2.2# อากานต์
โต๊ะอาหารมื้อค่ำในบ้านดูคึกคักมากเป็นพิเศษในรอบสี่ปี
กานต์ยืนมองป้าเดือนแม่บ้านของเขากำลังจัดวางอาหารเมนูโปรดของณิรินลงบนโต๊ะ อดยิ้มไม่ได้ที่เห็นป้าเดือนทำอาหารแทบจะครบทุกเมนูโปรดของณิรินจนไม่เหลือพื้นที่ว่างบนโต๊ะอาหาร
“ป้าทำเหมือนคุณน้ำหวานของป้าทานเยอะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ป้าอยากให้คุณน้ำหวานได้ทานของอร่อย กลับมาคราวนี้ตัวผอมบางเหลือเกินค่ะ” ป้าเดือนพูดสีหน้ามีความสุข
“คุณหมอก็ทานเยอะๆ นะคะ ไม่ได้กลับมาทานข้าวที่บ้านนานมากแล้ว” ป้าเดือนบอกเขาก่อนจะเดินออกไปจากบ้าน
กานต์หันไปมองหญิงสาวในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งยาวลงมาเหนือเข่ากำลังวิ่งลงมาจากบันไดเสียงดังเหมือนกับตอนที่เธอเป็นเด็กไม่มีผิด
ภาพเด็กสาวผมยาวคลุมไหล่วิ่งลงบันไดมาจากชั้นสองของตัวบ้านแล้วสวมกอดเขามาจากด้านหลังพร้อมแนบใบหน้าสวยกับแผ่นหลังของเขาผุดขึ้นมาในหัว
เขาหันหลังกลั้นใจนับ หนึ่ง สอง สา..นั่นไง!
"อากานต์ขา น้ำหวานหิวข้าวแล้วค่ะ"
ท่อนแขนเรียวงามสวมกอดรอบเอวเพรียวมาจากด้านหลังพร้อมแนบใบหน้ากับแผ่นหลังของเขา
ฝ่ามือหนาวางทาบทับลงบนมือนุ่มนิ่มแล้วดึงออกไปอย่างอ่อนโยน หมุนตัวกลับไปหาหลานสาว ยกมือขึ้นกอดอกพร้อมส่งสายตาดุไปให้ สูดลมหายใจเข้าพร้อมกับพูดช้าๆ ชัดๆ
“น้ำหวาน...” มันไม่ใช่อารมณ์ของความโกรธ แต่มันคือการพยายามสะกดข่มความตื่นเต้นที่เกิดขึ้นข้างใน ความสุขที่ได้กลับมาเจอหน้ากันอีกครั้งหลังจากห่างกันไกลถึงสี่มันทรมานแค่ไหนมีแต่ตัวเขาเท่านั้นที่รู้
"อา บอก กี่ ครั้ง แล้ว ว่า..." กานต์พูดด้วยเสียงต่ำลอดไรฟันช้าๆ
"ว่า...น้ำหวานโตเป็นสาวแล้วห้ามกอดอาแบบนี้อีก...ใช่ไหมคะ" เขายังไม่ทันจะพูดจบ หลานสาวตัวแสบของเขาก็พูดต่อทันควันพร้อมทั้งแลบลิ้น ทำหน้าทำตาทะลึ่งใส่เขาอีก
“มันไม่เหมาะ เราเป็นผู้หญิง อาเป็นผู้ชาย”
"อากานต์ชอบทำตัวแก่เกินอายุ" ณิรินเดินเข้าไปนั่งลงพร้อมกับชะโงกหน้าดูอาหารบนโต๊ะด้วยสีหน้าท่าทางตื่นเต้น
"ก็อาแก่แล้วจริงๆ" กานต์รีบบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ยังไม่แก่ค่ะ ปีนี้อากานต์สามสิบเอง" หญิงสาวพูดโดยไม่มองหน้าเขา แต่กำลังส่งสายตาจ้องมองไปที่กุ้งแม่น้ำเผาตัวโตที่ผ่าครึ่งตัว มีมันกุ้งฉ่ำเยิ้มน่ารับประทาน
"มีหลานสาวอายุยี่สิบสองไม่เรียกว่าแก่ จะให้เรียกว่าอะไร"
"เรียกคุณอาที่รักได้ไหมคะ"
ดวงตากลมโตทอประกายเจิดจ้ามองมาพร้อมรอยยิ้มหวานมองเห็นฟันซี่เล็กๆ เรียงตัวสวย แก้มแดงระเรื่อสมวัยสาว เอียงศีรษะเล็กน้อย ท่าทางน่ารักน่าเอ็นดู
เธอกำลังรุกเขาหนักกว่าก่อนจะไปอเมริกาเสียอีก เขารู้ดีว่าณิรินรู้สึกยังไงกับเขา แต่เขาก็พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะไม่ให้มันเกิดขึ้น เรื่องงามหน้าที่สังคมจะตราหน้าถึงความสัมพันธ์อันบิดเบี้ยวระหว่างอากับหลานสาว
"ป้าเดือนตั้งใจทำเมนูโปรดให้กับคุณน้ำหวานของป้าเลยนะ"
กานต์เปลี่ยนเรื่องทันทีแล้วเดินมานั่งลงฝั่งตรงข้าม เริ่มลงมือแกะกุ้งใส่จานตรงหน้าของณิริน
แต่หลานสาวตัวแสบของเขาก็เม้มปากแน่น ไม่ยอมตักมันเข้าปาก
"น้ำหวาน...อาไม่ป้อนแล้วนะ" กานต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำพร้อมกับส่งสายตาดุไปยังหลานสาว
"แต่วันนี้เป็นวันแรกที่น้ำหวานกลับมาหาอา" เสียงหวานงอแง ฟังดูก็รู้ว่าเธอต้องการอะไร นั่นเป็นเพราะเขาเคยทำแบบนั้นให้เมื่อครั้งที่เธอยังเป็นเด็กหญิงณิริน
"อือ! อ้าปาก!" ถึงแม้ใบหน้าจะเรียบเฉยออกไปทางเหนื่อยใจแต่สุดท้ายกานต์ก็พ่ายแพ้ให้กับความน่ารักตรงหน้าเสมอ
ณิรินยื่นใบหน้าข้ามโต๊ะอาหารมา อ้าปากให้เขาป้อนกุ้งพอดีคำเข้าปาก แล้วก็เป็นหน้าที่ของอาหนุ่มที่จะต้องตักอาหารทีละนิดทีละหน่อยจนครบทุกเมนูป้อนหลานสาวที่หน้าตาท่าทางมีความสุขกับการทานอาหาร แต่เขารู้ดีว่าเธอกำลังมีความสุขที่สามารถทำให้เขาป้อนอาหารให้กับเธอเสียมากกว่า
รอยยิ้มหวานๆ ดวงตากลมโตเปล่งประกายซุกซนและดื้อรั้นไม่ยอมลงให้เขาง่ายๆ ของคนตรงหน้าทำให้หัวใจเขาวูบไหวตลอดสองชั่วโมงที่โต๊ะอาหาร แต่เขาก็แสดงออกไปให้เธอเห็นเพียงใบหน้าหน้าที่เรียบเฉย
"อากานต์คะ"
"หืม..." กานต์ก้มหน้าก้มตาทานอาหารหลังจากที่ป้อนคนตัวเล็กจนเธอเริ่มอิ่ม หลีกเลี่ยงที่จะสบตา
กลับมาคราวนี้ณิรินโตเป็นผู้ใหญ่เต็มวัยสาว เธอไม่ได้ผอมบางเหมือนเมื่อก่อน ทุกอย่างดูอวบอิ่มสมวัย รวมทั้งโครงหน้าที่สวยหวานคมชัดขึ้น จากเมื่อก่อนแก้มของเธออิ่มเหมือนแก้มเด็กตอนนี้มันดูสวยได้รูป
ท่อนแขนที่เคยเล็กกว่านี้ก็ดูเพรียวสวยกลมกลึง หน้าอกอวบอิ่มที่อยู่ภายใต้เสื้อยืดตัวโคร่งนั้นเธอจงใจไม่สวมบราเซียร์ ตอนที่มันแนบแน่นกับแผ่นหลังของเขา ทำให้เขาต้องกลั้นลมหายใจสะกดข่มอารมณ์ดำมืด
คนที่มีอาชีพแบบเขาเห็นร่างกายของมนุษย์มานับไม่ถ้วน เขาถูกฝึกจิตใจมาให้ไม่รู้สึกอะไรกับเรือนร่างของมนุษย์
แต่ความเป็นมนุษย์ธรรมดามีเลือดเนื้อของเขากลับอ่อนไหวกับหลานสาวของเขาจนแทบจะควบคุมมันไม่อยู่
"น้ำหวานอิ่มแล้วค่ะ"
"โอเค! อาก็หมดงานแล้ว"
"อาไม่อยากทำให้น้ำหวานเหรอคะ"
"น้ำหวาน...อารู้นะว่าน้ำหวานกำลังยั่วอา เราเป็นอาเป็นหลานกัน..." กานต์พยายามที่จะพูดประโยคเดิมๆ ที่เขาเคยบอกเธอนับครั้งไม่ถ้วนซ้ำอีกครั้ง
"เราไม่ใช่อาหลานกันจริงๆ สักหน่อย”
“ที่จริงแล้ว...น้ำหวานเรียกอากานต์ว่าพี่กานต์ก็ยังได้" ณิรินเถียงเขาทันทีเหมือนทุกครั้งที่เขาพยายามเตือนสติเธอเรื่องสถานะระหว่างพวกเขา
"ดื้อเหมือนเดิม...หรือดื้อมากกว่าเดิมนะ"
กานต์รวบช้อนส้อมในจานข้าวของเขาแล้วยกมือขึ้นกอดอก มองคนตัวเล็กฝั่งตรงข้ามที่กำลังทำสีหน้าท่าทางดื้อตาใส ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรก็เถียงทุกคำ นี่เพิ่งจะกลับมาอยู่ด้วยกันวันแรกก็ขนาดนี้แล้ว วันข้างหน้าเขาจะต้องใช้ชีวิตยังไงที่จะไม่ให้ตัวเองถลำลึกลงไปในหุบเหวแห่งไฟราคะที่มันกำลังแผดเผาเขาอยู่ข้างในไม่หยุดยั้ง
"คืนนี้อากานต์ต้องไปโรงพยาบาลไหมคะ"
"ไม่ไป"
"งั้น...เราดูหนังก่อนนอนด้วยกันเหมือนเมื่อก่อนนะคะ น้ำหวานไปแปรงฟันก่อน"
"น้ำหวาน! เดี๋ยว! อาไม่ว่าง" เขาตอบปฏิเสธทันควัน ทว่าหลานสาวเขาไม่ได้สนใจฟังคำตอบ ร่างบางลุกขึ้นแล้ววิ่งขึ้นบันไดไปบนห้องอย่างรวดเร็ว
เฮ้อ!
กานต์เอนหลังพิงเก้าอี้พร้อมถอนหายใจแรงๆ ออกมา
