บทที่ 7 อ้อนหนักจนได้จูบสาว
“ได้สิคะ แล้วพี่ เอ๊ย! คุณแม่จะปลุกนะคะ” อันนาหัวเราะให้กับความงงของตัวเอง เธอยังไม่ชินที่จะเรียกแทนตัวเองว่าแม่ คาเซียหลับไปแล้ว เธอมองนาฬิกาที่บอกเวลาสองทุ่ม ป่านนี้เวย์จะเป็นอย่างไรบ้างนะ ไม่หิวหรือยังไงกัน เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อโทรหาเวย์ แต่เขาก็ไม่รับสาย บางทีเขาอาจกำลังเครียดก็ได้
เสียงโทรศัพท์ของอันนาดังขึ้นในตอนดึก เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นดูเห็นเบอร์ของเวย์โทรมาจึงรีบออกไปรับโทรศัพท์นอกห้องเพราะกลัวว่าคาเซียจะตื่น
“อันนา ผมอยู่หน้าบ้านช่วยลงมาเปิดประตูให้ผมหน่อย” อันนารีบวิ่งลงไปเปิดประตูให้เวย์ เธอมองดูนาฬิกาก็เห็นเป็นเวลาตีสองกว่าแล้ว
“คาเซียอยู่ไหนเหรอ” น้ำเสียงแหบห้าวถามขึ้น
“อยู่ในห้องฉันเองค่ะ” เธอเดินนำเวย์เข้าไปในห้องนอนของเธอ เวย์เดินไปที่เตียงนอนเห็นคาเซียหลับอยู่จึงพาตัวเองไปนั่งบนโซฟา
“ผมขอโทษนะที่ทำให้คุณลำบาก”
“ไม่ต้องคิดมากหรอกค่ะ ฉันเต็มใจ” อันนาทิ้งตัวลงนั่งข้างเวย์
เวย์ไล่มองอันนาด้วยสายตา ถึงแม้เขาจะง่วงเต็มที่ แต่ชุดนอนบางเบาของหญิงสาวกลับทำให้เขาตื่นขึ้นมาทันที ผิวกายขาวเนียนละเอียดอมชมพูส่องประกายแม้ไฟในห้องนอนจะสลัว ใบหน้ายามไม่มีเครื่องสำอางนั้นดูสวยงามอย่างเป็นธรรมชาติ ริมฝีปากบางสีแดงสดเหมือนผลเชอร์รี่น่าลิ้มลองยิ่งนัก
เขาสำรวจเรือนร่างด้วยสายตาอันคมกริบและพอจะเดาได้ว่าเธอโนบรา เพราะยอดทรวงที่ดุนดันชุดนอนตัวบางแม้จะมีชุดคลุม แต่ด้วยความใหญ่โตของทรวงอกทำให้เห็นได้อย่างชัดเจน แก่นกายของเขาร้อนผ่าวแข็งขึงทันใด ถ้าจะให้แมวผู้หิวโซอย่างเวย์ต้องมานั่งมองปลาย่างอย่างเดียวก็คงเป็นไปไม่ได้ เขาจึงเริ่มบทออดอ้อนหญิงสาว
“ผมเหนื่อยจังเลยอันนา”
แล้วอันนาก็ต้องนั่งนิ่งเหมือนถูกแช่แข็ง เมื่อเขาเอนกายมากอดเธอหลวมๆ ใบหน้าหล่อซบลงกับไหล่เล็ก หัวใจเธอเต้นถี่ระรัวยิ่งนัก เวย์ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของโลชั่นบำรุงผิว เขาแอบสูดความหอมเข้าไปในปอด รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผลุดออกมาโดยไม่รู้ตัว
“อะ... เอ่อ”
“ช่วงนี้งานเยอะมาก ผมไม่ค่อยมีเวลาดูแลคาเซีย ตอนนี้คาเซียก็โตขึ้น ต้องการเวลาจากผมมากขึ้น ผมกลัวว่าลูกจะเหงา”
เธอกุมมือหนาเอาไว้อย่างให้กำลังใจ ซึ่งมันเข้าทางเวย์พอดี มือนุ่มนิ่มดุจปุยนุ่นนั้นทำให้มือหนาสั่นเล็กน้อย เขาพยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ให้เตลิดไปไกลกว่านี้
“คุณไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ ฉันจะช่วยคุณดูแลคาเซียเอง”
เวย์ยิ้มหวานละมุนส่งให้เธอ อันนามองชายหนุ่มในอ้อมกอด เวย์ผละตัวเองออกจากกายหญิงสาว เขาจ้องมองใบหน้าเนียนสวยของอันนาก่อนจะมองไปที่นัยน์ตาสีเขียวมรกต
“ตอนนั้นผมต้องต่อสู้เพียงลำพัง ผมต้องทำงานและเลี้ยงคาเซียไปด้วย แต่ช่วงนั้นคาเซียยังเด็กอยู่ ไม่เหมือนตอนนี้ แล้วยิ่งคาเซียเป็นผู้หญิง บางทีเธออาจต้องการคุยกับผู้หญิงด้วยกัน”
ใบหน้าของเขาและเธอห่างกันเพียงแค่คืบ อันนาบีบมือเวย์อีกครั้ง สายตาของเธอช่างอ่อนโยนเหลือเกิน ความมีน้ำใจ อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอของเธอนั้นทำให้เขาโชคดีจริงๆ ที่ได้เจอกับเธอ
“ฉันเข้าใจค่ะ ฉันเป็นกำลังใจให้คุณนะคะ ถ้ามีอะไรที่ฉันพอจะช่วยได้ ฉันก็จะช่วยอย่างเต็มที่ค่ะ”
เวย์คลี่ยิ้มออกมาด้วยความเผลอไผลเขาค่อยๆ โน้มใบหน้าไปหาหญิงสาว อันนาค่อยๆ หลับตาลงเมื่อเธอได้สัมผัสริมฝีปากอันแสนอบอุ่น เขาทาบทับริมฝีปากหญิงสาวเอาไว้เนิ่นนานก่อนจะค่อยๆ เคล้าคลึงด้วยเรียวปากร้อน
อันนาบีบมือเวย์สุดแรง เธอกำลังจะขาดอากาศ ลมหายใจเธอขาดเป็นระยะ เขาเคล้าคลึงอย่างนี้เนิ่นนานและด้วยความลืมตัวลิ้นร้อนของเขาไล้ไปตามริมฝีปากรูปกระจับ อันนาตกใจจนผละร่างออกห่างจากเวย์ เวย์ตกใจกับการกระทำของตัวเองยิ่งนัก
“อันนา เอ่อ... คือ ผมขอโทษ” เวย์อึกอัก เขาไม่น่ารีบร้อนจนทำให้เธอตกใจเลย ทำไมนะ? เวลาอยู่ใกล้เธอแล้วเหมือนสติเขาจะหลุดลอยไปอยู่เรื่อย เขาควบคุมตัวเองไม่ได้เลย
“คะ... คุณทานอะไรมาหรือยังคะ” อันนาเปลี่ยนเรื่องคุย ใบหน้าของเธอแดงก่ำ
“ยังเลย ผมหิวจะแย่” เวย์เริ่มละอายใจ เขานั่งอยู่ตรงหน้าคาเซียแท้ๆ ถึงแม้ว่าคาเซียจะหลับ แต่มันก็ไม่สมควรอยู่ดีที่เขาจะทำแบบนั้นในที่ที่คาเซียอยู่ด้วย
“ถ้างั้นคุณทานอะไรก่อนดีไหม เดี๋ยวฉันจะทำอะไรให้ทาน”
เวย์พยักหน้า เขาเดินตามอันนาลงมาด้านล่าง อันนาหยิบกระทะออกมาแล้วลงมือทำอาหารโดยที่มีเวย์ยืนมองอยู่ด้านหลัง ชุดนอนที่สั้นเลยเข่าขึ้นไปแนบกับลำตัวเพราะเนื้อผ้านั้นบางเบาเหลือเกิน บางจนเขาแทบจะเห็นสัดส่วนของเธอได้อย่างชัดเจน ยิ่งเห็นเธอเขาก็ยิ่งร้อนรุ่ม อยากจะดึงเธอมากอดนัก และร่วมรักกับเธอเสียเดี๋ยวนี้ แต่เขาก็ทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะเขาเพิ่งรู้จักกับเธอไม่กี่อาทิตย์เอง
“เสร็จแล้วค่ะ” อันนาตักข้าวผัดใส่จาน เวย์มองอาหารที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั้งครัว
“นี่เรียกว่าอะไรเหรอ”
“ข้าวผัดไข่ พอดีว่าในครัวไม่มีเนื้อสัตว์เลยสักอย่าง มีแต่ไข่และคุณก็ต้องทานแบบนี้” อันนาพูดติดตลก
เวย์หัวเราะให้กับท่าทีของหญิงสาว เขาแอบถอนหายใจโล่งอกที่เธอไม่โกรธเรื่องเมื่อครู่นี้
“สงสัยผมต้องขอโทษฟาบิโอเป็นการใหญ่ ข้อหาที่มารบกวนบ้านของเขาในยามวิกาล แถมยังฝากท้องกับมื้อดึกอีกต่างหาก”
เวย์หยิบช้อนขึ้นมาทานอาหาร แล้วเขาก็ต้องค้างอยู่อย่างนั้นเพราะอาหารฝีมืออันนานั้นอร่อยถูกใจเขามาก
“เป็นยังไงบ้างคะ” อันนาจับจ้องชายหนุ่ม เธอลุ้นเหลือเกิน กลัวว่าอาหารฝีมือเธอจะไม่ถูกปากเวย์
“มัน... อร่อยมาก” เวย์ทำสีหน้าเคลิบเคลิ้มยามที่เคี้ยวอาหารฝีมืออันนา อันนาแอบดีใจ หัวใจเต้นแรงด้วยความลิงโลด
“คนกำลังหิว ทานอะไรก็อร่อยทั้งนั้นแหละ”
“ไม่ใช่นะ คุณทำอาหารอร่อยจริงๆ” เวลาผ่านไปไม่นานข้าวผัดไข่ฝีมืออันนาก็เกลี้ยงจาน เวลาผ่านไปเกือบตีสาม ถ้าไม่เกรงใจฟาบิโอ เขาอาจขอนอนที่นี่กับลูกก็ได้
“เกือบตีสามแล้ว ผมคงต้องรบกวนคุณเท่านี้” เวย์พูด เขาเดินเข้าไปใกล้อันนาอีกครั้ง อันนาหลบสายตาด้วยความเอียงอาย เพราะความอบอุ่นที่ติดอยู่บนริมฝีปากยังไม่จางหายไป
“ค่ะ” ลมหายใจอบอุ่นของเวย์คลอเคลียอยู่ข้างแก้ม เมื่อรู้ตัวอีกทีเขาก็จูบเธอที่แก้มนวลเนียนไปหนึ่งครั้ง อันนายืนอึ้งไปหลายนาที กว่าจะรู้สึกตัวเวย์ก็อุ้มคาเซียลงมาแล้ว เธอเดินไปเปิดประตูให้ ก่อนจากเขาก็ยังมิวายจะส่งสายตากรุ้มกริ่มให้เธอ
“พรุ่งนี้เจอกันนะครับ ผมคงไม่ได้มารับคุณ คุณไปเองได้ใช่ไหม”
อันนาพยักหน้า เธอไม่อยากสบสายตากับเขาตอนนี้เลย เขาออกไปแล้วแต่เธอยังคงร้อนรุ่มในกายเหลือทน เธอล้มตัวลงบนเตียงนอนแล้วนอนกลิ้งไปกลิ้งมา มือบางลูบที่ริมฝีปาก พรุ่งนี้เช้าเธอไม่อยากตื่นแปรงฟันเลยให้ตายสิ เธออยากจะเก็บสัมผัสนี้ไว้นานๆ
เช้าวันต่อมาอันนาก็ตื่นสายเพราะเมื่อคืนเธอมัวแต่หลงใหลกับจูบแรกอยู่ ทำให้เธอต้องรีบร้อนในการแต่งตัว และลงไปทานอาหารเช้าพร้อมรมิตาและฟาบิโอ ฟาบิโอมองอันนาด้วยสายตารู้ทัน อันนาก้มหน้าด้วยความเขินอาย ฟาบิโอถามถึงเรื่องเวย์หลายอย่างก่อนจะพยักหน้าเข้าใจ
“ยังไงพ่อก็ฝากอันนาช่วยดูแลเวย์ด้วยล่ะ เวลาเวย์เหนื่อยเขามักจะไม่ดูแลตัวเอง นี่ก็สายแล้วลูกไปทำงานเถอะ”
เมื่อไปถึงที่ทำงานเธอก็ถูกซาร่ามองด้วยสายตาตำหนิ แต่เธอก็ไม่ได้สนใจจนเมื่อเธอเข้าไปในห้องทำงานของเวย์ แล้วเธอก็ต้องตำหนิตัวเองอย่างหนักเพราะเวย์มาทำงานตรงเวลา ทั้งที่เมื่อคืนนั้นกว่าเขาจะมารับคาเซียก็ตีสามแล้ว ไม่รู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าได้นอนกี่ชั่วโมง
“ฉันขอโทษนะคะที่มาสาย” เวย์ละสายตาจากกองเอกสารตรงหน้า คิ้วเข้มของเขาขมวดกันแทบจะผูกโบ
