บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 9 เงินก้อนโต กับน้ำตาของท่านพ่อ

 เกวียนที่ลากด้วยวัวอสูรวิญญาณนั้นย่อมเร็วกว่าเกวียนที่ลากด้วยวัวธรรมดา สองพ่อลูกใช้เวลาไม่นานก็มาถึงเมืองหุยอัน หลังจากจ่ายค่าธรรมเนียมผ่านเข้าเมืองคนละสิบอิแปะแล้ว อั้นปาก็ขับเกวียนมุ่งหน้าไปยังโรงเตี๊ยมม่านเซียงโหลวเพื่อนำสัตว์ป่าที่ล่ามาได้ไปขาย  

ที่ม่านเซียงโหลวแห่งนี้รับซื้อทั้งสัตว์ป่าธรรมดาและสัตว์อสูรวิญญาณ เพราะมีชาวเมืองที่เป็นทั้งผู้ฝึกตนและชาวเมืองที่ไม่สามารถฝึกตนได้อยู่รวมกัน ที่อยู่อาศัยในเขตเมืองมีการแบ่งแยกกันชัดเจนเช่นเดียวกับหมู่บ้านดอกท้อที่อั้นจิ่วอาศัยอยู่ 

“ท่านพ่อขอรับ หลังจากที่พวกเรามีเงินแล้ว ข้าอยากซื้อผ้าไปให้ท่านแม่กับท่านย่าตัดชุดใหม่ขอรับ พวกท่านไม่มีเสื้อผ้าใหม่เลย”

“ตกลง พ่อฟังเจ้า ตอนนี้พวกเรานำสิ่งของเหล่านี้ไปขายก่อน อ้อ ลูกเอาของออกมาจากถุงเฉียนคุนของลูกก่อน”

“ขอรับท่านพ่อ”

ใช้เวลาไม่นานเกวียนวัวก็มาถึงม่านเซียงโหลว อั้นปาขับเกวียนไปทางด้านหลังของม่านเซียงโหลงซึ่งเป็นจุดรับซื้อของป่าที่ทางม่านเซียงโหลวเตรียมเอาไว้เพื่อที่จะได้ไม่ต้องรบกวนลูกค้าที่มาใช้บริการที่ม่านเซียงโหลวแห่งนี้ ตอนนี้มีชาวบ้าน นายพราน จำนวนมากกำลังต่อแถวเพื่อขายของป่าที่ตัวเองนำมา อั้นจิ่วนั่งรออย่างอดทนบนเกวียนโดยมีต้าฮุยนั่งอยู่ข้าง ๆ

“ใครจะขายสิ่งใดเตรียมเอาไว้ให้เรียบร้อย อย่ามัวชักช้าเสียเวลายังมีคนอื่นรอขายอยู่ เข้าแถวให้เรียบร้อยหากข้าจับได้ว่าผู้ใดแซงคิวผู้อื่นข้าจะไม่รับซื้อ” หลงจู๊ที่ทำหน้าที่รับซื้อของป่าพูดเสียงดังให้ทุกคนได้ยิน

หลังจากรออยู่นานสองนานในที่สุดก็มาถึงอั้นจิ่วกับท่านพ่อของเขา อั้นปาขายสัตว์ป่าธรรมดาก่อน สัตว์ป่าที่นำมาขายวันนี้มี กวางป่า กวางดาว แพะป่า เนื่องด้วยสัตว์ป่าทั้งสามตัวไม่ใช่สัตว์อสูรทำให้ขายได้ราคาไม่มากเท่าไหร่ แต่สำหรับชาวบ้านธรรมดาอาจจะมองว่าเงินก้อนนี้เป็นเงินจำนวนมากที่พวกเขาไม่สามารถหาได้ภายในหนึ่งปี 

กวางดาว ขายได้ 3 ตำลึง กวางป่าตัวผู้โตเต็มวัย ขายได้ 5 ตำลึง แพะป่าขายได้เพียง 1 ตำลึงเท่านั้น หลังจากที่ขายสัตว์ป่าทั้งสามตัวไปแล้วอั้นปาก็แจ้งกับหลงจู๊ว่าเขายังมีหมูป่าอสูรวิญญาณอีกสองตัวที่ต้องการขาย เมื่อหลงจู๊ได้ยินว่าเขามีหมูป่าอสูรวิญญาณก็ดีใจมาก เพราะนานแล้วพวกเขาไม่สามารถหาเนื้อสัตว์อสูรวิญญาณได้

“พวกเจ้าพูดจริงรึ”

“จริงขอรับ มีทั้งหมดสองตัว”

“ดี ดีมาก เช่นนั้นเจ้าขับเกวียนเข้าไปอีกหน่อย เดี๋ยวข้าจะแจ้งให้หัวหน้าพ่อครัวออกมารอรับแล้วนำไปชั่งน้ำหนัก เนื้อพวกนี้ต้องจัดการทันทีไม่สามารถปล่อยเอาไว้นาน ๆ ได้ เพราะจะทำให้เนื้อด้อยคุณภาพ”

“ขอรับหลงจู๊”

อั้นปาขับเกวียนไปยังด้านหลัง เมื่อไปถึงก็พบว่ามีหัวหน้าพ่อครัวยืนรออยู่แล้ว ทุกส่วนของสัตว์อสูรวิญญาณสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทำให้มีราคาแพง หมูป่าอสูรวิญญาณถึงแม้จะเป็นสัตว์อสูรระดับต่ำแต่ยังสามารถขายได้ถึงจินละ 50 ตำลึง ทั้งสองตัวมีน้ำหนักรวมกัน 1,000 จิน ขายได้เงิน 50,000 ตำลึง เงินจำนวนนี้สำหรับชาวบ้านธรรมดาถือว่าเป็นเงินจำนวนมากมายมหาศาล แต่สำหรับผู้ฝึกตนแล้วเงินจำนวนนี้ไม่พอให้พวกเขาแลกเปลี่ยนเป็นศิลาวิญญาณเพื่อใช้ในการฝึกฝนเลยด้วยซ้ำ

หลังจากรับเงินจากหลงจู๊แล้วสองพ่อลูกก็ขับเกวียนมุ่งหน้าไปตลาด อั้นปาซื้อของตามความต้องการของลูกชาย ไม่ว่าจะเป็นผ้าสำหรับทำเสื้อผ้าใหม่ให้กับทุกคนในบ้าน ข้าวสาร แป้ง เครื่องปรุง เครื่องเทศ น้ำมัน น้ำตาล เกลือ ผ้าห่ม ของใช้จำเป็นในบ้านทุกอย่างที่บ้านสกุลฉือขาดแคลน วันนี้อั้นปาได้ซื้อจนครบ นอกจากนี้เขายังซื้อข้าว แป้งสาลี แป้งข้าวโพด กลับไปเป็นจำนวนมากตามความต้องการของอั้นจิ่ว สิ่งของที่ซื้อมาในวันนี้ถูกเก็บเอาไว้ในถุงเฉียนคุณของอั้นจิ่ว ส่วนของที่วางบนเกวียนมีเพียงผ้าสามพับกับข้าวสารและแป้งเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 

ก่อนกลับหมู่บ้าน อั้นปาได้ซื้อซาลาเปาเนื้อยี่สิบลูก เขากับลูกชายกินระหว่างทางกลับบ้าน ส่วนของต้าฮุยก็มีเช่นเดียวกัน เพราะอั้นปาคิดเสมอว่าถ้าไม่มีต้าฮุยเขาจะไม่สามารถหาเงินจำนวนมากเช่นนี้ได้ เมื่อพวกเขามีเงินก้อนใหญ่อยู่ในมือตอนนี้ก็หมดกังวลแล้ว เงินมากมายขนาดนี้พวกเขาสามารถอยู่ได้อีกหลายสิบปี 

 

ระหว่างทางกลับบ้านอั้นปาคิดอยากจะไปเยี่ยมพี่สาวคนที่สองของเขา พี่สาวของอั้นปานั้นแต่งเข้าบ้านสกุลหลี่ที่หมู่บ้านหลี่เจียโกว ส่วนพี่สาวคนโตนั้นแต่งเข้าบ้านสกุลเมิ่งที่หมู่บ้านโกวเจียว่าน ตอนนี้เขามีเกวียนวัวแล้วและวัวของเขาวิ่งได้เร็วกว่าวัวของผู้อื่น เมื่อเห็นว่าตอนนี้ยังพอมีเวลาจึงบอกลูกชายว่าจะแวะไปที่หมู่บ้านหลี่เจียโกวเพื่อเยี่ยมป้ารอง

 

“ลูกชาย พ่อเห็นว่าตอนนี้พวกเรายังพอมีเวลาเลยอยากจะแวะไปเยี่ยมป้ารองของลูกที่หมู่บ้านหลี่เจียโกว ลูกเห็นด้วยหรือไม่”

“ป้ารองหรือขอรับ ข้ามีท่านป้ากี่คนกัน ไม่เห็นท่านปู่กับท่านย่าพูดถึงเลย”

“มีสองคน คือป้าใหญ่กับป้ารอง ป้าใหญ่แต่งงานไปที่หมู่บ้านโกวเจียว่านซึ่งอยู่ไกลออกไป เพราะบ้านเราเมื่อก่อนฐานะยากจน ป้าของลูกก็แต่งเข้าครอบครัวที่ยากจนเช่นกัน ตอนนี้พวกเราพอที่จะลืมตาอ้าปากได้แล้ว พ่อเองก็อยากจะรู้ว่าความเป็นอยู่ของพวกนางเป็นเช่นไร ตอนที่พ่อยังเด็กเท่าเจ้า พี่สาวทั้งสองคนบางครั้งยอมอดอาหารเพื่อให้พ่อได้กินอิ่ม พ่อเองรู้ว่าท่านป้าของเจ้าเองก็คงลำบากไม่น้อย ตอนเจ้าเกิดพวกนางยังแบ่งอาหารที่บ้านสามีมาให้แม่ของเจ้าได้กินบำรุงร่างกาย ทั้ง ๆ ที่ครอบครัวพวกนางเองก็มีความเป็นอยู่ที่ลำบาก แต่โชคดีที่ท่านป้าของเจ้าแต่งเข้าบ้านที่ดี มีแม่สามีที่ดี"

 

“ข้าเข้าใจแล้วขอรับ ข้าจะกตัญญูต่อท่านป้าทั้งสองแน่นอน”

“ขอบใจเจ้ามาก”

“ท่านพ่อไม่ต้องห่วง ต่อไปข้าจะมีน้องชายหลายคน น้องสาวหลายคน ครอบครัวของเราจะต้องใหญ่ขึ้นแน่นอนขอรับ”

“เจ้าพูดจริงรึ”

“จริงแท้แน่นอนขอรับ”

ใช้เวลาไม่นานสองพ่อลูกก็มาถึงหมู่บ้านหลี่เจียโกว อั้นปาขับเกวียนมุ่งหน้าไปยังบ้านพี่สาวคนที่สอง ซึ่งอาศัยอยู่ท้ายหมู่บ้าน หมู่บ้านหลี่เจียโกวนี้ก็แบ่งเขตที่อยู่อาศัยเช่นเดียวกับหมู่บ้านดอกท้อเช่นเดียวกัน เพราะครอบครัวของพี่เขยรองยากจนจึงอาศัยอยู่ท้ายหมู่บ้านติดกับเชิงเขา ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ที่อันตรายมากเช่นเดียวกันกับบ้านสกุลฉือ เพราะเป็นพื้นที่เสี่ยง หากมีสัตว์ป่าบุกเข้ามาในหมู่บ้าน ชาวบ้านเขตนอกจะต้องเผชิญกับอันตรายนี้ก่อน

 

“ลูกชายเจ้ารอพ่อสักครู่ พ่อจะลงไปดูก่อนว่าท่านป้าของเจ้าอยู่บ้านหรือไม่”

“ขอรับท่านพ่อ”

สภาพบ้านของท่านป้าเองไม่ได้ดีนัก บ้านถูกสร้างด้วยดินโคลนผสมฟางข้าว หลังคามุงด้วยฟาง บ้านห้าห้องที่อยู่ตรงหน้าอั้นจิ่วนี้ สภาพความเป็นอยู่แย่กว่าบ้านสกุลฉือมาก อั้นจิ่วตัดสินใจว่าจะช่วยเหลือครอบครัวของท่านป้ารองให้มีชีวิตที่ดีขึ้น อย่างน้อย ๆ ก็เป็นการกตัญญูแทนท่านพ่อของเขา หากไม่มีท่านป้าทั้งสองคนที่ยอมอดอาหารและเลี้ยงดูท่านพ่อของเขามาอย่างดี อั้นจิ่วคิดว่าตัวเองคงไม่ได้เกิดมาในครอบครัวนี้ เป็นที่รู้กันว่ากว่าที่อั้นจิ่วจะได้เกิดใหม่นั้นยากลำบากมาก เด็กน้อยคนนี้จึงหวงแหนชีวิตและมุ่งมั่นที่จะตอบแทนผู้มีพระคุณอย่างเต็มที่

“พี่เขย พี่สาว มีใครอยู่หรือไม่ ท่านป้า ท่านลุง อยู่บ้านหรือไม่ขอรับ”

อั้นปาเรียกอยู่นานสองนานก็ไม่มีผู้ใดออกมาเปิดประตู เมื่อไม่มีใครออกมาเปิดประตูอั้นปาจึงคิดว่าจะลองไปถามเพื่อนบ้านดูเผื่อว่าพวกเขาจะรู้ว่าครอบครัวของพี่เขยไปไหน แต่ยังไม่ทันที่อั้นปาจะได้ไปถามเพื่อนบ้าน ครอบครัวของพี่เขยก็กำลังเดินมุ่งหน้ากลับบ้านมา

อั้นจิ่วมองกลุ่มคนที่กำลังเดินมา มีทั้งคนชราและเด็ก พวกเขาล้วนแล้วแต่ผอมแห้ง เสื้อผ้าขาดวิ่น เสื้อผ้าที่พวกเขาสวมมีรอยปะชุนเต็มไปหมด ความเป็นอยู่แย่เสียยิ่งกว่าครอบครัวบ้านสกุลฉือเมื่อก่อนเสียอีก อั้นปามองครอบครัวของพี่สาวที่ทั้งเด็กและคนชราอยู่ในสภาพที่หนังหุ้มกระดูกอดไม่ได้ที่จะน้ำตาไหลออกมา พี่สาวคนที่สองที่รักและเลี้ยงดูเขามาอย่างดี กลับต้องมาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ มันเป็นความผิดของเขาที่มาช้าเกินไป เหตุใดเขาถึงไม่คิดให้เร็วกว่านี้

“พี่รอง พี่รอง.. ” อั้นปาพูดได้เท่านี้ก็ร้องไห้โฮออกมา ใครจะคิดว่าบุรุษตัวโตจะร้องไห้ออกมาโดยไม่อายผู้ใดเลย

“น้องสาม เจ้ามาได้อย่างไร เกิดอันใดขึ้น เกิดเรื่องที่บ้านขึ้นใช่หรือไม่ เหตุใดเจ้าถึงได้ร้องไห้เช่นนี้ เกิดอันใดขึ้นกับท่านพ่อท่านแม่ใช่หรือไม่ เจ้าบอกพี่สาวมา”

“นั่นสิน้องเขย เกิดเรื่องอันใดขึ้น เจ้าอย่าร้องไห้ บอกพี่เขยมาเถอะ ผู้ใดรังแกเจ้าใช่หรือไม่”

อั้นจิ่วมองท่านพ่อที่เข้มแข็งมาตลอดร้องไห้ มองครอบครัวของท่านป้าที่คอยปลอบโยนท่านพ่อ ในใจอั้นจิ่วรู้สึกตื้นตันไม่น้อย ถึงเขาจะไม่รู้ว่าเหตุใดท่านพ่อถึงได้ร้องไห้ออกมา แม้แต่เขาเองก็รู้สึกแสบจมูกอยากจะร้องไห้เหมือนกัน

“นายน้อย ท่านจะไม่ทำอันใดเลยหรือขอรับ ท่านดูท่านพ่อของท่านร้องไห้มานานแล้วนะขอรับ”

“ข้าเองไม่เข้าใจว่าเหตุใดท่านพ่อถึงได้ร้องไห้ แต่เมื่อมาคิดดูแล้วท่านพ่อคงจะสะเทือนใจกับครอบครัวของท่านป้า ตอนที่ข้าเพิ่งเกิด ครอบครัวของท่านป้าส่งอาหารอันน้อยนิดของพวกเขาไปที่บ้านสกุลฉือเพื่อให้ท่านแม่ได้กินบำรุงร่างกาย แต่พวกเราไม่ได้รู้เลยว่าครอบครัวของท่านป้ากลับแย่เสียยิ่งกว่าพวกเราอีก ท่านพ่อคงจะสะเทือนใจไม่น้อย”

“เช่นนั้นนายน้อยจะทำเยี่ยงไรขอรับ”

“ไม่ใช่ว่าพวกเรามีเงิน มีอาหารหรอกหรือ ที่สมควรตอบแทนก็ต้องตอบแทน เจ้าไม่คิดว่าครอบครัวของท่านป้าล้วนแล้วแต่จิตใจดีหรอกหรือ”

“ขอรับ พวกเขาเป็นครอบครัวที่จิตใจดี เป็นชาวนาที่ซื่อสัตย์เรียบง่าย ไม่เคยคิดคดทรยศ ไม่โลภอยากได้ของผู้อื่น”

“เช่นนั้นบุญคุณย่อมทดแทน มีแค้นต้องชำระไม่ใช่รึ”

“นายน้อย ท่านมีความแค้นกับผู้ใดหรือขอรับ”

“ความแค้นของข้านั้นย่อมมี แต่ตอนนี้ยังไม่มี เจ้าเลิกถามได้แล้ว”

“ขอรับ”

 

 

 

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel