บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 18 สำนักเมฆา ต้องการรับศิษย์

เช้าวันต่อมา วันนี้เป็นวันที่สำนักเมฆาเปิดทำการทดสอบเพื่อรับศิษย์ สถานที่ที่เข้ารับการทดสอบคือศาลบรรพชนของหมู่บ้านดอกท้อ การมาถึงของสำนักเมฆาได้รับความสนใจจากชาวบ้านเป็นอย่างมาก ชาวบ้านในหมู่บ้านดอกท้อต่างส่งบุตรหลานของตัวเอาเข้าร่วมการทดสอบในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก ยกเว้นชาวบ้านจากหมู่บ้านเถาหยวนที่ไม่ได้ส่งบุตรหลานเข้าร่วมการทดสอบในครั้งนี้ 

การเดินทางมารับศิษย์ครั้งนี้ของสำนักเมฆาไม่ได้มาเพียงหมู่บ้านดอกท้อเพียงหมู่บ้านเดียว แต่พวกเขาได้ไปทำการทดสอบในหมู่บ้านใกล้เคียงไปหมดแล้ว เหลือเพียงหมู่บ้านดอกท้อที่อยู่ไกลสุดติดกับภูเขา นอกจากหมู่บ้านดอกท้อแล้วก็มีหมู่บ้านเถาหยวนด้วย 

ผู้ที่เดินทางมาควบคุมการทดสอบในครั้งนี้คือ ผู้อาวุโสลำดับที่ห้าของสำนักเมฆา อยู่ในระดับตัดวิญญาณขั้นกลาง มาพร้อมกับศิษย์สายตรงของเขา การมาครั้งนี้ทางสำนักคาดหวังเอาไว้ว่าจะได้ต้นกล้าที่ดีกลับไป สำนักเมฆาถือว่าเป็นสำนักที่อยู่ในอันดับล่างสุดของเมืองนี้ ผู้คนที่มีความสามารถก็เลือกที่จะเดินทางไปเข้าร่วมกับสำนักต่าง ๆ ตามความสามารถของตัวเอง สำนักเมฆาจึงจำเป็นต้องออกมาเสาะหาต้นกล้าในหมู่บ้านชาวนาอันห่างไกล ทางสำนักหวังเพียงว่าจะสามารถหาผู้มีพรสวรรค์มาเข้าร่วมสำนักได้บ้าง

 

“หัวหน้าหมู่บ้าน จำนวนคนที่เข้ารับการทดสอบมีเพียงเท่านี้รึ ไม่ใช่ว่าหมู่บ้านดอกท้อของพวกเจ้ายังมีชาวบ้านในเขตรอบนอกอยู่อีกหรือ หรือว่าพวกเจ้าไม่ได้ให้พวกเขาเข้าร่วมการทดสอบในครั้งนี้ด้วย”

“เรียนผู้อาวุโสห้า เดิมทีหมู่บ้านดอกท้อก็แบ่งออกเป็นสามเขตอย่างที่ท่านเข้าใจ แต่เมื่อปีก่อนเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น ข้าไม่ปิดบัง ท่านหัวหน้าหมู่บ้านคนก่อนได้ทำลายกฎของวงตระกูล ทำเรื่องชั่วช้าเอาไว้มากเพราะถือว่าตัวเองมีหลานชายเป็นศิษย์สายนอกของสำนัก เขาพาคนไปปล้นข้าวสาลีของชาวบ้านในเขตรอบนอกแต่ไม่สำเร็จ แต่ตัวเองกลับถูกสัตว์อสูรวิญญาณที่บุกเข้ามาฆ่าตาย ชาวบ้านในเขตรอบนอกไม่พอใจจึงขอแยกหมู่บ้านขอรับ”

“มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นด้วยรึ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่มีคนอาศัยอำนาจของสำนักทำเรื่องชั่วช้าเช่นนี้ ตายไปแบบนี้ก็สมควรแล้ว แล้วหัวหน้าหมู่บ้านคนใหม่ของหมู่บ้านเถาหยวนมีนิสัยใจคอเยี่ยงไร"

“ฉืออั้นปาเป็นคนที่ดีมากผู้หนึ่ง ครอบครัวของเขาซื่อสัตย์มีคุณธรรม ถึงแม้ว่าเมื่อก่อนครอบครัวของพวกเขาจะยากจนมาก แต่ทว่าหลังจากที่ภรรยาของเขาให้กำเนิดลูกชายคนโต ก็คือเด็กน้อยฉืออั้นจิ่วคนนั้น สภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวก็ดีขึ้นมากขอรับ ตอนนี้ถือว่าเป็นครอบครัวที่ร่ำรวยที่สุดของทั้งสองหมู่บ้านแล้วขอรับ”

“แล้วในหมู่บ้านเถาหยวนไม่มีครอบครัวไหนต้องการส่งลูกมาเข้าร่วมการทดสอบหรือ”

“ขอรับ ชาวบ้านหมู่บ้านเถาหยวนนั้น ทุกครอบครัวยืนยันจะไม่ส่งบุตรหลานเข้าร่วมการทดสอบในครั้งนี้ โดยให้เหตุผลว่าลูกหลานของพวกเขาไม่ต้องการเข้าร่วมการทดสอบในวันนี้ พวกเขามีฉืออั้นจิ่วเป็นต้นแบบ ความตั้งใจของพวกเขาก็คือ ไม่ว่าจะได้เข้าร่วมสำนักหรือไม่สิ่งสำคัญคือได้ทำหน้าที่ของลูกหลานที่ดี กตัญญู และตั้งใจเรียนรู้เพื่อความก้าวหน้าของตัวเองเพื่อพัฒนาบ้านเกิดขอรับ”

“พัฒนาบ้านเกิดรึ คำพูดนี้มันช่างเหนือความคาดเดาไปมาก แม้ว่าข้าจะไม่เข้าใจแนวคิดของพวกเขาแต่พวกเราก็ไม่สามารถไปบังคับบุตรหลานของผู้อื่นมาร่วมการทดสอบโดยไม่เต็มใจ”

“ขอรับผู้อาวุโสห้า”

“หัวหน้าหมู่บ้าน เท่าที่พูดมาดูเหมือนว่าตอนนี้คนบ้านสกุลฉือนั้นเป็นผู้ฝึกตนหรือ”

“ขอรับ แต่ข้าไม่ทราบแน่ชัดว่าผู้ใดอยู่ระดับใด พวกเราชาวบ้านไม่สามารถรู้ได้ถึงขั้นพลังยุทธ์”

“มิน่าเล่าพวกเขาถึงไม่อยากเข้าร่วมสำนัก การเป็นผู้ฝึกตนอิสระมันก็ดีอยู่ แต่ก็มีข้อเสียมากเช่นเดียวกัน หรือว่าพวกเขาต้องการจะก่อตั้งขุมอำนาจของพวกเขาเอง”

“อันนี้ข้าเองก็ไม่ทราบขอรับ แต่เท่าที่ข้ารู้มา บ่าวในเรือนของพวกเขามีมากกว่าร้อยคน แต่ละคนกลิ่นอายไม่ธรรมดาเลยขอรับ”

“ถ้าหากเป็นเช่นนั้นพวกเขาก็คงก่อตั้งขุมอำนาจเป็นของตัวเองแล้วล่ะ ไม่รู้ว่าผู้ใดเป็นอาจารย์ของเด็กน้อยฉืออั้นจิ่วผู้นั้น คนผู้นั้นคงจะมีฝีมือสูงส่งมากเป็นแน่”

หลังจากใช้เวลากว่าครึ่งวันในที่สุดก็สามารถคัดเลือกศิษย์เข้าสำนักได้ห้าคน ผู้อาวุโสห้าไม่รั้งอยู่ที่หมู่บ้านดอกท้อนานนัก ก่อนเวลาพลบค่ำก็พาคนเดินทางกลับสำนักแล้ว ส่วนเด็กที่ได้รับเลือกให้เข้าสำนัก ผู้อาวุโสห้าได้มอบเงินให้ครอบครัวพวกเขา ครอบครัวละสามร้อยตำลึง ถึงแม้ว่าจะเป็นเงินจำนวนเล็กน้อย แต่สำหรับชาวบ้านธรรมดานั้นนับว่าเป็นเงินก้อนใหญ่มาก หากใช้จ่ายอย่างประหยัดจะสามารถใช้ได้ไปนานหลายปี

 

สามวันต่อมาโรงเรียนในหมู่บ้านเถาหยวนได้เปิดเรียนเป็นวันแรก มีเด็ก ๆ ในหมู่บ้านเถาหยวนมาเรียนกันถ้วนหน้า ส่วนหมู่บ้านดอกท้อเองก็พาลูกหลานมาสมัครเรียนด้วยเช่นกัน เรื่องโรงเรียนนั้น อั้นจิ่วมอบให้เฟิ่งหมิงหัวหน้าเผ่าเฟิ่งเป็นคนดูแล 

ตอนนี้ สิ่งที่อั้นจิ่วอยากทำมากที่สุดคือออกไปท่องเที่ยวเพื่อดูว่าโลกภายนอกเป็นเยี่ยงไรบ้าง ยังมีเวลาอีกหลายเดือนกว่าท่านแม่จะคลอด เขาควรต้องออกไปนอกหมู่บ้านเพื่อเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ สักเที่ยว ประการสำคัญคือต้องการไปมองหาร้านค้าเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับนำผักและผลไม้ไปวางขายตามหัวเมืองต่าง ๆ เมื่อตัดสินใจว่าจะออกไปเที่ยวข้างนอกสักครั้ง อั้นจิ่วจึงตัดสินใจหารือกับครอบครัวในวันนี้หลังอาหารค่ำ

“ท่านย่า ท่านแม่ ทำอันใดกันอยู่หรือขอรับ”

“เจ้าเก้ามาแล้วรึ แต่ละวันเจ้าวิ่งไปเล่นซุกซนที่ใดมารึ”

“ท่านย่า ข้าเปล่าซุกซนนะขอรับ ข้าไปเก็บสมุนไพรมาเล็กน้อยเท่านั้น”

“ท่านปู่ การฝึกเป็นเยี่ยงไรบ้างขอรับ ก้าวหน้าขึ้นบ้างหรือไม่ หากขาดเหลืออันใดท่านปู่สามารถแจ้งข้าได้ทุกเมื่อ”

“ตอนนี้ถือว่าก้าวหน้าเป็นอย่างมาก แต่ยังช้ากว่าท่านพ่อของเจ้าอยู่หลายส่วน”

“ท่านพ่ออยู่ในวัยหนุ่มสาวร่างกายย่อมดีกว่าท่านปู่อยู่มากจริง ๆ แต่ท่านปู่ไม่ต้องเป็นห่วงนะขอรับ ท่านปู่ยังสามารถไปได้ไกลกว่านี้ ค่อย ๆ ฝึกฝนไปก็จะดีเองขอรับ”

“อ้าวเจ้าเก้า วันนี้เหตุใดลูกถึงได้อยู่บ้านได้ล่ะ”

“ข้ามีเรื่องจะปรึกษากับพวกท่าน เดิมทีข้าก็คิดว่าจะหารือกับพวกท่านหลังมื้อค่ำ แต่ในเมื่อตอนนี้ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า ข้าก็พูดเสียเลยก็แล้วกัน”

“มีเรื่องอันใดรึ”

“ข้าอยากจะออกไปท่องเที่ยวข้างนอกสักเที่ยว ข้าออกไปท่องใต้หล้าแล้วก็ถือโอกาสไปหาร้านค้าเอาไว้สักสองสามแห่ง พอถึงเวลาผักของบ้านเราโตก็จะได้นำไปวางขายได้”

“แล้วลูกจะไปคนเดียวรึ”

“ลูกย่อมต้องไปกับต้าเฮยและต้าฮุย ส่วนเรื่องที่หมู่บ้านไม่ต้องกังวล ไม่มีผู้ใดสามารถรังแกชาวบ้านในหมู่บ้านเถาหยวนของเราได้ หากมีผู้ใดกล้ามาก่อความวุ่นวาย ท่านพ่อแค่ออกคำสั่งก็พอ”

“ตกลง ลูกออกไปข้างนอกระวังตัวให้มากเข้าใจหรือไม่ แผ่นดินนี้กว้างใหญ่ ย่อมมีเสือซ่อนมังกรซุ่มอยู่ทุกหนแห่ง”

“ข้าทราบขอรับท่านพ่อ”

“เจ้าเก้า ให้ปู่ไปกับเจ้าด้วยดีหรือไม่”

“ท่านปู่อยู่ที่บ้านตั้งใจฝึกฝนให้ดีก็พอขอรับ ท่านพ่อเองก็อย่าได้หย่อนยานในการฝึกเป็นอันขาด รวมถึงทุก ๆ คนด้วย”

“ข้ามีของจะให้ท่านปู่กับท่านพ่อ”

“อันใดรึ มีของปู่ด้วยรึ”

“ย่อมต้องมีของท่านปู่อยู่แล้ว นี่ขอรับ ศิลาวิญญาณระดับสูงพวกนี้ท่านพ่อกับท่านปู่เอาไว้ดูดซับ ส่วนสองถุงนี่เป็นของท่านลุงเขยทั้งสองคน ส่วนสองสามถุงนี้ท่านช่วยนำไปให้ลูกพี่ลูกน้องด้วยขอรับ พรุ่งนี้เช้าข้าจะเดินทางแต่เช้ามืด จะรีบกลับมาก่อนที่ท่านแม่จะคลอดน้อง ๆ”

“ลูกชายระวังตัวด้วย”

“ขอรับท่านแม่ ท่านแม่เองก็ดูแลตัวเองให้ดี งานในบ้านให้บ่าวไพร่จัดการไม่ต้องทำเองอีกแล้ว”

“แม่ว่าจะถามเจ้า เจ้าไปหาบ่าวรับใช้ที่ใดมารึ เหตุใดบางครั้งแม่รู้สึกว่าพวกนางไม่ปกติ”

“หาจากป่าอสูรวิญญาณขอรับ พวกนางเป็นสัตว์อสูรวิญญาณระดับเทพ ท่านแม่อาจจะยังไม่ชิน เดี๋ยวก็ชินขอรับ”

“เจ้าพูดเยี่ยงนี้ ผู้ใต้บังคับบัญชาของเจ้าทั้งหมดที่ทำงานให้บ้านของเรา มิใช่คนแต่เป็นสัตว์อสูรวิญญาณรึ”

“ขอรับท่านแม่”

“ถ้าหากแม่ไม่ได้เป็นคลอดเจ้าออกมา แม่ก็คงคิดว่าเจ้าไม่ใช่ลูกชายของแม่แล้ว”

“โธ่ ท่านแม่ ข้าเพิ่งห้าขวบได้ไม่กี่วันเองนะขอรับ ข้าจะเป็นผู้ใดไปได้”

“การกระทำของลูกมีเด็กห้าขวบที่ใดทำกัน เอาล่ะ อยู่นอกบ้านระมัดระวังตัวให้มาก เข้าใจหรือไม่”

“ขอรับท่านแม่”

การเดินทางในครั้งนี้อั้นจิ่วตั้งใจจะไปที่ป่าหมอกอสูรเป็นที่แรก เพราะต้องการจัดการเรื่องเขตการปกครองของสัตว์อสูรวิญญาณหลาย ๆ เผ่า จึงจำเป็นต้องไปจัดการให้สัตว์อสูรวิญญาณที่ป่าหมอกอสูรยอมอยู่ใต้บัญชาของเขาเสียก่อน เพื่อสะดวกในวันข้างหน้า อั้นจิ่วตั้งใจจะสร้างโรงเตี๊ยมกึ่งโรงประมูลเอาไว้ที่เชิงเขาซึ่งติดกับป่าหมอกอสูร

ที่สำคัญเขาสามารถใช้สัตว์อสูรวิญญาณขั้นสูงเพื่อทำงานได้ กองกำลังของเขาจะต้องเกรียงไกร ไร้ผู้ใดจะเปรียบได้ พอถึงเวลาที่เข้าได้กลายเป็นเซียนที่แท้จริงแล้ว เขาหวังเพียงว่าทั้งครอบครัวของเขาจะได้เป็นเซียนที่แท้จริงทั้งครอบครัว ต่อไปหมู่บ้านเถาหยวนก็คือบ้านบรรพบุรุษ ที่เอาไว้กลับมาพบปะกันในบางโอกาสเท่านั้น

 

เช้าวันต่อมาอั้นจิ่วออกเดินทางพร้อมกับต้าเฮยและต้าฮุย พวกเขาทั้งสามเดินทางผ่านป่าอสูรวิญญาณไปยังป่าหมอกอสูร พื้นที่ครึ่งหนึ่งของป่าหมอกอสูรเป็นเขตการปกครองของเสือขาวอัสนีกับพยัคฆ์อัคคี ซึ่งทั้งสองยอมอยู่ใต้บัญชาของอั้นจิ่ว ส่วนอีกครึ่งของป่าหมอกอสูรนั้น มีงูดำบรรพกาลกับกิเลนไฟปกครองอยู่ ใช้เวลาไม่นานอั้นจิ่วก็สามารถไปถึงป่าหมอกอสูร ท่ามกลางเหล่าสัตว์อสูรวิญญาณที่มาต้อนรับ 

“ยินดีต้อนรับนายน้อยขอรับ” สัตว์อสูรวิญญาณทุกตัวต่างคุกเข่าให้กับเด็กน้อย

“พวกเจ้าลุกขึ้นทำตัวตามสบาย ใครมีอันใดทำก็ไปทำเถอะไม่ต้องสนใจข้า”

“เชิญนายน้อยที่ถ้ำของข้าขอรับ อีกประเดี๋ยวอัคคีก็จะมาถึงขอรับ”

“ตกลง เจ้านำทางเถอะ”

 

 

 

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel