บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 7 แรงงานหมี แรงงานหมา

ต้าเฮยถือว่าเป็นแรงงานสำคัญของบ้านสกุลฉือในขณะนี้ หลังจากที่ทำการไถดินด้วยพลังลมปราณและพรวนดินด้วยธาตุดินกับธาตุลมแล้ว ยังช่วยเก็บเอาวัชพืช ก้อนหิน กิ่งไม้ ออกไปจากที่นาด้วย หลังจากทำงานเหน็ดเหนื่อยมาตั้งหนึ่งชั่วยามแล้ว ต้าเฮยก็กลับบ้านสกุลฉือ อั้นจิ่วรีบส่งเขากลับไปยังมิติเพื่อพักผ่อน ส่วนทางด้านต้าเฮยนั้นก็ไปจัดการจับวัวอสูรวิญญาณที่ป่าอสูรวิญญาณ จากนั้นก็พาพวกมันทั้งหมดที่สวนหลังบ้านสกุลฉือแล้วรีบกลับเข้าไปในมิติทันที ส่วนเรื่องวัวปล่อยให้นายน้อยของมันเป็นคนจัดการ

 

ทางด้านอั้นปาที่วิ่งกลับมาถึงบ้านก็บอกกับทุกคนว่าตอนนี้ที่นาของตัวเองได้รับการไถพรวนเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้พวกเขาสามารถปลูกข้าวสาลีได้แล้ว ทุกคนดีใจมากถึงแม้ว่าจะตกใจมากก็ตามที เหตุการณ์เช่นนี้ยากที่จะเชื่อได้แต่ทว่ามันคือความจริง เมื่อเห็นว่าตอนนี้ที่นาได้รับการแก้ไขแล้ว วัวที่บ้านก็มีแล้ว อีกทั้งยังมีถึงสี่ตัวด้วยกัน เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นครอบครัวสกุลฉือล้วนเชื่อว่าเป็นเพราะอั้นจิ่วหลานชายของพวกเขาที่นำพาสิ่งดี ๆ มาสู่ครอบครัว

 

“เอาล่ะ ในเมื่อเรื่องวัวได้รับการแก้ไขแล้ว ที่นาก็ได้รับการไถพรวนเรียบร้อยแล้ว วันนี้พวกเราก็ต้องเร่งมือปลูกข้าวสาลีให้ทันเวลา”

“ขอรับท่านพ่อ”

“เพื่อไม่ให้เกิดข้อสงสัยของชาวบ้าน เช่นนั้นพวกเราก็พาวัวทั้งสี่ตัวไปที่ทุ่งนาด้วยก็แล้วกัน เจ้าเก้าวันนี้จะไปหรือไม่ หรือจะรออยู่ที่บ้าน”

“ท่านปู่ ข้าก็จะไปด้วยขอรับ”

“เช่นนั้นลูกสะใภ้เจ้าก็เตรียมอาหารไปทำมื้อกลางวันเสียเลยจะได้ไม่ต้องกลับมากินมื้อเที่ยงที่บ้าน”

“เจ้าค่ะท่านแม่”

“ท่านปู่ ข้ามีความลับจะบอกท่านปู่ขอรับ”

“ความลับอันใดรึหลานรัก ไหนเจ้ามีเรื่องอันใดจะบอกปู่รับรองได้ปู่ไม่บอกคนอื่น แม้แต่ท่านย่าของเจ้าปู่ก็จะไม่บอก”

“วัวสี่ตัวนี้ เป็นวัวอสูรวิญญาณขอรับ” อั้นจิ่วทำท่าทางเหมือนจะกระซิบ แต่ความจริงแล้วทุกคนในบ้านกลับได้ยินกันหมด 

ความจริงแล้วอั้นจิ่วแค่ตั้งใจทำให้มันเป็นเหมือนความลับระหว่างเขากับท่านปู่เหมือนกับที่เด็ก ๆ คนอื่นทำกัน เขาพยายามอย่างเต็มที่ที่จะเป็นเด็กน้อยธรรมดา ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วร่างกายอันเล็กจ้อยนี้เป็นตาเฒ่าอายุหลายพันปีมาเกิดใหม่ เส้นทางการเกิดใหม่ของเขานั้นได้มาอย่างยากลำบาก อั้นจิ่วจึงอยากจะรักษาช่วงเวลาที่มีความสุขกับครอบครัวในปัจจุบันของเขาให้ดีที่สุด 

“จริงรึ หลานพูดจริง ๆ ใช่หรือไม่”

“จริงแท้แน่นอนขอรับ”

“ดี ดี ดีมาก แบบนี้พวกเราก็จะทำงานในนาง่ายขึ้น ลูกชายเดี๋ยววันนี้หลังกินมื้อกลางวันแล้วเจ้าขึ้นเขาไปตัดไม้เพื่อทำเกวียน พวกเราค่อย ๆ ทำกันไป ใช้เวลาหลายวันหน่อยคงได้เกวียนสำหรับครอบครัวของพวกเรา ต่อไปจะได้สะดวกในการเข้าเมืองหรือแม้กระทั่งตอนที่พวกเราขนข้าวสาลีจะได้ไม่ต้องไปเช่าเกวียนวัวของหัวหน้าหมู่บ้านอีก”

“ขอรับท่านพ่อ”

“ท่านปู่ ข้าเองก็อยากจะไปช่วยท่านพ่อตัดไม้ด้วยขอรับ”

“บนภูเขาอันตราย เจ้ายังเด็กนักอย่าไปเลยรอที่ใต้ต้นไม้ใหญ่เถอะ”

“ท่านปู่ ท่านพ่อ ข้าอยากไปด้วยขอรับ รับรองเลยว่าข้าจะไม่ดื้อ ไม่วิ่งไปไหน ไม่ทำความยุ่งยากให้ท่านพ่อ ข้าเป็นเด็กดีนะขอรับ”

“ตาเฒ่านี่ หลานอยากไปก็ให้หลานไปสิ เจ้าเก้ารู้ความขนาดนี้จะเกิดเรื่องอะไรได้ ก็แค่หาที่ให้เขานั่งรอก็ได้แล้วไม่ใช่รึ ไป ๆ สายแล้วรีบไปทุ่งได้แล้ว”

“ขอบคุณขอรับท่านย่า ยังเป็นท่านย่าที่รักข้าที่สุด”

“เจ้าเด็กแสบ ไม่ใช่เจ้าบอกว่าท่านปู่ดีที่สุดหรือ”

“ไม่รู้ไม่ชี้ขอรับ”

ทั้งครอบครัวเตรียมตัวออกไปที่ทุ่งนา อั้นจิ่ววันนี้นั่งบนหลังวัวกับท่านพ่อของเขาส่วนท่านปู่กับท่านย่าและท่านแม่เดินเท้า ท่านปู่เข็นรถเข็นที่บรรทุกเครื่องครัวและอาหารเพื่อนำไปทำอาหารมื้อกลางวันที่ทุ่งนา ระหว่างทางก็พบกับชาวบ้านหลายคน พวกเขาต่างสอบถามที่มาของวัว พ่อเฒ่าฉือเพียงแค่ตอบไปว่านี่เป็นวัวป่าที่บังเอิญจับได้เมื่อคืนเท่านั้น ถึงแม้ว่าวัวอสูรทั้งสี่ตัวนี้ชาวบ้านจะไม่สามารถมองตัวตนที่แท้จริงของพวกมันออก ด้วยรูปลักษณ์ที่เหมือนวัวป่าธรรมดาของพวกมันทำให้ลดปัญหาลงไปมาก

“ท่านลุงฉือ นี่วัวของท่านหรือขอรับ”

“ใช่แล้วล่ะเถี่ยจู้ วัวทั้งสี่ตัวนี้เป็นเจ้าเก้ากับพ่อของเขาบังเอิญจับได้เมื่อคืนนี้ คงเป็นเพราะสวรรค์เมตตาครอบครัวของเรา เมื่อคืนนี้อั้นปาพาเจ้าเก้าออกไปเดินเล่นหลังกินข้าวเย็น เดินไปถึงชายป่าก็พบวัวทั้งสี่ตัวอยู่ที่เชิงเขาพอดี เจ้าเก้าเอาแตงกวาหลอกพวกมันกลับมาที่บ้าน”

“มีเรื่องดีเช่นนี้เลยรึ”

“ใช่ เรื่องดีแบบนี้แหละ เจ้าเก้าของบ้านเราเป็นเด็กดีมีเมตตา ไม่ว่าใคร ๆ ก็ต่างชอบเขา เจ้าดูสิหากเป็นพวกเราคงไม่สามารถพาวัวกลับมาได้ใช่หรือไม่”

“ใช่ ใช่ ข้าก็คิดว่าคงต้องออกแรงจับไม่แน่ว่าจะจับได้ เจ้าเก้านี่เก่งจริง ๆ เช่นนี้ที่นาของพวกท่านก็ไถเสร็จแล้วน่ะสิ”

“ไถเรียบร้อยแล้วล่ะ เดิมทีพวกเราก็คิดว่าจะไม่สามารถปลูกข้าวสาลีได้ทันเวลาแล้ว ข้าไปเช่าวัวที่บ้านหัวหน้าหมู่บ้านไม่ได้เลย ”

“ท่านลุงฉือท่านไม่รู้อันใด บ้านหัวหน้าหมู่บ้านกำลังจะดองกับบ้านสกุลหวัง ที่สำคัญหัวหน้าหมู่บ้านอยากได้แรงสนับสนุนจากบ้านสกุลหวังเรื่องเงิน ท่านลุงฉือท่านก็รู้ว่าหลานชายของหัวหน้าหมู่บ้านเข้าร่วมสำนักเมฆา เห็นว่าเป็นแค่ศิษย์สายนอก ไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนเรื่องทรัพยากรเท่าไหร่ ก็เลยต้องอาศัยเงินจากบ้านสกุลหวัง”

“โอ้ เป็นแบบนี้นี่เอง ช่างเถอะ แล้วที่นาของเจ้าไถเสร็จหรือยัง”

“ยังเลยขอรับ ท่านน่าจะรู้ ชาวบ้านในพื้นที่รอบนอกนี้ ทั้งสามสิบครอบครัวของพวกเราล้วนแล้วแต่เป็นชาวบ้านยากจนทั้งนั้น ถึงแม้ว่าบ้านท่านลุงหาจะมีวัวแต่วัวของเขาก็แก่มาก ไถนาได้ช้า ครั้นจะเอาวัวมาไถนาของข้า ข้าก็สงสารวัว ทำใจใช้มันไม่ลงขอรับ”

“เจ้าเก้า หลานพอจะให้วัวของหลาน ช่วยชาวบ้านคนอื่น ๆ ได้หรือไม่ ช่วยพวกเขาไถนาสักหน่อย”

“ได้ขอรับท่านปู่”

“เอาล่ะ เช่นนั้นไปที่ทุ่งนาของพวกเราก่อน จากนั้นค่อยให้เจ้าเก้าพาวัวไปช่วยชาวบ้านไถนา เถี่ยจู้ วันนี้จะเริ่มจากนาของเจ้าก่อน ตอนนี้เจ้าไปบอกพวกชาวบ้านคนอื่น ๆ ด้วยก็แล้วกัน จัดคิวให้ดี”

“ขอรับท่านลุงฉือ ขอบคุณท่านมากขอรับ ขอบใจมากนะเจ้าเก้า”

“ขอรับ”

ใช้เวลาไม่นานทั้งครอบครัวก็เดินมาถึงทุ่งนา จากนั้นก็ได้เริ่มลงมือปลูกข้าวสาลี อั้นจิ่วเห็นว่าแรงงานที่บ้านของตัวเองมีน้อยจึงเรียกต้าเฮยออกมา เมื่อทุกคนเห็นว่าอยู่ ๆ ก็มีหมีดำตัวใหญ่โผล่ออกมากลางอากาศก็ตกใจเป็นอย่างมาก พ่อเฒ่าฉือตั้งสติได้วิ่งออกไปจากใต้ต้นไม้ใหญ่ด้วยความรวดเร็ว คนอื่น ๆ เองก็วิ่งตามไปด้วย อั้นปานึกขึ้นได้ว่าเขาลืมลูกเอาไว้กับหมีก็รีบวิ่งกลับมาใต้ต้นไม้ใหญ่ทันที แต่สิ่งที่เขาเห็นนั้นทำเอาเขาตกใจกลัวแทบตาย นั่นไม่ใช่หมีดำตัวใหญ่กำลังอุ้มลูกชายของเขาอยู่หรอกหรือ

“ท่านพ่อ พวกท่านวิ่งหนีอันใดกันขอรับ”

“เจ้าเก้า นะ นั่น มะ หมี หมีดำ มันจะกินลูกเข้าไปแล้ว”

“ท่านพ่อ นี่ต้าเฮย ท่านไปเรียกท่านปู่กับทุกคนกลับมาเถอะ ต้าเฮยเป็นเพื่อนของข้า วันนี้เขาจะมาช่วยปลูกข้าวสาลีที่บ้าน นี่คือเพื่อนของข้า ท่านปู่ก็วิ่งลืมแก่เลยนะขอรับ”

“อ้อ เพื่อนของลูก เช่นนั้นพ่อไปเรียกทุกคนกลับมาก่อน แต่ว่าเหตุใดเพื่อนหมีของลูกถึงได้โผล่ออกมากลางอากาศ"

“เปล่านะขอรับ ต้าเฮยกระโดดลงมาจากต้นไม้ต่างหาก ใช่หรือไม่ต้าเฮย”

ต้าเฮยได้แต่พยักหน้าหงึก ๆ มันเองไม่สามารถสื่อสารกับครอบครัวของนายน้อยได้ในตอนนี้ เมื่อทุกคนกลับมารวมตัวกันที่ใต้ต้นไม้ใหญ่แล้ว หลังจากทำความเข้าใจกับสถานการณ์แล้ว ทุกคนได้แต่ถอนหายใจอย่างโล่งอก พร้อมทั้งขอโทษต้าเฮยด้วย หลังจากจัดการเรื่องทุกอย่างแล้วอั้นจิ่วนั่งบนหลังวัวพาวัวทั้งสี่ตัวไปที่ทุ่งนาของเถี่ยจู้เพื่อช่วยไถนา 

 

เดิมทีในเขตสามหรือเขตรอบนอกนี้ไม่มีใครสนใจว่าชาวบ้านจะมีความเป็นอยู่เยี่ยงไร แม้กระทั่งทางการเองก็ไม่ได้สนใจความเป็นอยู่ของชาวบ้านเช่นกัน ในหนึ่งปีจะมีเจ้าหน้าที่ของทางการมาเพียงหนึ่งครั้งคือหลังฤดูเก็บเกี่ยวเพื่อมาเก็บภาษีเท่านั้น 

เพราะวัวทั้งสี่ตัวเป็นวัวอสูรวิญญาณทำให้การไถนาเป็นเรื่องง่ายไม่เปลืองแรง วัวทั้งสี่ตัวไถนาด้วยความรวดเร็ว เพียงแค่สองชั่วยามก็สามารถไถนาของชาวบ้านเสร็จเรียบร้อยถึงหนึ่งร้อยหมู่ ตอนนี้เหลือเพียงที่นาของชาวบ้านอีกไม่กี่ครอบครัว คาดว่าในวันนี้จะสามารถไถนาได้เสร็จทั้งหมด

 

อั้นจิ่วจะขึ้นไปบนเขากับท่านพ่อของเขาในตอนบ่าย พ่อเฒ่าฉือจึงต้องพาวัวไปช่วยชาวบ้านไถนา เพราะที่บ้านมีต้าเฮย แรงงานหมีที่ทำงานได้ดีและรวดเร็วทำให้พวกเขาสามารถปลูกข้าวสาลีเสร็จไปมากกว่าครึ่ง พ่อเฒ่าฉือคิดว่าพรุ่งนี้ครอบครัวของตัวเองก็จะปลูกข้าวสาลีเสร็จเรียบร้อยก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ในที่สุดก็สามารถเพาะปลูกได้ทันเวลา เขาจึงพาวัวทั้งสี่ตัวออกไปช่วยชาวบ้านอย่างเต็มใจ วันนี้เขาอารมณ์ดีมากจริง ๆ

 

ทางด้านอั้นจิ่วกับอั้นปาที่กำลังเดินขึ้นไปบนภูเขาอั้นจิ่วก็ปล่อยต้าฮุยออกมาจากมิติ จากนั้นก็นั่งบนหลังต้าฮุยเดินตามหลังท่านพ่อของเขาไป เดิมทีอั้นปาเองก็ตกใจมาก แต่เขาได้บอกกับตัวเองว่าลูกชายของเขาหาใช่เด็กธรรมดา ไม่ว่าลูกชายจะทำอันใดเขาเป็นพ่อไม่มีความสามารถอันใด เขาทำได้แค่สนับสนุนลูกชายและไม่ตั้งคำถามเพื่อไม่ให้อั้นจิ่วรู้สึกอึดอัด

“เจ้าเก้า นี่ก็เพื่อนของลูกรึ ชื่ออันใดล่ะ”

“ต้าฮุยขอรับ”

“อ้อ ต้าฮุย ขอบใจเจ้ามากนะที่ให้เจ้าเก้าบ้านเราขี่หลัง ลำบากเจ้าแล้ว”

ต้าฮุยพยักหน้าบอกว่ามันเข้าใจแล้ว จากนั้นก็แบกนายน้อยของมันเดินตามท่านพ่อเข้าไปในป่า อั้นปามองหาต้นไม้ที่เหมาะสมเพื่อตัดไม้ไปทำเกวียน เมื่อพบต้นไม้ที่เหมาะสม อั้นจิ่วก็ให้ต้าฮุยช่วยท่านพ่อของเขาตัดต้นไม้ ต้าฮุยเองตัดต้นไม้ตามคำสั่งของนายน้อยโดยใช้อุ้งเท้าและเล็บที่แหลมคมของมันบวกกับพลังปราณ ทำให้สามารถตัดต้นไม้ได้เพียงกรงเล็บเดียวเท่านั้นก็สามารถโค่นต้นไม้ลงได้

 

 

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel