บทที่ 12
แม้นางจะไปดักรอที่หน้าเรือนก็ไม่เคยได้พบเขา จนวันนี้ที่นางกำลังจะไปดักรอเช่นเดิมก็เห็นชิงฉางมาพร้อมรถม้าเพื่อมาเก็บของที่เรือนจึงได้รีบร้อนมาหาซูมี่เสียก่อน
"ข้ากับชิงฉางมิได้เป็นคู่หมั้นกันแล้ว เขาจะมากับใครไปที่ใดล้วนไม่เกี่ยวกับข้า" ซูมี่เมื่อพูดจบนางก็หันหลังเตรียมจะเข้าเรือนเพื่อไปทำงานต่อ
"เจ้าต้องไปกับข้า เพราะเจ้ารู้เรื่องที่ข้ากับพี่ชางลอบพบกัน" เสี่ยวเจียเหมือนเสียสติไปแล้วนางลากซูมี่อย่างแรงเพื่อเดินไปเรือนของชิงฉาง
แม้โม่ลี่จะเข้าช่วยเหลือแต่ก็ไม่อาจต้านแรงของเสี่ยวเจียที่เหมือนจะขุดแรงทั้งหมดที่นางมีเพื่อลากตัวซูมี่ไปด้วย ซูมี่จำต้องยอมให้นางลากตัวไป โม่ลี่ก็เดินตามไปด้วยอย่างเป็นห่วง
เมื่อมาถึงหน้าเรือนของชิงฉางก็พบว่ายังมีชาวบ้านอีกหลายคนที่มาสอบถามเขาอยู่ ซูมี่นางเพียงยืนกอดอกรออยู่ข้างนอกเพื่อดูเรื่องสนุก
"เสี่ยเจียไปตามเจ้ามาจนได้" เสี่ยวเผ่ยเมื่อเห็นซูมี่นางยืนอยู่ด้วยก็เดินเข้ามาหาพร้อมพูดคุยทันที
"อืม ก็อย่างที่เจ้าเห็น เสี่ยวเจียดูท่าจะเสียสติไปแล้ว" ซูมี่ส่ายหัว
เพราะตอนนี้เสี่ยวเจียเดินเข้าไปหาชิงฉางแล้วโวยวายเสียงดัง โดยไม่สนสายตาของชาวบ้านที่มองนางอย่าางแปลกใจ ถิงถิงเลิกผ้าม่านที่รถม้าขึ้นเพื่อมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ซูมี่จึงได้เห็นใบหน้าด้านข้างของนาง แววตาของถิงถิงที่ผลักซูมี่ลงบ่อน้ำนางยังจำได้ดี ซูมี่เผลอกำมือแน่นอย่างโกรธแค้น
"คุณหนู" โม่ลี่จับแขนของซูมี่อย่างเป็นกังวล
"ข้าไม่เป็นอันใด" ซูมี่หันไปยิ้มให้โม่ลี่
เสียงกรีดร้องของเสี่ยวเจียดังขึ้นเมื่อชิงฉางบอกว่าเขามิได้คิดอันใดกับนางเป็นนางที่คิดไปเอง เสี่ยวเจียรีบพุ่งตัวเข้ามาหาซูมี่พร้อมดึงนางเข้าไปด้านใน
"เจ้าพูดสิอามี่ เจ้าเห็นข้ากับพี่ชางลอบพบกันใช่หรือไม่" ซูมี่ถลึงตามองเสี่ยวเจีย แทนที่จะเรียกนางดีดีกับดึงนางจนแขนขึ้นรอยนิ้วมือ
ซูมี่มองไปที่ชิงฉางก็พบสายตาที่ขอความเห็นใจของเขามองมาที่นางอยู่ ซูมี่จึงเบะปากให้เขาอย่างดูแคลน ก่อนที่จะหันไปมองถิงถิงที่เปิดผ้าม่านรถม้ามองมาที่นางอย่างสงสัย
"เฮ้อ ความจริงเรื่องนี้ไม่เกี่ยอันใดกับข้า ในเมื่อเจ้าอยากให้ข้าพูดโดยที่ไม่กลัวชื่อเสียงของเจ้าเสียหายข้าก็จะพูด" ซูมี่แสร้งทำหน้าหนักใจก่อนจะเปลี่ยนบทเป็นเศร้าขึ้นมาทันที
"ข้า ข้า เห็นเจ้ากับชิงฉางนัดพบกัน แล้ว แล้ว ท่านพ่อข้าก็เห็นชิงฉางลอบนัดพบกับคุณหนูเฉียวที่ในเมืองจึงต้องยอมถอนหมั้น"
เมื่อซูมี่พูดจบ ชิงฉางก็หลับตาลงพร้อมทั้งสะกดกลั้นอารมณ์ เพราะเรื่องที่ซูมี่พูดทั้งหมดเป็นเรื่องจริง ชาวบ้านที่อยู่รอบๆต่างก็กลั้นหายใจฟังก่อนจะเริ่มส่งเสียงนินทาต่อว่าทั้งสามคน แล้วเปลี่ยนมาเห็นใจซูมี่แทน
ซูมี่หันไปมองถิงถิงที่ร่ำไห้อยู่บนรถม้าแล้วมองมาที่นางอย่างโกรธแค้น ซูมี่หันไปยิ้มเยาะเย้ยให้ถิงถิงอย่างสะใจ เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วแสดงว่าถิงถิงนางต้องตั้งครรภ์แล้วแน่นอน มิเช่นนั้นคหบดีเฉียวคงไม่มารับตัวชิงฉางเข้าไปอยู่ในเมือง
"เพราะข้ารู้ดีว่าชิงฉางจำต้องแต่งให้คุณหนูเฉียวเพราะ เพราะนาง" ซูมี่เอ่ยขึ้นอีกครั้งเพื่อราดน้ำมันเข้าไปในกองไฟ ประโยคสุดท้ายเมื่อนางเงียบเสียงลงชาวบ้านก็ต่างรอคอยว่านางจะพูดสิ่งใด แต่ซูมี่ทำเพียงมองไปที่ท้องของถิงถิงแทน
เพียงเท่านั้นชาวบ้านที่มีประสบการณ์เรื่องเช่นนี้ย่อมรู้แล้วว่าถิงถิงนางตั้งครรภ์ ต้องก็ยกมือขึ้นปิดปากเพื่อไม่ให้ส่งเสียงร้องออกมา
"อามี่เจ้าหมายความว่าเช่นไร" เสี่ยวเจียเดินเข้ามาเขย่าตัวของซูมี่
"เจ้ายังอยากจะให้ข้าพูดเรื่องบัดสีอีกหรือ" ซูมี่ตีหน้าเศร้าแล้วหันหลังเดินจากไป นางยังจับตัวของโม่ลี่เพื่อให้ประคองนางที่เหมือนบอบช้ำกลับเรือนอีกด้วย
เมื่อพ้นสายตาของชาวบ้านซูมี่ก็คลายมือของโม่ลี่ออกแล้วหัวเราะออกมาเสียงดัง โม่ลี่ที่เข้าใจว่าคุณหนูของนางเสียใจจนใบหน้าแดงก่ำไปหมดแท้จริงแล้วนางกลั้นขำไว้
"โถ่คุณหนู" โม่ลี่ตบที่อกตัวเอง
"โม่ลี่เจ้าคิกหรือว่าข้าจะเสียดายบุรุษเช่นนั้น" โม่ลี่เมื่อคิดตามก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย ต่อให้คุณหนูของนางไม่มีสามีนางก็ไม่ลำบากเพราะความสามารถของนางพร้อมทั้งของแปลกตาที่พวกเขาได้รับคนอื่นย่อมไม่มีเช่นนี้แน่
เมื่อกลับถึงเรือน จางกุ้ยก็รีบสอบถามบุตรสาวว่าเกิดเรื่องใดขึ้น ซูมี่นางจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังพร้อมทั้งหัวเราะอย่างสะใจไปด้วย
"โอ๊ย ท่านแม่" ซูมี่ร้องขึ้นเพราะถูกมารดาหยิกเข้าที่เอว กลายเป็นว่าตอนนี้คนอื่นที่นั่งทำงานขบขำนางแทน
"เจ้าเป็นสตรีจะหัวเราะเช่นนี้ได้อย่างไร"
"โถ่ท่านแม่ ข้าอยู่ในเรือนนะเจ้าค่ะ"ซูมี่กอดแขนมารดาพร้อมออดอ้อน
ต้าหลางที่ถึงเวลาหยุดพักก็รู้เรื่องที่จางกุ้ยเล่าให้ฟัง เขาตบเข่าตนเองพร้อมทั้งหัวเราะเช่นเดียวกับบุตรสาว
"เช่นนี้ก็ดี คนอื่นจะได้ไม่คิดว่ามี่เออร์ของข้าร้ายกาจจนถูกถอนหมั้น" จางกุ้ยเมื่อคิดตามสามีก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้
คนงานบุรุษเมื่อหยุดพักทานอาหารได้ดื่มน้ำ แทนที่พวกเขาทำงานจะเหนื่อยล้าแต่กลับสดชื่นเหมือนเพิ่งตื่น ตอนแรกทุกคนก็แปลกใจแต่เมื่อคิดถึงสิ่งของต่างๆที่แปลกประหลาดต่างก็พากันเข้าใจได้ทันทีโดยไม่ต้องเอ่ยถาม
