ตอนที่ 6 ปัญหาเรื่องวัวได้รับการแก้ไข
ก่อนเวลาอาหารเย็น สองพ่อลูกเดินกลับมาจากเขตในของหมู่บ้านด้วยหน้าตาบูดบึ้ง นอกจากจะเช่าวัวไม่ได้แล้วยังถูกบ้านสกุลหวังกับบ้านสกุลติงดูถูกดูแคลนอีก แต่จะทำเช่นใดได้ในเมื่อครอบครัวพวกเขาก็ยากจนจริง ๆ ถึงแม้ว่าตอนนี้จะมีอาหารเพียงพอแต่ครอบครัวก็ขาดแคลนเงินและสิ่งของอย่างอื่นอีกมากมาย ปัญหาเร่งด่วนตอนนี้ก็คือวัว หากไม่มีวัวบ้านสกุลฉือก็ไม่สามารถเพาะปลูกได้ทันเวลา
“ท่านพ่อ ท่านพี่ กลับมาแล้วหรือเจ้าคะ อาหารเพิ่งเสร็จ พวกท่านไปล้างมือสักหน่อยเถอะเจ้าค่ะจะได้มากินข้าว เจ้าเก้าหน้างอแล้ว"
“ตกลง” พ่อเฒ่าฉือตอบรับคำลูกสะใภ้ด้วยสีหน้าไม่สู้ดี
“ท่านพี่ เกิดอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ เหตุใดท่านพ่อถึงได้มีสีหน้าไม่สู้ดีเช่นนั้น”
“พวกเราเช่าวัวไม่ได้ เพราะหัวหน้าหมู่บ้านให้วัวทั้งหมดไปไถนาของบ้านสกุลหวัง อีกไม่นานลูกสาวบ้านสกุลหวังก็จะแต่งเข้าบ้านสกุลติงแล้ว เรื่องก็เป็นแบบนี้ล่ะ”
“เช่นนั้นพวกเราจะทำเช่นไรดีเจ้าคะท่านพี่”
“จะทำเช่นไรได้ ไม่มีวัวพวกเราทำได้แค่ใช้แรงของตัวเองเท่านั้น ไปกินข้าวกันเถอะ ประเดี๋ยวลูกชายก็โมโหหิวอีก”
“เจ้าค่ะ”
ในขณะที่บ้านสกุลติงกับบ้านสกุลหวังกำลังกินมื้อเย็นร่วมกันอย่างมีความสุขอยู่นั้น บ้านสกุลฉือที่ตอนนี้เหมือนมีเมฆดำปกคลุมไปทั้งบ้าน พ่อเฒ่าฉือที่ตอนนี้หน้าตาบูดบึ้ง ฉืออั้นปาเองก็ไม่สามารถทำอันใดได้อีก เป็นเพราะพวกเขายากจน ครอบครัวของพวกเขาถูกจัดให้อยู่เป็นครอบครัวเขตสามเป็นเขตที่ชาวบ้านยากจนที่สุด และที่ดินทำกินนั้นไม่ค่อยอุดมสมบูรณ์ นอกจากไม่อุดมสมบูรณ์แล้วยังติดกับชายป่าอีกด้วย และมักจะมีสัตว์ป่าดุร้ายบุกมาทำร้ายชาวบ้านอยู่บ่อยครั้ง
“ท่านปู่ ท่านพ่อ กินข้าวเถอะ ข้าหิ้วท้องรอมานานแล้ว”
“เช่นนั้นก็กินข้าวก่อน เจ้าเก้าหิวแล้ว เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง”
หลังมื้ออาหารเย็นพ่อเฒ่าฉือได้แต่นั่งถอนหายใจ เมื่อเห็นท่านพ่อกับท่านปู่เป็นแบบนี้แล้วอั้นจิ่วน้อยก็ไม่สามารถอดทนเก็บซ่อนความสามารถของตัวเองเอาไว้ได้อีก แต่จะให้เปิดเผยความสามารถของเขาตอนนี้ยังเร็วไปเสียหน่อย แต่ตอนนี้ถ้าไม่สามารถหาวัวมาไถนาได้ บ้านสกุลฉือก็จะไม่มีข้าวกินแล้ว อั้นจิ่วได้แต่โทษตัวเองว่าเขาโตช้าเกินไป การเป็นเด็กนั้นไม่ดีเอาเสียเลย จะทำอันใดก็ดูไม่สะดวกไปเสียหมด
“ท่านปู่ อย่าอารมณ์เสียเลยนะขอรับ”
“เจ้าเก้า ปู่ไม่ได้อารมณ์เสีย ปู่แค่โมโหที่หัวหน้าหมู่บ้านปฏิบัติกับเราไม่ดี ชาวบ้านที่เขตสามของพวกเราทั้งหมดถูกละเลย ที่สำคัญพวกเราไม่มีอำนาจพอที่จะไปต้านทานพวกเขาได้ พวกเขาถึงได้ข่มเหงรังแกพวกเราอยู่เสมอมา วันนี้ถึงแม้ว่าวัวจะว่างอยู่ ปู่เชื่อว่าหัวหน้าหมู่บ้านก็ไม่ยอมให้บ้านพวกเราเช่าวัวอยู่ดี”
“ข้าเองก็คิดเหมือนท่านพ่อขอรับ ใครให้บ้านพวกเขามีหลานที่เกิดมาพร้อมแก่นปราณกัน ถึงแม้ว่าหลานชายของหัวหน้าหมู่บ้านจะได้เข้าร่วมสำนักถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงศิษย์สายนอกก็ตามที แต่สำหรับพวกเราชาวบ้านธรรมดาแล้วก็นับว่าพวกเขามีคนคุ้มกะลาหัว”
“ก็แค่เกิดมาพร้อมแก่นปราณเอง เหตุใดต้องโอ้อวดด้วยหรือขอรับ หลานชายของหัวหน้าหมู่บ้านเก่งมากหรือขอรับ”
“พ่อเองก็ไม่รู้ว่าเก่งหรือไม่ แต่เพราะเขาเป็นศิษย์ของสำนักเมฆา เท่านี้ก็เพียงพอที่เขาจะข่มเหงชาวบ้านธรรมดาเช่นพวกเราแล้วล่ะ”
“เช่นนั้น ท่านปู่กับท่านพ่อจะทำเช่นไรต่อไปขอรับ”
“ก็คงต้องใช้แรงคน ทำได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น เจ้าไปนอนเถอะดึกแล้ว”
“ขอรับท่านปู่ ขอรับท่านพ่อ เช่นนั้นฝันดีนะขอรับ อ้อ อย่าคิดมากเลย ทุกอย่างจะดีขึ้น ท่านปู่กับท่านพ่อเองก็รีบไปนอนนะขอรับ”
“ได้ ๆ เจ้าไปนอนเถอะ ปู่รู้แล้ว”
กลางดึกเมื่อทุกคนหลับสนิท อั้นจิ่วตื่นขึ้นมา จากนั้นก็เรียกต้าฮุยกับต้าเฮยออกมา จากนั้นก็ให้ทั้งสองตัวไปช่วยไถพลิกหน้าดิน ต้าเฮยบอกว่ามันแข็งแรงมากเรื่องนี้ไว้ใจได้ ส่วนต้าฮุยจะกลับเข้าป่าอสูรวิญญาณเพื่อจับวัวอสูรวิญญาณมาสักสองสามตัว เท่านี้ปัญหาเรื่องวัวก็จะได้รับการแก้ไข
หลังจากสั่งงานเรียบร้อยแล้วอั้นจิ่วก็นอนหลับไปด้วยความสบายใจ ส่วนทั้งสองตัวก็ไปทำงานตามที่ได้รับมอบหมายทันที ต้าฮุยรีบวิ่งกลับป่าอสูรวิญญาณจากนั้นก็ตามหาฝูงวัววอสูรวิญญาณ ต้าเฮยรีบไปที่นาของบ้านสกุลฉือ จากนั้นใช้พลังลมปราณเพื่อไถพลิกหน้าดิน นอกจากจะไถพลิกแล้วต้าเฮยยังใช้ลมปราณบวกกับพลังธาตุดินทำให้ดินละเอียดพร้อมปลูกโดยไม่ต้องคราดอีก พวกวัชพืชก็ถูกกำจัดไปด้วยเช่นเดียวกัน
“เท่านี้งานที่ได้รับมอบหมายมาก็เสร็จสิ้นแล้ว เรื่องนี้ต้องปล่อยให้หมีอย่างข้าจัดการ ไอ้พวกชาวบ้านไม่มีตาบังอาจรังแกครอบครัวของนายน้อย ประเดี๋ยวข้าจะไปเอาคืน”
“ต้าเฮย ข้ากลับมาแล้ว”
“ได้มากี่ตัว”
“สี่ตัว เท่านี้ก็เพียงพอให้ครอบครัวนายน้อยได้ใช้งาน แต่ความจริงมีเจ้าอยู่วัวก็ไม่จำเป็นนะ ข้าว่า”
“ต้าฮุย ข้าเป็นหมี ไม่ใช่วัว อย่าลืมว่าพ่อแม่นายน้อยเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา จะให้มาเจอข้าที่เป็นหมีในตอนที่กำลังจัดการกับดินในนาได้อย่างไรเล่า พวกเขาได้ตกใจตาย อย่าลืมว่าพวกเราเป็นสัตว์อสูรวิญญาณ”
“ข้ารู้แล้วน่า ข้าก็แค่ล้อเจ้าเล่น กลับกันเถอะจะได้เอาวัวพวกนี้ไปไว้ที่สวนหลังบ้าน พวกเจ้าตามมาดี ๆ แล้วอย่าได้คิดหนี หาไม่แล้วข้าจะจับพวกเจ้ากินให้สิ้นซาก”
“พวกเราไม่หนี ขอท่านราชาหมาป่าอย่าได้โมโหไปเลยขอรับ”
“ไป กลับบ้านสกุลฉือ”
เช้าวันต่อมาเมื่อแม่เฒ่าฉือกับลูกสะใภ้ตื่นขึ้นมาเพื่อเตรียมอาหารเช้าก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าในสวนหลังบ้านของพวกเขามีวัวสี่ตัวนอนอยู่ ที่สำคัญพวกเขาไม่รู้ว่าพวกทั้งสี่ตัวพวกนี้มาได้เยี่ยงไร และเป็นวัวของผู้ใดกันแน่
“ท่านแม่ พวกเราจะทำเยี่ยงไรดีเจ้าคะ นี่วัวของผู้ใดกัน หากเจ้าของวัวพบว่าพวกมันอยู่ที่บ้านของเรา พวกเราไม่มีทางหนีพ้นข้อหาขโมยวัวเป็นแน่เจ้าค่ะ”
“นั่นสิ แล้วนี่เป็นวัวของผู้ใดกัน ที่สำคัญพวกมันทำไมถึงมาอยู่ในสวนหลังบ้านของพวกเรา ลูกสะใภ้เจ้าไปเรียกลูกชายกับพ่อของเจ้ามาเร็วเข้า ตอนนี้ยังเช้าอยู่ ต้องหาทางไล่วัวพวกนี้ออกไป เมื่อวานพ่อของเจ้าไปเช่าวัวแต่ไม่ได้วัวมา หากมีคนบอกว่าเพราะพวกเราไม่สามารถเช่าวัวได้ จึงได้ขโมยวัวของผู้อื่นมา หากมีผู้ใดมาพบเข้าพวกเราแย่แน่ ๆ”
“เจ้าค่ะท่านแม่”
ยังไม่ทันที่หลินถานอินจะไปเรียกพ่อสามีกับสามีของนาง สองพ่อลูกได้ยินเสียงพูดคุยของทั้งสองคนก็รีบเดินตรงมาที่สวนหลังบ้านทันที เดิมทีอั้นปากำลังจะไปตักน้ำที่ลำธารมาเติมโอ่งในห้องครัว พ่อเฒ่าฉือเองก็เตรียมไปผ่าฟืนเหมือนทุกวัน แต่ได้ยินเสียงภรรยากับลูกสะใภ้พูดคุยกัน จับใจความว่ามีวัวอยู่ในสวนหลังบ้านทำเอาทั้งสองคนตกใจมาก
“ยายเฒ่า เกิดเรื่องอันใดขึ้น”
“นั่นสิท่านแม่ เกิดอันใดขึ้นหรือขอรับ ข้าได้ยินว่ามีวัวอยู่ในสวนหลังบ้านเป็นวัวของผู้ใดกัน แล้วพวกมันเข้ามาได้เยี่ยงไร มาตั้งแต่เมื่อใดกัน”
“เรื่องนี้ใครจะไปรู้ หากว่ามีคนต้องการใส่ความพวกเราว่าขโมยวัวจะทำเช่นไรดีเจ้าคะท่านพี่” หลินถานอินเริ่มวิตกกังวล
“พวกเจ้าใจเย็น ๆ กันก่อน พวกเจ้าลองดูวัวทั้งสี่ตัวนี้ดี ๆ สิ ไม่ใช่ว่ามันเป็นวัวป่าหรอกหรือ แต่ก็ดูจะแตกต่างจากวัวป่าอยู่มาก ข้าก็บอกไม่ถูกว่ามันต่างกันตรงไหน นี่มันเกิดเรื่องอันใดขึ้นกับบ้านเรากันแน่” พ่อเฒ่าฉือเองก็เริ่มไม่สบายใจแล้วในตอนนี้
อั้นจิ่วที่กำลังนอนหลับอย่างสบายใจ เฒ่าทารกเช่นเขาก็จำเป็นต้องตื่นขึ้นมาเพื่อคลายความกังวลของทุกคนในครอบครัว ถึงแม้ว่าวิญญาณของเขาจะมีอายุหลายพันปีแต่ตอนนี้เขาเป็นเพียงเด็กน้อยที่อายุเกือบจะสองขวบเท่านั้น แต่ถ้าไม่แสดงความสามารถออกมาเสียบ้างก็เกรงว่าครอบครัวของเขาได้วิตกกังวลจนตาย เมื่อคิดได้เช่นนั้นเด็กน้อยก็รีบลงจากเตียงแล้วเดินเตาะแตะไปที่สวนหลังบ้าน
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านปู่ ท่านย่า พวกท่านเสียงดังอันใดแต่เช้าขอรับ เกิดเรื่องอันใดขึ้น”
“เจ้าเก้า พวกเราทำให้หลานตื่นหรือ” พ่อเฒ่าฉือรีบเดินมาที่หลานรักจากนั้นก็อุ้มเขาขึ้นมา
“ก็ใช่น่ะสิขอรับ ข้ากำลังหลับฝันดีอยู่เลย ความฝันอันดีงามของข้าถูกพวกท่านทำลายหมดแล้ว”
“เจ้าเด็กนี่ ความฝันอันดีงามอันใดของเจ้า ระวังพ่อจะตีก้นเจ้า”
“เจ้าอยากตายรึ ใครให้หน้าเจ้า ถึงได้กล้าจะมาตีก้นหลานชายของข้า ระวังข้าจะทุบตีเจ้าก่อน” พ่อเฒ่าฉือยกมือขึ้นตบไหล่ลูกชาย
“ท่านพ่อขอรับ ข้ายังเป็นลูกชายของท่านอยู่หรือไม่”
“เป็น แต่อีกหน่อยก็จะไม่เป็นแล้ว ข้ามีเจ้าเก้าเป็นหลานรักก็พอ”
“พวกเจ้าพ่อลูก หยุดพูดจาไร้สาระกันได้แล้ว จะจัดการเรื่องนี้เยี่ยงไร”
“เรื่องอันใดขอรับท่านย่า โอ๊ะ นั่นไม่ใช่วัวที่ท่านเทพประทานให้ข้าในฝันหรอกหรือ นี่เป็นเรื่องจริงหรือไม่ วัวอสูรวิญญาณสี่ตัว ท่านเทพบอกว่ายกพวกมันให้ข้าจะได้เอาไว้ใช้ไถนา ลากเกวียน นอกจากนี้ยังให้พวกมันไถนาในที่นาของพวกเราเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ที่นาของพวกเราก็สามารถเพาะปลูกได้แล้ว ท่านปู่ปล่อยข้าลงขอรับ ข้าจะไปขอบใจพวกมันที่ทำงานหนักไถนามาทั้งคืน”
“เจ้าเก้า เจ้าพูดว่าท่านเทพให้วัวเจ้าสี่ตัวอีกทั้งพวกมันยังเป็นวัวอสูรวิญญาณอีก แล้วยังประทานให้เจ้าในฝันอีก”
“ใช่สิขอรับท่านปู่ หากท่านปู่ไม่เชื่อให้ท่านพ่อวิ่งไปที่นาของบ้านเราสักเที่ยวจะได้รู้ว่าข้าพูดเรื่องจริงหรือไม่”
“ท่านพ่อข้าจะไปเดี๋ยวนี้”
พ่อเฒ่าฉือปล่อยอั้นจิ่วลงจากอ้อมแขน เมื่อเห็นว่าหลานชายของตัวเองเดินไปหาวัวทั้งสี่ตัว ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นก็มองดูด้วยความคาดหวัง พวกเขาหวังว่ามันจะเป็นวัวที่ท่านเทพประทานให้พวกเขาจริง ๆ เมื่อเด็กน้อยเดินไปเกือบจะถึงวัวทั้งสี่ตัวที่นอนอยู่ เจ้าวัวทั้งสี่ตัวก็ลุกขึ้นทันที เพราะอยู่ดี ๆ วัวก็ลุกขึ้นทำเอาทั้งสามคนที่เฝ้ามองอยู่ถึงกับตกใจเพราะคิดว่าวัวจะทำร้ายเด็กน้อยเข้า
พ่อเฒ่าฉือรีบพุ่งตัวออกไปดึงหลานรักกลับมา แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ถึงตัวอั้นจิ่วก็เห็นว่าวัวทั้งสี่ตัวได้ก้มหัวทำความเคารพหลานชายของตัวเอง ทำเอาพ่อเฒ่าฉือ แม่เฒ่า เจียงหลัน และหลินถานอินตกใจเป็นอย่างมาก จากที่เมื่อวานบรรยากาศในบ้านของพวกเขาหดหู่เป็นอย่างมาก แต่ตอนนี้กลับเกิดเรื่องน่าตกใจเช่นนี้ขึ้น เรื่องราวพลิกผันภายในคืนเดียว ทำเอาพวกเขาไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นความจริง ตอนนี้อั้นปาก็ได้วิ่งไปถึงที่นาของบ้านพวกเขาและพบว่าที่นาได้ไถพลิกหน้าดินและไถพรวนดินเสร็จแล้วทั้งสิบหมู่
“นี่มันเกิดเรื่องอันใดขึ้น ข้าไม่ได้ฝันไปใช่หรือไม่”
