บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 ขึ้นเขา บ้านสกุลฉือได้รับพร

สองพ่อลูกเดินขึ้นเขาไปที่ป่ารอบนอก ทั้งสองคนหวังว่าตัวเองจะสามารถล่าสัตว์ได้เพื่อนำไปต้มน้ำแกงบำรุงให้กับหลินถานอิน ตอนนี้นางไม่มีน้ำนม หากไม่มีน้ำนมเด็กน้อยก็จะไม่มีอาหาร ทั้งสองคนไม่ใช่ผู้ฝึกตนจึงไม่กล้าเข้าไปหาผลน้ำนมทิพย์ในป่าอสูรวิญญาณเพื่อนำมาให้อั้นจิ่วดื่มแทนน้ำนมแม่ได้

“ท่านพ่อ พวกเราต้องเร่งฝีเท้ารีบเดินแล้วล่ะขอรับ”

“ตกลง เช่นนั้นก็รีบเดินเถอะ พ่อเองก็สังหรณ์ใจไม่ดีเอาเสียเลย”

“ขอรับ”

ทั้งสองคนเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น อั้นปารู้สึกแปลก ๆ ตั้งแต่เข้าเข้าป่ามาก็รู้สึกเหมือนมีคนกำลังจับตามองอยู่ตลอดเวลา แต่พอหันกลับไปมองก็ไม่พบใครหรือสิ่งผิดปกติใด ๆ เลย เมื่อเป็นเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกกลัวเป็นอย่างมาก แต่ถึงแม้ว่าจะกลัวมากสักแค่ไหน เขาก็ไม่สามารถหันหลังกลับไปตอนนี้ได้

ภรรยาของเขายังรออาหารเพื่อบำรุงร่างกาย ลูกชายของเขายังรอดื่มนมจากอกแม่ เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าเกิดภรรยาของเขายังไม่มีน้ำนมอีก เจ้าเก้าจะร้องไห้เสียงดังขนาดไหน ลูกชายของเขาเป็นเด็กที่ร้องไห้ได้เสียงดังมากและเขาจะร้องแค่ตอนที่หิวเท่านั้น

ทางด้านอั้นจิ่ว หลังจากพยายามรวบรวมพลังฟ้าดินแล้วค่อย ๆ ชักนำพลังฟ้าดินเข้าสู่จุดตันเถียนนั้น อาจจะเป็นเพราะเขาเพิ่งจะเกิดมาได้เพียงหนึ่งวัน ด้วยข้อจำกัดของร่างกายจึงไม่สามารถชักนำพลังฟ้าดินที่มีอยู่น้อยนิดเข้าสู่ตันเถียนได้สำเร็จ เด็กน้อยโมโหแทบตาย ได้แต่นอนกัดเหงือกด้วยความคับข้องใจและนอนหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า

กลับไปทางด้านสองพ่อลูกที่เข้าไปเสี่ยงดวงหาของป่า ในระหว่างที่พวกเขาเดินเข้าป่าไปนั้นก็มีไก่ฟ้าบินออกมาจากพงหญ้าและชนต้นไม้ตายต่อหน้าต่อตาสองพ่อลูก เมื่อทั้งสองคนเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าก็ตกใจเป็นอย่างมาก

“ท่านพ่อ ไม่ใช่ว่าไก่ฟ้าในป่ารอบนอกนี้เป็นของหายากหรือขอรับ แล้วเหตุใดพวกมันถึงได้ฆ่าตัวตายเล่า”

“ข้าก็เห็นพร้อมกับเจ้า ข้าจะไปรู้ได้เยี่ยงไร”

“หรือว่าจะเป็็นเพราะกลัวว่าเจ้าเก้าจะไม่มีน้ำนมดื่มกันแน่ขอรับ นี่อาจจะเป็นของที่ท่านเทพประทานให้กับเจ้าเก้าก็เป็นได้”

“ที่เจ้าพูดมาก็มีเหตุผล รีบเก็บไก่ฟ้าเถอะ ข้าจะหาดูแถว ๆ นี้เสียหน่อยเผื่อว่าจะมีรังของไก่ฟ้าอยู่ อาจจะมีไข่ไก่ฟ้าอยู่ จะได้เก็บกลับไปเสียทีเดียว”

“ขอรับท่านพ่อ”

แล้วก็เป็นไปตามที่พ่อเฒ่าฉือซีคาดเดาเอาไว้ มีรังไก่ฟ้าอยู่จริง ๆ พ่อเฒ่าฉือชีค้นพบรังไก่ฟ้าสองรังและมีไข่ไก่ฟ้ารวมกันถึงสามสิบฟอง ทั้งสองคนเมื่อเห็นว่าตัวเองได้สิ่งที่ต้องการแล้วก็ไม่ได้เดินเข้าไปในป่าอีก แต่พวกเขากลับเดินออกจากป่าลงเขากลับบ้านไปทันที

เมื่อเดินมาถึงบริเวณริมแม่น้ำ อั้นปาอยากจะลองดูในแม่น้ำว่ามีปลาพอที่จะให้เขาจับเอากลับไปต้มน้ำแกงหรือไม่ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ลงไปจับปลาในแม่น้ำ ก็มีปลาหลีตัวใหญ่กระโดดขึ้นจากแม่น้ำแล้วตกลงมาตรงหน้าของสองพ่อลูก ไม่ใช่ปลาหลีเพียงหนึ่งตัวแต่เป็นปลาหลีทั้งหมดถึงสามตัวด้วยกัน

“ท่านพ่อ นี่ .. นี่ .. นี่มันจะไม่เกินไปหน่อยหรือขอรับ”

“ข้าเองก็ไม่รู้ ปลาพวกนี้คงเบื่อที่จะมีชีวิตอยู่แล้วกระมัง พวกมันอยู่มานานเท่าไหร่แล้ว ตัวถึงได้โตขนาดนี้ เจ้าดูสิแต่ละตัวหนักไม่น้อยกว่าห้าชั่ง แล้วยังมีถึงสามตัวอีก ปกติแล้วลำพังแค่จับปลาตัวเล็กเท่าฝ่ามือยังยากลำบากเลย หรือว่านี่ก็เป็นอาหารของเจ้าเก้าด้วย”

“ข้าเองก็รู้สึกว่ามันแปลก ๆ อยู่บ้าง แต่ก็ช่างมันเถอะถือว่านี่เป็นพรของเจ้าเก้าก็แล้วกัน พวกเรารีบกลับบ้านกันเถอะขอรับ แต่ถ้าจะให้ดีพวกเราอย่ากลับทางด้านหน้าหมู่บ้านเลย พวกเราเดินจากตรงนี้ผ่านทุ่งหญ้ารกร้างตรงนั้นแล้วค่อยเข้าประตูหลังบ้านจะดีกว่า เพื่อหลบเลี่ยงสายตาของชาวบ้านพวกนั้น”

“ตกลง พวกเราไปกันเถอะ”

“ขอรับท่านพ่อ”

ทั้งสองคนเร่งฝีเท้ากลับบ้านมาด้วยความรวดเร็ว เมื่อกลับมาถึงบ้านแม่เฒ่าเจียงหลันเห็นของป่าที่ทั้งสองคนนำกลับมาก็ดีใจเป็นอย่างมาก นางรีบสั่งให้สองพ่อลูกนำปลากับไก่ฟ้าไปทำความสะอาด ส่วนไข่นั้นนางนำไปเก็บเอาไว้ในห้องครัว ตอนนี้อากาศเริ่มเย็นลงมาก อีกไม่กี่เดือนก็จะเข้าสู่ฤดูหนาว เนื้อสัตว์ที่ล่ามาได้จึงสามารถเก็บเอาไว้ได้นานโดยไม่ต้องกังวลว่าจะเน่าเสียหากกินไม่ทัน

“พวกเจ้ารีบเอาปลากับไก่ไปทำความสะอาด ข้าจะตุ๋นน้ำแกงให้ถานอินกิน เจ้าเก้าจะได้มีน้ำนมดื่ม ไม่เช่นนั้นแล้วเขาจะร้องเสียงดัง เจ้าไม่รู้หรอกว่าเจ้าหลานชายคนโตของพวกเราร้องไห้เสียงดังราวกับฟ้าผ่า”

“ขอรับท่านแม่ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้”

“ยายเฒ่าเจ้าวางใจได้ ข้ากับลูกชายจะรีบไปเดี๋ยวนี้ ในที่สุดพวกเราก็มีหลานชายคนโตแล้ว นี่ไม่ใช่ว่าเป็นไปตามคำทำนายของนักพรตเฒ่าคนนั้นรึ”

“นั่นสิ ข้าเองก็คิดแบบนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าเก้าเป็นผู้มีบุญมาเกิด เหตุใดแม่ไก่แก่สองตัวที่ข้าเลี้ยงเอาไว้ถึงได้ออกไข่กันล่ะ ตอนที่พวกเจ้าขึ้นเขาไปเมื่อเช้าข้ากลัวว่าพวกเจ้าจะกลับมามือเปล่าก็เลยคิดว่าจะฆ่าแม่ไก่มาต้มน้ำแกง แต่พอข้าเดินไปถึงก็พบว่าพวกมันกำลังออกไข่อยู่ ที่สำคัญพวกมันทั้งสองตัวออกไข่ทีเดียวถึงสองฟอง ไก่สองตัวออกไข่ตัวละสองฟอง เจ้าดูสิตาเฒ่านี่คือไข่สี่ฟองที่ข้าเก็บมา”

“เป็นเช่นนี้ก็ดีแล้ว ต่อไปครอบครัวของพวกเราก็จะดีขึ้นแล้ว ในที่สุดในรุ่นของข้าครอบครัวของเราก็หลุดพ้นคำสาปบ้า ๆ นี่ไปเสียที”

“ใช่แล้วล่ะ ในที่สุดสวรรค์ก็เห็นใจพวกเราเสียที”

หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่สองพ่อลูกนั้นเข้าป่าไปหาของป่าก็จะได้ของกลับมาเต็มไม้เต็มมือทุกครั้ง โดยที่ทั้งสองคนเองก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเหล่าสัตว์ป่าเหล่านี้ถึงได้ฆ่าตัวตายทุกครั้งที่พวกเขาขึ้นเขาไปหาของป่า เมื่อเป็นแบบนี้อยู่ทุกครั้ง นานวันเข้าทั้งสองคนก็เลิกคิดหาสาเหตุการฆ่าตัวตายของสัตว์ป่าไปโดยปริยาย

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้อั้นจิ่วน้อยก็มีอายุครบสามเดือนแล้ว และตอนนี้เขาสามารถดูดซับพลังฟ้าดินเข้าสู่ตันเถียนได้แล้ว อีกไม่นานก็จะสามารถเปิดจุดลมปราณได้ การฝึกฝนของเขาตั้งแต่ยังเป็นทารกนับว่าประสบความสำเร็จมาก แต่สิ่งที่อั้นจิ่วไม่รู้ก็คือ เหล่าบรรดาศิษย์พี่และอาจารย์ที่อยู่ในดินแดนเซียนรู้สึกเสียใจกับการจากไปของเขาในเวลานั้นมาก

อาจารย์ของอั้นจิ่วจึงได้เก็บเอาเศษเสี้ยววิญญาณของเขาเอาไว้ส่วนหนึ่งเพื่อคอยติดตาม หากอั้นจิ่วได้ไปเกิดใหม่อาจารย์กับศิษย์พี่จะคอยให้ความช่วยเหลือเขา ทุกคนต่างคาดหวังเอาไว้ให้อั้นจิ่วกลับสู่แดนเซียนอีกครั้ง แต่เมื่อเห็นว่าอั้นจิ่วได้มาเกิดในที่แร้นแค้นขนาดนี้ เหล่าศิษย์พี่จึงได้แต่ช่วยหาอาหารเพื่อให้ครอบครัวของอั้นจิ่วนำกลับไปบำรุงร่างกาย

ในแต่ละปีจะมีศิษย์พี่คอยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาดูแลอั้นจิ่ว เมื่ออาจารย์ของอั้นจิ่วเห็นว่าเขาเกิดใหม่พร้อมกับความทรงจำและความสามารถก่อนที่เขาจะตายก็รู้สึกดีใจมาก ดูท่าแล้วลูกศิษย์คนสุดท้ายของเขายังคงเป็นคนที่ได้รับพรจากสวรรค์แม้ว่าเขาจะตายไปและได้เกิดใหม่ในโลกมนุษย์ก็ตาม

เพราะอั้นจิ่วเกิดในสถานที่ที่มีพลังฟ้าดินบางเบา ศิษย์พี่ที่มาคอยดูแลเขาจึงต้องแอบให้ความช่วยเหลือเขาในการฝึกฝนอย่างลับ ๆ เมื่อไหร่ที่อั้นจิ่วอายุครบหนึ่งปี ศิษย์พี่ก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ข้างกายเขาตลอดเวลาเพียงแต่แวะเวียนมาดูบ้างตามสมควร เพราะการจะเดินทางมาที่โลกมนุษย์แห่งนี้พวกเขาก็ต้องมีค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเช่นกัน

ตอนนี้สภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวดีขึ้นมาก ตั้งแต่อั้นจิ่วเกิดบ้านสกุลฉือที่เคยมีอาหารไม่พอกินเมื่อสามเดือนที่แล้ว ตอนนี้พวกเขาไม่ขาดแคลนอาหารอีกต่อไป เมื่อไหร่ที่พ่อลูกสกุลฉือเข้าป่าล่าสัตว์มักจะได้ของติดไม้ติดมือกลับมาทุกครั้ง สามวันก่อนได้หมูป่ากลับมาตัวใหญ่ พ่อเฒ่าฉือได้นำไปแลกเป็นข้าวสาร เครื่องปรุง เครื่องเทศต่าง ๆ กลับมาไม่น้อย ส่วนเนื้อที่เหลือก็สามารถนำไปขายแลกเงินเพื่อทำเสื้อผ้าใหม่ให้กับทุกคนในครอบครัว

เหลือเวลาอีกไม่นานฤดูหนาวก็จะมาถึง เดิมทีบ้านฉือคิดว่าพวกเขาคงจะใช้ชีวิตแบบอดมื้อกินมื้อในฤดูหนาว แต่ตอนนี้พวกเขามีอาหารเพียงพอแล้ว นอกจากอาหารแล้วพ่อเฒ่าฉือยังได้สะสมฟืนเอาไว้เป็นจำนวนมากเพราะกลัวว่าอั้นจิ่วจะหนาว ในยามที่หิมะตกฟืนมีความจำเป็นอย่างมาก หากไม่มีฟืนก็ไม่สามารถก่อไฟให้ความอบอุ่นกับร่างกายหรือไม่สามารถทำอาหารได้

อั้นจิ่วเป็นเด็กรู้ความว่าง่ายในสายตาพ่อแม่และปู่ย่า เขาไม่เคยร้องไห้งอแงโดยไม่มีเหตุผล แต่สิ่งที่ทุกคนไม่รู้ก็คือถึงแม้ว่าเขาจะอายุเพียงสามเดือนแต่วิญญาณของเขามีอายุมาหลายพันปีแล้ว การที่จะให้เขาร้องไห้แบบเด็ก ๆ โดยไม่จำเป็นถือว่าเป็นเรื่องน่าอายมาก

ในแต่ละวันอั้นจิ่วจะใช้เวลาดูดซับพลังฟ้าดินเพื่อชักนำพลังฟ้าดินเขาสู่จุดตันเถียน วันนี้ในที่สุดเขาก็สามารถเปิดจุดลมปราณได้ถึงสองจุด อั้นจิ่วดีใจมากเด็กน้อยนอนหลับไปด้วยความสุข รอยยิ้มบนใบหน้าของเด็กน้อยทำให้อั้นปาคิดว่าลูกชายของเขากำลังฝันดี

“ถานอินเจ้ามาดูสิ เจ้าเด็กนี่นอนยิ้มแบบนี้ฝันดีอันใดกัน”

“ท่านพี่ ปล่อยลูกให้นอนดี ๆ เถอะเจ้าค่ะ เขาเพิ่งจะนอนเดี๋ยวตกใจตื่นขึ้นมาก็จะร้องไห้งอแง เสียงร้องของเขาเบาเสียที่ไหน”

“ข้าล่ะอยากให้เขาร้องไห้นัก ตั้งแต่เกิดมาเจ้านี่ร้องไห้กี่ครั้งเอง ประเดี๋ยวชาวบ้านจะนินทาว่าลูกชายข้าเป็นใบ้”

“ตอนนี้ก็นินทาแล้วเจ้าค่ะ พวกเขาบอกว่าลูกชายท่านร้องไห้เสียงดังยังกับฟ้าผ่า ทำเอาลูกเล็กเด็กแดงบ้านอื่นตกใจจนร้องไห้งอแง วุ่นวายไปหมด”

“เอาน่า ถึงเจ้าเก้าจะร้องไห้เสียงดัง แต่เขาก็เป็นลูกชายคนโตของเรานะ”

“เจ้าค่ะ ท่านพี่ไม่ใช่บอกว่าจะขึ้นเขาไปกับท่านพ่อหรือเจ้าคะ ขึ้นเขาไปตอนนี้มันจะดีหรือเจ้าคะ ไม่ใช่ว่านี่ถึงเวลาที่สัตว์ป่าเริ่มจำศีลแล้ว ข้ากลัวว่าพวกท่านจะไปพบสัตว์อสูรเข้า เวลานี้ที่ป่ารอบนอกมักมีสัตว์อสูรออกมาเดินเพ่นพ่านอยู่บ่อยครั้ง”

“อย่ากังวลไปเลย ไม่มีอันใดเกิดขึ้นกับข้าและท่านพ่อแน่นอน พวกเราเพียงแค่ไปดูเท่านั้นเผื่อว่าจะได้อะไรกลับมาบ้าง ไม่ได้เข้าไปในป่าลึกหรอกนะเจ้าวางใจเถอะ”

“เจ้าค่ะ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel