2.1# อากานต์
วันนี้กานต์แลกเวรกับหมอคนอื่นเพราะหลานสาวซึ่งเป็นแก้วตาดวงใจของเขาจะเดินทางกลับมาบ้าน
แต่พอถึงเวลาเขากลับถูกเรียกตัวเข้าไปที่โรงพยาบาลเพราะมีเคสเร่งด่วนทำให้ไม่สามารถที่จะไปรับหลานสาวที่สนามบินตามที่นัดหมายกันไว้ พอเสร็จจากงานเขาก็รีบกลับมารอเธอที่บ้าน
นั่นก็คงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้หลานสาวของเขาทั้งโกรธและน้อยใจเขาเป็นอย่างมาก พอมาถึงบ้านแทนที่จะกอด จะหอมให้ชื่นใจให้สมกับที่คิดถึงและผิดนัดกับเธอ แต่เขากลับผลักไสเธอออกห่างด้วยความเย็นชา
กานต์นั่งเคลียร์งานจนมืดค่ำและเมื่อเห็นว่าหลานสาวของเขาขึ้นห้องแล้วก็เงียบไป เขาจึงปล่อยให้เธอให้พักผ่อนหลังจากเดินทางมาอย่างยาวนาน
ฝ่ามือเรียวยาวหมุนลูกบิดประตูห้องนอนของณิรินแล้วค่อยๆ เปิดออก ภายในห้องนอนมืดสนิท กานต์จึงเอื้อมมือไปกดเปิดสวิซต์ไฟข้างๆ ประตูด้วยความเคยคุ้น
บนเตียงกว้างสีขาวสะอาดกลับว่างเปล่า มีเพียงรอยยับย่นของผ้าปูที่นอนที่ผ่านร่องรอยการนอนไปแล้ว เขาให้แม่บ้านดูแลและทำความสะอาดห้องนอนของณิรินอย่างสม่ำเสมอ
ทุกอย่างในห้องยังสะอาดสะอ้านและของทุกอย่างยังคงอยู่ที่เดิมที่มันเคยอยู่เหมือนก่อนที่เธอจะเดินทางไปเรียนต่อ
เขาเดินเลยไปยังห้องอาบน้ำใต้ฝักบัวยังคงแห้งสนิทไร้ร่องรอยการอาบน้ำ สายตาคมปลาบมองเลยไปยังอ่างจาคุชชี่ หัวใจของชายหนุ่มกลับมาเต้นรัวแรงอีกครั้ง เลือดในกายหนุ่มวัยฉกรรจ์ฉีดพล่านเหมือนมันกำลังเดือด
ท่อนแขนกลมกลึงพาดยาวไปกับขอบอ่างสีขาว ผมยาวหนานุ่มม้วนเกล้าขึ้นไว้กลางศีรษะ ดวงตากลมโตปิดสนิท มองเห็นขนตายาวเป็นแพหนา แก้มเนียนใสจนมองเห็นเส้นเลือดจางๆ ทำให้ผิวแก้มเป็นสีระเรื่อ ริมฝีปากอวบอิ่มฉ่ำวาวตามธรรมชาติเผยอออกเล็กน้อย เผยหัวไหล่กลมมนโผล่พ้นผิวน้ำส่วนลำตัวเปลือยเปล่าซ่อนไว้ใต้น้ำวนในอ่าง
กานต์คุกเข่าลงข้างๆ อ่างอาบน้ำ โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงไปกดปลายจมูกโด่งลงบนแก้มใสเบาๆ สูดดมกลิ่นหอมเข้าปอดด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ กลิ่นมันยังคงเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน กลิ่นความหอมอ่อนหวานที่ทำให้หัวใจของชายหนุ่มได้เพียงเก็บเอาไปฝันถึงในยามที่ร่างกายเขาร่ำร้องอยากปลดปล่อยความต้องการตามธรรมชาติ
"อากานต์ขา"
เสียงหวานๆ ที่เขาเฝ้าคิดถึงและอยากฟังดังแผ่วหวิว ดวงตากลมโตช้อนมองขึ้นมา แววตาออดอ้อน ยั่วยวน
“อากานต์ขา น้ำหวานคิดถึงอาค่ะ”
ณิรินขยับศีรษะให้ริมฝีปากอวบอิ่มสีระเรื่อของเธอตรงกลับริมฝีปากเขาแล้วอ้าออกน้อยๆ เลือดทุกหยดในกายชายหนุ่มเดือดพล่านไหลลงไปรวมที่ท่อนแข็งขึงกลางกายจนปวดร้าวไปทั่วหน้าขา มันดุนดันเนื้อผ้าคอตตอนจนคับแน่น
กานต์กลั้นใจขบกรามแน่นจนนูนเป็นสัน นัยน์ตาคมสีนิลสบกับนัยน์ตาคู่สวยนิ่งไปชั่วขณะ เขาละสายตาลงไปมองริมฝีปากอวบอิ่มวาวใสสีชมพูอ่อนหวานที่กำลังอ้าออกน้อยๆ อีกครั้ง กลืนน้ำลายเหนียวข้นลงคออย่างยากลำบาก
เขาหักห้ามใจตัวเองแล้วกดจูบลงบนหน้าผากกลมมนนิ่งนาน อยากจะพูดอยากจะบอกว่าเขาเองก็คิดถึงแทบขาดใจ แต่จิตสำนึกผิดชอบชั่วดีมันค้ำคออยู่จนเขาต้องกล้ำกลืนมันลงไป หัวใจปวดร้าวเหมือนมันจะขาดใจลงตรงนั้น
"ตัวเย็นหมดแล้วเดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก ไปแต่งตัวแล้วลงไปทานข้าว" เขาถอนริมฝีปากออกแล้วเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาวางไว้ให้หลานสาวตัวน้อยก่อนจะออกไปจากห้องน้ำ
"เย็นชาชะมัด อดทนได้ยังไงนะคุณอา"
ณิรินเม้มริมฝีปากแน่น นึกถึงเป้ากางเกงของอาหนุ่มที่มันขยายขนาดขึ้นจนเธอเองก็อยากจะเอื้อมมือไปสัมผัสมันดูสักครั้งว่ามันจะแข็งมากขนาดไหน แล้วมันไซซ์เท่าไหร่นะมันถึงดูตุงได้ขนาดนั้น
