บทที่ 14
ซูมี่กับสือเอ้อเดินเล่นสำรวจไปทั่วจนมาถึงริมแม่น้ำ สือเอ้อที่วิ่งเล่นอย่างซุกซนก็วิ่งหน้าตื่นกลับมาหานาง
"คุณหนู คุณหนู" เสียงสือเอ้อตะโกนมาแต่ไกล
"อย่าวิ่งประเดี๋ยวหกล้ม" ซูมี่ที่เห็นก็รีบร้องห้าม
"ข้าเห็นคนขอรับ"
"เพียงแค่คนตกใจอันใด" สือเอ้อที่หอบอยู่ก็ยังไม่ทันพูดจบซูมี่นางก็เอ่ยแทรกเสียแล้ว
"บุรุษคนนั้นร่างเต็มไปด้วยเลือด นอนอยู่ที่ริมแม่น้ำขอรับ" ซูมี่ขมวดคิ้วก่อนที่จะเดินไปตามทิศที่สือเอ้อชี้บอกนาง
นางให้สือเอ้อวิ่งไปตามคนอื่นมาที่ริมแม่น้ำ เมื่อเดินไปถึงชายคนนั้นใบหน้าก็แทบจะไร้สีเลือดแล้ว เนื้อตัวของเขามีรอยแผลจากดาบอยู่หลายแห่ง
ซูมี่นางลากคนขึ้นมาจากน้ำแล้วเริ่มตรวจว่ายังหายใจอยู่หรือไม่ ลมหายใจของเขาแผ่วเบาจะแทบจะไร้ลมหายใจอยู่แล้ว
"นายหญิงท่านนำน้ำวิเศษให้เขาดื่มก่อนเจ้าค่ะ" เสียงของเป่าเปาดังขึ้นในความคิดของนาง
"จะไม่เกิดเรื่องอันใดตามมาใช่หรือไม่" ซูมี่เอ่ยถามอย่างกังวล
"ไม่เกิดหรอกเจ้าค่ะ แต่ถ้าท่านช้าบุรุษผู้นี้จะตายแล้วนะเจ้าคะ" ซูมี่นางจึงเรียกน้ำวิเศษออกมาจากในมิติแล้วป้อนไปที่ปากของบุรุษผู้นั้น
"เหอะ หากอยากตายก็ไม่ต้องดื่ม" ซูมี่ที่หมดความอดทนเพราะไม่ว่านางจะป้อนเขาเพียงใดบุรุษผู้นั้นก็ไม่ยอมอ้าปาก
แต่เมื่อสิ้นคำพูดของซูมี่บุรุษที่กำลังจะตายก็อ้าปากรับน้ำจากนางอย่างเต็มใจ
"เท่านี้ก็สิ้นเรื่อง" นางปล่อยให้เขานอนลงเช่นเดิม แล้วยืนรอให้สือเอ้อที่ไปตามคนมาช่วยมาพาเขากลับไปที่เรือน
เพียงไม่นานต้าหลางก็พาคนงานมาหลายคน เมื่อเห็นซูมี่ยืนอยู่ของบุรุษที่นอนอยู่บนพื้น ต้าหลางก็เร่งฝีเท้าเพื่อเดินเข้าไปหาบุตรสาวอย่างรวดเร็ว
"มี่เออร์เจ้าเป็นอันใดหรือไม่"
"ข้าจะเป็นอันใดได้เจ้าค่ะ ท่านพ่อท่านพาเขากลับไปที่เรือนเพื่อรักษาบาดแผลก่อนเถิดเจ้าค่ะ" ซูมี่ชี้ไปที่ชายที่นอนอยู่ที่พื้น
ตอนนี้ลมหายใจของเขากลับมาเป็นปกติแล้ว เหลือเพียงรักษาบาดแผลเท่านั้นก็น่าจะไม่เป็นอันใด
ต้าหลางให้เสี่ยวซานกับเสี่ยวอู่ ช่วยกันแบกเขากลับไปที่เรือน ซูมี่นางก็เร่งฝีเท้ากลับไปที่เรือนก่อนเพื่อเตรียมอุปกรณ์ที่ต้องใช้เย็บบาดแผล
เมื่อมาถึงเรือนหลัก ต้าหลางก็เดินนำเสี่ยวซานกับเสี่ยวอู่เพื่อไปที่ห้องทางด้านหลังเรือน
"นายท่าน จะไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่ขอรับ" พ่อบ้านกวงเดินเข้ามาถามต้าหลางอย่างกังวล
ต้าหลางหยุดคิดก่อนจะหันไปมองบุรุษที่ถูกแบกอยู่ก่อนจะถอนหายใจแล้วโบกมือให้พ่อบ้านกวงมิต้องคิดมาก เพราะตอนนี้ชีวิตของคนสำคัญกว่า
ซูมี่ที่อยู่ภายในห้องก็เตรียมอุปกรณ์ครบเรียบร้อยแล้ว นางให้โม่ลี่และเสี่ยวซานอยู่ช่วยนาง
"เสี่ยวซาน ถอดเสื้อเขาออก" ซูมี่สั่งโดยที่นางไม่ได้หันไปมองจึงไม่ได้เห็นสีหน้าของบ่าวทั้งสองที่ตกตะลึง
"อ้าว เหตุใดยังไม่ถอดอีกเล่า" เมื่อซูมี่นางเตรียมของเสร็จก็หันมาพบว่าเสี่ยวซานยังไม่ได้ถอดเสื้อของบุรุษคนนั้นออก
เสี่ยวซานหันไปมองที่โม่ลี่ก็เห็นว่านางพยักหน้ามห้ เขาจึงได้เร่งมือถอดเสื้อบุรุษคนนั้นออก
ซูมี่จึงได้เริ่มทำความสะอาดแผลโดยมี่ทั้งคู่คอยช่วยเหลือ บาดแผลมิได้มีเพียงที่ด้านหน้า แผ่นหลังก็มีรอยดาบอีกสองแผล แต่ละแผลล้วนต้องเย็บทั้งสิ้น
แม้โม่ลี่กับเสี่ยวซานจะช่วยซูมี่ยังไม่ค่อยได้เรื่องนัก แต่ยังดีที่ทั้งคู่คุมสติตัวเองได้ดี เมื่อเห็นซูมี่ลงเข็มเย็บไปตามบาดแผลก็ไม่ถึงขั้นกับหมดสติเป็นลมไป ถึงมือไม้จะสั่นบ้างแต่ก็นับว่าเป็นผู้ช่วยที่ดี
ซูมี่ใช้เวลาเกือบสองชั่วยามที่จัดการกับบาดแผลของบุรุษแปลกหน้า เมื่อเก็บของทั้งหมดโยนเข้ามิติไปแล้วนางก็เดินออกจากห้องรับรองไปอย่างอ่อนแรง ทั้งคู่เมื่อหายตกตะลึงจากที่เห็นคุณหนูทำให้ของหายไปได้แล้ว โม่ลี่ก็รีบเดินตามซูนี่ไปทันที
ต้าหลางเดิินเข้ามาภายในห้องเมื่อเห็นว่าซูนี่นางจัดการบาดแผลของบุรุษแปลกหน้าเรียบร้อยแล้ว เขาให้เสี่ยวอู่และเสี่ยวซานนอนเฝ้า เพราะซูมี่นางได้บอกเสี่ยวซานไว้แล้วว่าหากเขาไข้ขึ้นให้กินยาที่นางทิ้งไว้
บุรุษที่อยู่บนเตียงลืมตามาทันมองเห็นซูมี่จัดการกับบาดแผลของเขาก่อนที่จะหมดสติไป
กลางดึกเสี่ยวอู่ที่นอนอย่างระวังตัวเพราะกลัวว่าบุรุษที่นอนบนเตียงจะเป็นไข้ก็ตื่นขึ้นเมื่อได้ยินเสียงครางของเขาเบาๆ
เสี่ยวอู่เรียกเสี่ยวซานเพื่อให้นำยาให้เขาได้กิน เพียงผ่านไปจิบถ้วยชา(15นาที) ไข้ของเขาก็ลดลง เมื่อเห็นว่าไม่มีสิ่งใดน่าเป็นห่วงทั้งคู่ก็ล้มตัวลงนอนอีกครั้ง
รุ่งเช้าซูมี่เดินเข้ามาสำรวจบาดแผลของเขาอีกครั้งเมื่อเห็นว่าไม่มีไข้บาดแผลไม่อักเสบนางก็เตรียมที่จะออกไปจากห้อง
"หากท่านรู้สึกตัวแล้ว ก็คงจะกลับไปได้แล้ว" ซูมี่กอดอกยืนมองบุรุษที่แสร้งนอนหลับบนเตียง
"ข้าบาดเจ็บถึงเพียงนี้ เจ้าคิดจะไล่ข้าอีกหรือ" เขาลืมตาขึ้นมามองซูมี่ เพราะมิอาจโกหกนางได้
"ท่านเป็นใคร ข้าก็ไม่รู้ หากเป็นโจรเมื่อหายดี ข้าจะมิถูกฆ่าหรือ" ซูมี่เลิกคิ้วเพื่อรอคำตอบ
"ข้าแซ่ไป๋ นามฮุ่ยหมิ่น เป็นเพียงพ่อค้าต่างเมือง ระหว่างทางถูกโจรป่าปล้นจึงได้หนีมา"
"ข้าแซ่ซู หากท่านหายดีเมื่อใดก็สมควรไปเสียที" ซูมี่หันหลังเดินออกจากห้องไป โดยยังทิ้งเสี่ยวอู่และเสี่ยวซานให้จับตาดูฮุ่ยหมิ่นไว้
