3# มากกว่าอาหลานไม่ได้
เพราะณิรินเป็นคนชอบดูหนังมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก พ่อของเธอจึงทำห้องมินิเธียเตอร์เพื่อให้ลูกสาวของเขาได้เพลิดเพลินกับการดูหนังอยู่ที่บ้าน หากวันไหนที่กานต์มาค้างที่บ้านหลังนี้เพื่อมาทำงานหรือคุณหมอคณินมีงานให้เขามาช่วย เขามักจะปล่อยให้เธอดูหนังไปจนหลับแล้วค่อยอุ้มเธอขึ้นไปส่งที่ห้องนอนเสมอ
ณิรินแสดงความรู้สึกที่มีต่อกานต์ออกมาอย่างชัดเจนตอนที่เธอใกล้จะจบมอหก เธอเป็นคนพูดเก่งและแสดงความรู้สึกออกมาอย่างเปิดเผย กานต์จึงไปขอให้พ่อของเธอซึ่งตอนนั้นยังไม่ได้เกษียณอายุงานให้ส่งณิรินไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่อเมริกา
โดยที่เขาขอเป็นคนที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้เองเพื่อเป็นการตอบแทนความเมตตาจากอาจารย์คณินที่มีต่อเขา จนถึงขั้นยกบ้านและที่ดินให้เพื่อเป็นการตอบแทนที่กานต์จะดูแลณิรินจนกว่าเธอจะมีครอบครัว
คืนสุดท้ายเมื่อสี่ปีก่อน ในขณะนั้นกานต์อายุ 26 ส่วนณิรินอายุ 18ปีบริบูรณ์
'พรุ่งนี้น้ำหวานก็จะต้องเดินทางแล้ว" ณิรินหยิบหมอนมาวางลงบนตักเขาแล้วล้มตัวลงนอนหนุนหมอน แหงนเงยหน้ามองกานต์ในขณะที่กำลังดูหนังในห้องมินิเธียเตอร์ด้วยกัน
'อือ' กานต์ซึ่งเป็นคนพูดน้อยพูดออกไปเพียงเท่านั้น
'อากานต์...ระหว่างที่น้ำหวานไปเรียน ห้ามอากานต์มีแฟนนะคะ'
'หืม อาเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ต้องมีแฟนมีครอบครัว'
'น้ำหวานขอสั่งห้ามค่ะ! อากานต์ต้องแต่งงานกับน้ำหวานเท่านั้น'
'อาว่าเราคุยเรื่องนี้เข้าใจกันแล้วนะ เราแต่งงานกันไม่ได้'
'เราไม่ได้เกี่ยวข้องกันทางสายเลือด แต่งได้ค่ะ มีลูกด้วยกันก็ได้ ไม่ผิด'
'น้ำหวาน...พ่อของน้ำหวานรักอาเหมือนน้องชายแท้ๆ อารู้สึกกับน้ำหวานไปมากกว่าสถานะอาหลานไม่ได้'
'อย่างงั้นก็แสดงว่าอากานต์ก็รักน้ำหวานเหมือนกัน’
‘อาจะดูแลน้ำหวานจนกว่าน้ำหวานจะแต่งงานมีครอบครัว’
‘น้ำหวานไม่สวยพอที่จะเป็นเมียอากานต์เหรอคะ' ณิรินลุกขึ้นนั่ง กานต์เบือนหน้าหลบสายตาทันที เมื่อเห็นดวงตากลมโตของหลานสาวตัวน้อยเริ่มเอ่อคลอด้วยน้ำใส
'ก็เพราะน้ำหวานสวยไง สวยจนอาไม่อยากจะเข้าใกล้ อาไม่อยากให้เราสองคนเกินเลยจากสถานะอาหลาน' กานต์ได้เพียงแค่คิดแต่ก็ละอายปากเกินกว่าที่จะเอ่ยมันออกไป
'เมื่อไหร่น้ำหวานจะเข้าใจเรื่องนี้เสียที' กานต์เริ่มเสียงดังขึ้น พร้อมกับลุกขึ้นยืนทันที
'อาคะ น้ำหวานรักอากานต์ น้ำหวานไม่อยากเป็นหลานอากานต์' ท่อนแขนเรียวงามสวมกอดรอบเอวเพรียวแนบแน่น แผ่นหลังเขาเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา
กานต์กำมือแน่น หัวใจของเขาก็แหลกสลายไม่ต่างจากเธอ เขาไม่เคยคาดคิดว่าความรักที่มันอยู่ผิดที่ผิดทางแบบนี้มันจะสร้างความเจ็บปวดให้กับเขาและหลานสาวเขาได้มากเพียงนี้
'น้ำหวาน' ฝ่ามือหนาวางทาบทับลงบนมือหลานสาว รั้งเธอให้มานั่งลงบนโซฟา ยกมือประคองแก้มแดงที่เปียกชื้นไปด้วยคราบน้ำตา โน้มใบหน้าหล่อเหลาเข้าไปใกล้ จูบซับน้ำตาให้เธอด้วยความอ่อนโยน
ณิรินยิ่งสะอื้นหนักขึ้นไปอีกจนเขาต้องดึงเธอเข้ามากอดแนบอก จูบลงบนศีรษะเล็กแล้วนิ่งค้างไว้แบบนั้น ซึมซับกับความรู้สึกที่ไม่สามารถเอ่ยปากออกไปได้
'ไปอยู่ที่โน่น ดูแลตัวเองนะ ไม่มีอาอยู่ด้วยน้ำหวานต้องเป็นผู้ใหญ่' เสียงสะอื้นที่ดังขึ้นมากกว่าเดิมจนร่างบางสั่นไหว บีบคั้นหัวใจของกานต์จนปวดร้าวไปทั่วแผงอก
'อาคะ สัญญาได้ไหมว่าอากานต์จะรอน้ำหวาน'
'อาไม่รอน้ำหวานจะให้อารอใคร มีหลานอยู่แค่คนเดียว'
‘สัญญาแล้วนะคะ’ ดวงตากลมโตแดงก่ำฉาบวาวไปด้วยน้ำใสเอ่อคลอ
โดยปกติเมื่อทั้งคู่สัญญาอะไรกันณิรินจะยกนิ้วก้อยเล็กๆ ของเธอขึ้นมาให้เขาเกี่ยวก้อยสัญญาเสมอ
'จูบสัญญาค่ะ!' น้ำเสียงเด็ดเดี่ยวของหลานสาวบอกเขา เมื่อกานต์ยกนิ้วก้อยขึ้นมาให้เธอเกี่ยวก้อยสัญญาเหมือนทุกครั้ง
ภาพความทรงจำเมื่อสี่ปีก่อนผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง เมื่อเขาเข้ามาในห้องมินิเธียเตอร์ที่เขาไม่ค่อยได้เข้ามาใช้มันบ่อยนัก
ตั้งแต่ณิรินไปเรียนต่อเขาก็ทำแต่งานบางสัปดาห์ก็แทบจะไม่ได้กลับมานอนที่บ้าน งานที่โรงพยาบาลยุ่งก็เป็นเหตุผลหนึ่งในการที่เขาจะค้างที่หอพักของโรงพยาบาล แต่เขารู้ดีว่าในส่วนลึกแล้วเขาไม่อยากกลับมาบ้านเพื่อที่จะทรมานตัวเองกับความเหงาเมื่อไม่มีณิรินอยู่ในบ้าน
ช่วงแรกๆ ที่เขาและเธอต้องห่างกัน เขาเหมือนคนที่กำลังเข้าใกล้คำว่าคนบ้า ความเหงาเกาะกินหัวใจเขาจนปวดร้าว
เสียงหัวเราะ เสียงพูดคุยและเสียงเรียก 'อากานต์คะ' 'อากานต์ขา' หายไป ชีวิตเขาก็ห่อเหี่ยวเหมือนร่างไร้วิญญาณ เขาจึงตัดสินใจย้ายไปอยู่หอพักของทางโรงพยาบาล นานๆ ครั้งถึงจะกลับมานอนที่บ้าน
"นั่งคิดอะไรอยู่คะ" ณิรินเข้ามาในห้องมินิเธียเตอร์สักพัก เห็นอาของเธอนั่งนิ่งเหมือนคนใจลอย
"อ้อ! มาแล้วเหรอ น้ำหวานจะดูหนังเรื่องอะไร เลือกเลยนะ"
"อาจะออกไปทำงาน" กานต์ลุกขึ้นยืนทันทีเมื่อหลานสาวของเขานั่งลงบนโซฟาเบดที่เขาและเธอเคยนอนดูหนังด้วยกันเมื่อหลายปีก่อน
“น้ำหวาน!” กานต์สะดุ้งตกใจเมื่อฝ่ามือเล็กคว้าข้อมือเขาไว้พร้อมกับออกแรงดึงทันทีจนเขาล้มลงไปทาบทับบนตัวเธอ
แสงไฟในห้องมินิเธียเตอร์ยังไม่ได้หรี่ลง ทำให้ทั้งคู่มองเห็นถึงความปรารถนาที่เปิดเปลือยในดวงตาของกันและกันได้อย่างชัดแจ้ง
"อากานต์จะหนีน้ำหวานไปถึงไหนคะ อาต้องทำตามที่ให้สัญญากับน้ำหวานไว้"
"น้ำหวานอย่ายั่วอาให้มากได้ป่ะ ความอดทนของอามีจำกัด" กานต์ขยับขึ้นไปทาบทับบนตัวณิริน สายตาคมปลาบจ้องมองเข้าไปในดวงตากลมโตที่ไหวระริกเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและดื้อดึงของเธอ
"อากานต์ก็รู้ว่าน้ำหวานต้องการอะไร ทำไมถึงให้น้ำหวานไม่ได้ล่ะคะ"
"อาเตือนน้ำหวานเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วว่าเราเป็นมากกว่าอาหลานไม่ได้!" กานต์ขบกรามแน่นเมื่อร่างกายเขาไม่ได้ปฏิเสธเธอเหมือนกับปากของเขา
“น้ำหวานก็บอกอาเป็นพันครั้งแล้วมั้งคะ ว่าเราไม่ได้เป็นอาหลานกันจริงๆ” ณิรินพูดสวนกลับทันทีเหมือนทุกครั้ง
"อากานต์เองก็ต้องการน้ำหวานเหมือนกันใช่ไหมคะ" ณิรินกัดริมฝีปากล่างเมื่อท่อนแข็งขึงของเขากำลังพองตัวแนบชิดกับกลางกายสาว สัมผัสได้ถึงความผ่าวร้อนวาบหวามทันทีเมื่อ 'ตรงนั้น' สัมผัสกับแท่งลำแข็งร้อนของอาหนุ่ม
กานต์เป็นคนที่ร่างกายแข็งแรง เขาคงจะออกกำลังกายสม่ำเสมอเพราะต้นแขนที่หนั่นแน่นเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ มันไม่ได้ใหญ่เป็นมัดแต่ก็แน่นเมื่อมือเล็กนุ่มของเธอลูบไล้มัน
แผ่นอกหนาแข็งแกร่งภายใต้เสื้อยืดสีขาวที่เขาชอบสวมเวลานอน หน้าท้องที่กำลังแนบชิดไปกับหน้าท้องที่แบนเรียบของเธอก็แข็งไม่ต่างกับส่วนนั้นของเขา มันแข็งจนสมองอันลามกของเธออยากจะลองจับและอยากเห็นว่าหน้าตามันเหมือนกับในหนังผู้ใหญ่ที่เธอดูตอนที่อยู่ที่เมืองนอกหรือไม่
ฝ่ามือเล็กนุ่มที่ลูบไล้ไปตามกล้ามเนื้อของเขา มันร้อนผ่าวเหมือนถ่านไฟร้อนที่นาบไปกับผิว ร่างกายชายหนุ่มแข็งเกร็งไปตามจังหวะการหายใจที่เริ่มติดขัด ไฟกำหนัดราคะร้อนกำลังเผาไหม้เขา
“น้ำหวานอยากจะให้อา’ เอา’ น้ำหวานจริงๆ ใช่ไหม” กานต์ขบกรามแน่นเอ่ยถามผ่านไรฟันด้วยน้ำเสียงดุเหมือนเวลาที่เขาอยากทำโทษเวลาเธอดื้อกับเขาเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก
“แล้ว ‘เอา’ ได้ไหมคะ” ณิรินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงยั่วเย้าท้าทาย
"ถ้าน้ำหวานให้อา 'เอา' ตอนนี้ มันจะเกิดจากความใคร่เท่านั้น"
"ตอบอา! ว่าน้ำหวานจะ’ เอา’ กับอา โดยที่อาไม่ได้รักน้ำหวาน ไม่งั้นอาจะออกไป" เขาขู่เธอด้วยถ้อยคำที่จะทำให้เธอเจ็บปวดและเปลี่ยนใจ
"เย็นชาจังเลยค่ะ ไม่กลัวว่าอากานต์จะติดใจน้ำหวานจนโงหัวไม่ขึ้นเหรอคะ" ณิรินเจ็บปวดจนจุกอกเมื่อได้ฟังถ้อยคำที่แสนเย็นชาจากปากคนที่เธอรักและรอวันที่จะได้กลับมาเจอเขา รอวันที่จะได้เป็นของเขามาตลอด
"มันจะไม่มีวันนั้น...น้ำหวาน"
"เราสองคนเป็นมากกว่าอาหลานไม่ได้ น้ำหวานจะได้จากอาแค่เซ็กซ์เท่านั้น " น้ำเสียงเย็นชาเรียบเฉยเอ่ยขึ้น นัยน์สีนิลดำมืดหวามไหวไฟราคะลุกโชนอยู่ข้างใน
"ตกลงค่ะ น้ำหวานอยากมีเซ็กซ์กับอา โดยที่อากานต์ไม่ต้องรักน้ำหวานก็ได้ค่ะ" ณิรินตอบเขาด้วยความมั่นใจสายตาแน่วแน่ มันก็แค่เซ็กซ์ เธอได้มีกับคนที่เธอหลงรักมาหลายปี สายตาที่อากานต์มองมาที่เธอเสมอไม่เคยหลอกเธอได้ เขารักเธอมาก เพียงแต่เขาปิดกั้นตัวเองไว้ด้วยกำแพงแน่นหนา ไม่ยอมเปิดให้เธอได้เข้าไปหาเขา
