บท
ตั้งค่า

6# จงใจหลบหน้า

เช้าวันต่อมา...

“ป้าเดือน ถ้าคุณน้ำหวานตื่นแล้วให้ทานยานี้” กานต์จัดยาลดไข้และยาแก้อักเสบให้กับณิริน เขาคาดว่าเช้านี้เธอต้องตื่นขึ้นมาพร้อมกับความปวดร้าวไปทั่วร่างกาย

“ค่ะคุณหมอ”

“ผมจะไปค้างที่หอพักโรงพยาบาล” กานต์บอกเมื่อเห็นป้าเดือนมองกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็กในมือเขา

“คราวนี้คุณหมอจะไปกี่วันคะ ป้าจะได้เตรียมอาหารเย็นถูก”

“ไม่มีกำหนดครับ” กานต์บอกแล้วเดินออกไปจากบ้าน

ปล่อยให้ป้าเดือนซึ่งอยู่รับใช้บ้านหลังนี้มายาวนานตั้งแต่คุณหมอคณินแต่งงานใหม่ๆ ผ่านเรื่องราวของครอบครัวนี้มาอย่างมากมาย มองตามหลังหมอหนุ่มด้วยความเห็นใจ

หมอกานต์เป็นคนดีเสียจนไม่กล้าแม้แต่จะปล่อยใจให้รักคุณน้ำหวานของเธอ สายตาที่หมอหนุ่มมองคุณน้ำหวานเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก

ส่วนคุณน้ำหวานของเธอก็รักอาหนุ่มอย่างเปิดเผยจนคนรับใช้เก่าแก่อย่างป้าเดือนเห็นใจในความรักต้องห้ามของทั้งคู่จนเจ็บปวดไปพร้อมๆ กับคนทั้งสอง

แสงแดดยามสายลอดผ่านผ้าม่านเนื้อหนาเข้ามาทางหน้าต่าง ณิรินขยับกายอย่างยากลำบาก ต้นขาเมื่อยล้าเหมือนเวลาที่เธอออกกำลังกายมาอย่างหนัก ตัวรุมๆ เหมือนจะมีไข้อ่อนๆ นึกขึ้นได้ว่าเธอกลับมานอนบนเตียงที่คุ้นเคยมาตลอดชีวิต

และ...ที่สำคัญได้หลับในอ้อมกอดที่เธอคิดถึงที่สุด ฝ่ามือเรียวงามรีบควานหาคนที่นอนกอดมาทั้งคืนทว่ากลับพบเพียงความว่างเปล่า

“อากานต์”

ณิรินครางออกมาเบาๆ ก่อนจะฝืนลุกไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วรีบลงมาข้างล่างเพื่อจะได้เจอเขานั่งรอที่โต๊ะอาหารเช้าเหมือนเมื่อก่อน ทว่าโต๊ะอาหารกลับว่างเปล่ามีเพียงยาเม็ดเล็กพร้อมกับแก้วน้ำสะอาดวางไว้บนโต๊ะอาหาร

“คุณหมอสั่งให้คุณน้ำหวานทานยาหลังทานข้าวเช้าทันทีค่ะ” ป้าเดือนเอ่ยขึ้นพร้อมกับยกข้าวต้มกุ้งเมนูโปรดของเธอออกมาวาง

“อากานต์ไปทำงานแล้วเหรอคะ”

“ค่ะ คุณหมอฝากบอกคุณน้ำหวานว่าจะไม่ได้กลับมานอนบ้าน”

“......”

ณิรินก้มหน้าทานข้าวอย่างเร่งรีบแล้วไม่ลืมที่จะทานยาที่อาของเธอเตรียมไว้ให้

“น้ำหวานจะไปหาอากานต์ที่โรงพยาบาลนะคะ” ณิรินบอกป้าเดือนแล้วขึ้นบ้านไปเปลี่ยนชุดเพื่อออกไปข้างนอก

ณิรินเป็นคนที่มีนิสัยค่อนข้างดื้อ เธอรู้ว่ากานต์จงใจหลบหน้าเธอเพราะรู้สึกผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ซึ่งเธอจะไม่มีวันปล่อยให้เขาต้องเจ็บปวดอยู่กับความรู้สึกผิดแต่เพียงฝ่ายเดียวเป็นแน่

มินิคูเปอร์ เอส รุ่นใหม่ล่าสุดสีแดงสดใสจอดรอที่หน้าประตูบ้าน พร้อมกับรอยยิ้มกว้างของลุงจอมคนขับรถที่ยื่นกุญแจมาให้

“คุณหมอฝากให้คุณน้ำหวานครับ” ลุงจอมยิ้มกว้างกว่าเดิมเมื่อเอ่ยถึงคุณหมอของลุง พร้อมส่งกุญแจรถมาให้

“คุณหมอของลุงจอมไม่เห็นบอกน้ำหวานสักคำ” ณิรินเม้มริมฝีปากแน่น ทำหน้าแสนงอนแต่คนที่อยากให้ง้อกลับไม่ได้อยู่ตรงนั้น

@โรงพยาบาลรัฐบาลแห่งหนึ่ง

กานต์มาถึงที่ทำงานแต่เช้าเหมือนทุกวัน ความทุกข์ใจที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อคืนทำให้เขานอนไม่หลับ ถึงแม้คนที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจเขาจะหลับใหลในอ้อมกอดทั้งคืนแต่ใจเขากลับหาความสงบไม่ได้

ใจหนึ่งก็อยากจะลองโทรหาอาจารย์คณินเพื่อบอกท่านให้รู้กันไปเลยว่าเขาคิดยังไงกับณิริน แต่อีกใจก็หวนนึกถึงคำพูดที่อาจารย์หมอบอกเขาก่อนออกเดินทาง

‘ผมฝากหมอกานต์ดูแลน้ำหวานจนกว่าน้ำหวานจะแต่งงานนะ’

‘น้ำหวานเป็นคนดื้อแต่เธอเป็นเด็กฉลาดกล้าพูด กล้าทำ มีเพียงหมอกานต์ที่ผมวางใจฝากลูกสาวไว้ได้’

“ฮึ! บางทีก็ดื้อจนเกินไป” กานต์หัวเราะออกมาเบาๆ ด้วยความเอ็นดูเมื่อนึกไปถึงหลานสาวตัวแสบของเขาที่ดื้อจนได้เรื่องตั้งแต่คืนแรกที่กลับมาอยู่บ้าน

ป่านนี้จะตื่นหรือยัง…

จะเห็นของขวัญวันเรียนจบที่เขาตั้งใจเตรียมไว้ให้หรือยัง...

หลานที่รัก : น้ำหวานไม่รับของขวัญนะคะ

หลานที่รัก : อากานต์จะต้องเป็นคนให้น้ำหวานกับมือของอาเองค่ะ

หลานที่รัก : น้ำหวานนัดเพื่อนที่ห้าง M

หลานที่รัก : เย็นนี้เจอกันที่บ้านนะคะ

หลานที่รัก : ไม่งั้นน้ำหวานจะไปนอนกับอาที่หอพักโรงพยาบาล

กานต์เปิดอ่านข้อความไลน์ที่เด้งเข้ามาไม่หยุด ไลน์โปรไฟล์ชื่อ ‘หลานที่รัก’ หลานสาวของเขาก็เป็นคนจัดการเองทั้งหมด เขาถอนใจเบาๆ ทั้งหนักใจและสุขใจปะปนกันจนไม่รู้ว่าความทุกข์กับความสุขอันไหนมันมากน้อยกว่ากัน

พอเข้ามาถึงห้องทำงาน กานต์ก็หยิบเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดที่แขวนไว้ในห้องทำงานขึ้นมาสวม

ทันทีที่เขาสวมเสื้อกาวน์เขาก็เหมือนกลายเป็นอีกคน คนที่จะต้องรับผิดชอบชีวิตของคนไข้ เขาจึงหยุดทุกความรู้สึกส่วนตัวแล้วเริ่มลงมือทำงานตามหน้าที่ของเขา

@ ห้างสรรพสินค้า M

ณิรินวางแผนกับเพื่อนสนิทไว้ว่าจะกลับมาเปิดร้านคาเฟ่ด้วยกันเมื่อเรียนจบ

วันนี้เธอกับเพื่อนจึงนัดกันที่ห้าง M เพื่อพูดคุยวางแผนที่จะดำเนินการตามความฝัน

“น้ำหวานทางนี้ๆ”

ณิรินมองไปตามเสียงเรียกแล้วยิ้มสดใสทันทีเมื่อเห็นเพื่อนสนิทของเธอนั่งรออยู่ก่อนแล้ว

“มายด์สั่งขนมไปแล้ว น้ำหวานจะสั่งเครื่องดื่มอะไรสั่งเลยจ้ะ” นภัสสรซึ่งเป็นเพื่อนสนิทที่เรียนจบจากอเมริกาพร้อมกันหันมาบอกในขณะที่กำลังถ่ายเซลฟี่เพื่ออัปลงอินสตาแกรมของเธอ

“น้ำหวานยิ้มหน่อย ลงรูปพร้อมน้ำหวานทีไร ยอดไลค์พุ่งทุกทีเลย” นภัสสรพูดกับเธอแล้วอัปโหลดรูปที่เพิ่งถ่ายลงอินสตาแกรมทันที

“พูดเกินไปแล้ว เขาก็กดไลค์รูปของมายด์นั่นแหละ” ณิรินบอกพร้อมกับหัวเราะด้วยความเขิน

“น้ำหวานก็อัปบ้างสิ”

โดยปกติแล้วณิรินเป็นคนที่ไม่ค่อยโพสน์รูปลงโซเชียลบ่อยนัก แต่วันนี้เป็นวันแรกที่เธอกลับมาเมืองไทยอย่างถาวร เธอจึงโพสน์รูปที่เพิ่งจะถ่ายลงอินสตาแกรม

“น้ำหวาน! กลับมาจากอเมริกาตั้งแต่เมื่อไหร่” ณิรินกับนภัสสรหันไปมองที่ต้นเสียงซึ่งเข้ามายืนประชิดอยู่ข้างโต๊ะของพวกเธอแล้ว

“พี่กรณ์”

กรณ์ พงศ์นรินทร์เพื่อนรุ่นพี่สมัยเรียนมัธยมปลาย ผู้ชายที่หน้าตาดีที่สุดในโรงเรียน เป็นนักกีฬาของโรงเรียน เป็นดาวเด่นและตอนนี้เป็นกัปตันสายการบินชื่อดัง เขาเคยตามจีบณิรินตอนอยู่มอหก แต่ตอนนั้นหัวใจของเธอไม่มีที่ว่างให้กับใครแล้ว

“พอดีพี่เห็นน้ำหวานเพิ่งโพสน์อินสตาแกรมก็เลยลองเดินมาดู พี่นั่งด้วยได้ไหม”

“ได้สิคะ” ณิรินกับนภัสสรรีบขยับเก้าอี้ให้เขานั่งทันที

“ดีใจจังเลยค่ะ เราไม่ได้เจอกันหลายปี มายด์ถ่ายรูปอัปลงอินสตาแกรมได้ไหมคะ” นภัสสรผู้ซึ่งชื่นชอบการอัปโหลดรูปลงอินสตาแกรมขอรุ่นพี่ของเธอด้วยความตื่นเต้น

“เอาสิครับ”

“พี่ขอถ่ายรูปคู่กับน้ำหวานด้วยนะ เดี๋ยวพี่แท็กน้ำหวานบนอินสตาแกรมเอง” กรณ์บอกณิรินนัยน์ตาของเขาเปล่งประกายความสุขและแสดงออกว่าเขายังคงสนใจในตัวเธออย่างชัดแจ้ง

“งั้นเราก็ถ่ายรูปเยอะหน่อยนะคะ มายด์จะลงรูปสวยๆ ในอินสตาแกรม สตอรี่ค่ะ” นภัสสรบอกกรณ์อย่างอารมณ์ดี ณิรินก็พลอยสนุกไปด้วย

กานต์เหลือบตามองเวลาบนนาฬิกาที่ติดอยู่บนผนังห้องทำงาน ใกล้เวลาเลิกงานแล้ว เขาจึงหยิบมือถือที่วางไว้ในลิ้นชักออกมาเพื่อเปิดดูข้อความจากใครบางคน แต่ก็ไม่ได้มีข้อความใหม่เข้ามาอีก

กานต์ : ไม่ต้องมาหาอา

กานต์ : กลับบ้านเลยนะน้ำหวาน

กานต์ : ถึงบ้านแล้วไลน์บอกอาด้วย

เขาพิมพ์ข้อความส่งออกไปแล้วเก็บมือถือลงในลิ้นชัก

มีเคสที่จะต้องเข้าห้องผ่าตัดด่วน ดังนั้นอีกไม่น้อยกว่าหนึ่งชั่วโมงเขาถึงจะเลิกงาน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel