มากเท่านั้น
ตอนนี้ลานเรือนใต้ต้นไม้ใหญ่มีคนงานนั่งล้อมรอบดอกบัวที่กองเต็มไปหมด สีหน้าของแต่ละคนตอนนี้เรียบเฉยเสียแล้วไม่มีอาการแตกตื่นตกใจเช่นตอนแรก
หากซูมี่นางจะเอาของในมิติออกมาต่อหน้าพวกเขาก็คงไม่มีใครที่ตกใจแล้ว หรือถ้านางหายตัวเข้าไปในมิติก็คงเป็นเรื่องปกติสำหรับทุกคนไปแล้ว
ซูมี่นางให้แยกกลีบดอก เกสรดอกออกเพื่อนำไปตากแห้งจะได้ทำเป็นชาไว้ดื่ม และนางยังคิดที่จะนำไปขายอีกด้วย
"คุณหนูดอกบัวกินได้หรือขอรับ" สือเอ้อวัยแปดหนาวถามนางด้วยใบหน้าไร้เดียงสา
"กินได้สิ สือเอ้อก็จะได้กินด้วยนะ" ซูมี่บีบแก้มของสือเอ้อที่ตอนนี้เริ่มเป็นซาลาเปาลูกน้อยๆแล้ว
ซูมี่จึงได้บอกสรรพคุณทางยาของดอกบัวและเกสรบัวหลวงคือใช้บำรุงหัวใจ แก้ไข้ตัวร้อน แก้อ่อนเพลีย ขับโลหิต ขับเสมหะ แก้จุกเสียด และแก้ท้องเสียให้ทุกคนได้รู้ เพื่อให้เขาแบ่งไว้ดื่มกินกันทุกวัน
ยิ่งเป็นดอกบัวที่เกิดในบึงภายในมิติสรรพคุณที่ได้ย่อมดีกว่าดอกบัวที่เกิดด้านนอกแน่
ซูมี่นางให้โม่ลี่น้ำเกสรดอกบัวสดที่เพิ่งนำออกมาจากดอกต้มให้ทุกคนได้ลองดื่ม เมื่อทุกคนได้ดื่มจึงได้รู้ว่าสิ่งนี้เป็นของดีกว่าชาราคาชั่งละพันตำลึงทองเสียอีก
"คุณหนูหากท่านนำออกไปขายจะเกิดเรื่องหรือไม่ขอรับ" พ่อบ้านกวงเอ่ยถามอย่างกังวล
เพราะเขาเป็นพ่อบ้านของขุนนางมาก่อน ชาที่ดีภายในจวนเขาย่อมต้องเคยได้ลิ้มลอง แต่ชาของซูมี่เพียงแค่จิบเล็กน้อยร่างกายที่ปวดเหมื่อยยังหายเป็นปลิดทิ้ง หากมีโรคเรื้อรังเขาเชื่อว่าดื่มเป็นประจำต้องหายแน่นอน
แล้วเช่นนี้หากนำไปขายจะไม่เกิดคลื่นใต้น้ำหรือ ยิ่งซูมี่ที่เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาไม่มีคนหนุนหลังอาจจะเกิดอันตรายกับนางได้
"ไว้มีหนทางต้องได้วางขายแน่นอน" ซูมี่เมื่อคิดตามสิ่งที่พ่อบ้านกวงกังวลนางจึงได้เอ่ยขึ้นอย่างไม่ร้อนใจ
ของที่ทำเสร็จแล้วนางเก็บไว้ในมิติก็ได้ ถึงอย่างไรของภายในก็สดใหม่อยู่เสมอ คนอื่นเมื่อเห็นซูมี่มิได้กังวลเท่าใดต่างก็หันมาสนใจงานตรงหน้ากันต่อ
เกือบเจ็ดวันที่ทุกคนต้องทำชาดอกบัว ต้นกล้าผัก สมุนไพรและข้าวก็พร้อมลงปลูกได้แล้ว ชาดอกบัวทุกคนในเรือนต่างก็ได้รับคนละกล่องหากหมดเมื่อใดก็ให้มาขอเพิ่มได้
ตอนนี้ทุกคนในเรือนจึงไปอยู่ที่แปลงผัก เพื่อลงต้นกล้า ซูมี่นางก็เช่นกัน แต่นางเพียงเดินดูและช่วยงานเล็กน้อยเท่านั้น เพราะทุกครั้งที่นางลงมือปลูกต้นกล้าในมือก็แทบจะแหลกคามือ
ซูมี่มองต้นกล้าต้นที่สิบที่นางทำหักอย่างไม่เข้าใจ เมื่อก่อนตอนที่เป็นนักศึกษาแพทย์ฝึกงาน มือนางออกจะเบาเวลาที่เย็บแผล เพียงแค่ปลูกต้นไม้เหตุใดถึงหักได้
"นายหญิงต้นไม้กับเข็มจะเหมือนกันได้อย่างไรเจ้าค่ะ" เป่าเปาหัวเราะอย่างขบขัน
"ช่างเถิดข้าให้กำลังใจก็คงพอ" ซูมี่ล้มเลิกความคิดแล้วพาสือเอ้อไปเดินเล่นที่ริมแม่น้ำแทน
