บทที่ 5 อ่อยพ่อม่ายลูกติด
กลิ่นน้ำหอมแนวสปอร์ตของเขาลอยมากระทบกับจมูกของเธอ หัวใจเธอเต้นรุนแรงขึ้น เวย์ลอบมองหญิงสาวที่ใส่ชุดทำงานพอดีตัว เขาแอบมองหน้าอกอวบๆ ที่มันเห็นได้ชัดจนเขาแทบจะคลั่ง เขากำลังจินตนาการยามที่เธอไม่มีเสื้อผ้าใส่ติดตัวเลยสักชิ้นว่ามันจะน่ามองขนาดไหน แต่เขาต้องสะบัดความคิดเพราะสายตาที่เธอมองเขามันทำให้เขาร้อนรุ่มขึ้นมาในอก
“ผมมีอะไรจะบอกคุณน่ะ” เวย์พูดประโยคแรกหลังจากเงียบไปนาน การจราจรในกรุงลอนดอนไม่ติดขัดเหมือนกรุงเทพฯ เขาขับรถสบายๆ ไม่เร่งรีบจนเกินไป
“อะไรเหรอคะ”
“เรื่องโต๊ะทำงานของคุณ พอดีว่าบริษัทของผมกำลังปรับปรุงซ่อมแซมบางส่วน ทำให้พนักงานต้องย้ายมาอยู่แออัด ไม่มีที่ว่างสำหรับโต๊ะทำงานของคุณ” อันนาเริ่มใจเสีย แล้วเขาต้องการจะบอกเธอว่าอะไร
“แล้วฉันจะทำงานยังไงคะ”
“มันอาจจะดูไม่ค่อยพร้อมสำหรับการทำงานวันแรกของคุณ ถ้าคุณไม่รังเกียจผม ผมจัดโต๊ะทำงานของคุณไว้ในห้องเดียวกับผม คุณจะทำงานห้องเดียวกับผมจนกว่าการซ่อมแซมบริษัทจะเสร็จเรียบร้อย ซึ่งผมคิดว่าน่าจะใช้เวลาไม่นานนัก”
อันนาแอบดีใจ ไม่คิดเลยว่าอะไรๆ มันจะดูเป็นใจสำหรับเธอไปหมด เธอพยายามกลั้นยิ้มเอาไว้จนสุดความสามารถ นี่เธอจะได้ทำงานห้องเดียวกับเวย์อย่างนั้นหรือ โชคดีที่สุด อย่างน้อยๆ ถ้าเขาไม่สนใจเธอก็ขอให้เธอได้ใกล้ชิดกับเขาสักนิดก็ยังดี เวย์มองหญิงสาวที่เงียบไปด้วยความว้าวุ่น
“หรือว่าคุณไม่สะดวก ถ้าคุณไม่สะดวกผมจะได้...”
“สะดวกค่ะ” อันนารีบตอบ เพราะกลัวว่าเวย์จะเปลี่ยนใจย้ายโต๊ะทำงานเธอออกจากห้องเขา เวย์หัวเราะเมื่อเห็นท่าทีของหญิงสาว บางทีเขาอาจจะมีหวัง
“ผมชอบชื่อคุณจัง อันนา... ฟังแล้วดูน่ารักดี” เวย์เปรย ใบหน้าเขาขึ้นสีเล็กน้อย นี่เขากำลังเหมือนเด็กหนุ่มแรกรุ่นที่กำลังหัดจีบหญิงอยู่หรือไง ทำไมทุกอย่างมันถึงดูน่าตื่นเต้นทุกครั้งที่เขาได้อยู่ใกล้เธอ
อันนาได้ยินว่าเขาชอบชื่อเธอหัวใจเธอก็พองโต อยากจะรู้นักว่าเขาจะชอบแต่ชื่อเธอเท่านั้นหรือ ไม่คิดจะชอบเจ้าของชื่ออย่างเธอบ้างหรือไง อากาศในรถเริ่มร้อนขึ้น เธอปลดกระดุมที่หน้าอกออกเม็ดหนึ่ง ซึ่งการกระทำของเธอนั้นมันทำให้เวย์ใจตุ๊บๆ ต่อมๆ เขาน่าจะเปิดแอร์ให้ร้อนกว่านี้เธอจะได้ปลดทุกเม็ด ยิ่งเขาคิด เขาก็ยิ่งละอายกับความคิดที่แสนพิเรนทร์นั้นเหลือเกิน เขาต้องบ้าแน่ๆ ถ้าได้อยู่ใกล้เธอนานๆ
“เอ่อ คุณช่วยเร่งแอร์หน่อยได้ไหมคะ” อันนาเอ่ย หลังจากแหวกสาบเสื้อออก
“อ้อ... ได้ครับ พอดีว่าคาเซียยังไม่ค่อยหายป่วยดี ผมก็เลยเปิดแอร์ไม่เย็นจัด” เวย์เปิดแอร์ทั้งที่จริงนั้นอยากปิดมันใจจะขาด เผื่อเธอจะร้อนจนต้องถอดเสื้อออกมา อันนาเห็นสายตาที่เขาแอบมองเธออยู่บ่อยๆ เธอก็แกล้งเอาหลังมือเช็ดไปที่ซอกคอขาว ใบหน้าเวย์ขี้นสีเรื่อยๆ เพราะความคิดที่มันไปไกลจนกู่ไม่กลับ แล้วความทรมานที่ได้นั่งรถกับสาวสวยแสนเซ็กซี่ก็หมดลงเมื่อเขามาถึงหน้าบริษัทฮาโลมาร์ค
เวย์เดินนำอันนาเข้ามาในบริษัท ทั้งคู่เป็นจุดสนใจให้กับพนักงานหลายๆ คนเป็นอย่างมาก เพราะเนื่องจากเวย์เป็นพ่อม่ายที่สาวๆ ทั้งหลายต่างหมายปอง อันนาจึงถูกมองด้วยสายตาอิจฉา ยิ่งยามที่เขาชวนเธอคุยก็ยิ่งเป็นจุดสนใจ
“ซาร่า นี่อันนาเป็นพนักงานใหม่ของที่นี่” เวย์แนะนำอันนาให้รู้จักกับซาร่า เลขานุการสาวมองอันนาด้วยสายตาที่ไม่ชอบใจนัก
“ตอนแรกฉันคิดว่าเป็นผู้ชาย” ซาร่าอดเปรยออกมาไม่ได้ เธอหมายปองเวย์ไว้นานแล้ว เธอก็คิดสงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมเวย์ถึงได้สั่งให้คนย้ายโต๊ะทำงานเข้าไปเพิ่มข้างในอีกตัว เธอรู้แต่ว่าจะมีพนักงานคนใหม่เข้ามาทำงานที่นี่ จริงอยู่ที่บริษัทกำลังซ่อมแซมทำให้พนักงานต้องมานั่งเบียดเสียดกัน แต่มันก็ยังมีที่ว่างสำหรับพนักงานใหม่อยู่ ไม่จำเป็นเลยที่เวย์จะต้องให้หญิงสาวคนนี้ไปทำงานด้วยกันในห้องทำงานส่วนตัวของประธานบริษัท
“ซาร่าผมขอกาแฟแก้วนึง อันนาจะรับอะไรไหม”
อันนาส่ายหน้า เธอไม่ชอบทานกาแฟและที่สำคัญเธอทานอาหารเช้ามาแล้ว ซาร่าตกใจนักที่เวย์หันไปถามอันนา มันใช่เรื่องที่ไหนที่จะให้เลขานุการอย่างเธอไปชงกาแฟให้กับพนักงานใหม่ ยิ่งเธอมองหน้าอันนาก็ยิ่งหมั่นไส้ เธอยอมรับเลยว่าอันนาเป็นผู้หญิงที่สวยมาก เวย์เป็นผู้ชายทั้งแท่งและที่สำคัญเขายังไม่มีใคร แล้วอยู่ด้วยกันใกล้ชิดสองต่อสองมันจะไม่เตลิดไปไกลหรือยังไงกัน ยิ่งเห็นอันนาแต่งตัวมาทำงานเป็นวันแรกก็อดตำหนิไม่ได้ ชุดทำงานขนาดพอดีตัวไม่ถึงกับรัดติ้ว แต่มันก็อวดหุ่นของอันนาได้เป็นอย่างดี กระโปรงที่สั้นเหนือเข่าขึ้นมาอวดเรียวขาสวยที่ไม่ต้องพึ่งถุงน่องอย่างเธอ ความอิจฉาเริ่มครอบงำซาร่า ทั้งคู่เข้าไปในห้องทำงานด้วยกันแล้ว แต่เธอยังยืนวิตกกังวลอยู่หน้าห้องไม่หาย
“โต๊ะทำงานของคุณอยู่ด้านโน้น ผมจัดไว้ให้แล้วไม่รู้จะถูกใจคุณหรือเปล่า” อันนามองโต๊ะทำงานของตัวเองที่ถูกจัดไว้ให้เป็นอย่างดี บนโต๊ะทำงานมีแจกันสีขาวกับดอกกุหลาบสีชมพูปักไว้อยู่ เธอหยิบดอกกุหลาบขึ้นมาดม เขาชักอยากจะเป็นดอกกุหลาบแล้วสิ เธอจะได้ดอมดมแบบนี้ เวย์แอบมองอันนาเป็นระยะ ยิ่งเห็นเธอกำลังสำรวจโต๊ะทำงานก็ยิ่งอยากรู้ว่าถูกใจหญิงสาวมากน้อยแค่ไหน “เป็นยังไงครับ ถูกใจคุณหรือเปล่า” อันนาหันมายิ้มให้เวย์ รอยยิ้มนั้นทำให้เขาหายใจสะดุด
“ถูกใจมากเลยค่ะ แล้ววันนี้งานของฉันมีอะไรบ้างคะ” อันนานั่งบนเก้าอี้ เธออยากทำงานแล้ว ด้วยความเคยชินเธอยกขาขึ้นมาไขว่ห้างเผยให้เห็นต้นขาขาววับๆ แวมๆ เวย์กลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ ความร้อนรุ่มเริ่มเกาะกินชายหนุ่มทีละนิด กระโปรงที่ร่นขึ้นไปทำให้เห็นเรียวขาสวยงาม เขาเดินไปข้างๆ หญิงสาวแล้วหยิบแฟ้มงานออกมากางให้อันนาดู
“ก็แค่ตรวจสอบข้อมูลตามนี้” เขาก้มหน้าลงมาเพื่อจะคุยกับอันนาสะดวกขึ้น เขาหายใจรดต้นคอหญิงสาว ใบหน้าอันนาขึ้นสีระเรื่อเมื่อสายตาทั้งคู่สบกัน ด้วยความตื่นเต้นอันนาจึงทำแฟ้มเอกสารหล่น เธอรีบก้มลงไปเก็บพร้อมๆ กับเวย์ที่ก้มลงไปเหมือนกัน เสื้อเชิ้ตที่กระดุมบนถูกปลดไปตั้งแต่บนรถนั้นคว้านลึกเผยให้เห็นเนินอกอวบขาวผ่องรำไร เวย์จับจ้องไปที่หน้าอกอวบๆ ภายใต้เสื้อตัวสวย อันนารีบเก็บเอกสารที่หล่นกระจายเต็มพื้น เขาต้องสลัดความคิดที่จะช่วยเธอเก็บทิ้งไป เขามองเธอก้มเก็บเอกสารอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งซาร่าเดินเข้ามาในห้องทำงานพร้อมกาแฟหนึ่งถ้วย
“กาแฟได้แล้วค่ะ” เหมือนเสียงรบกวนยามเขาทำสมาธิ ใช่... เขากำลังทำสมาธิกับการจับจ้องเนินอกขาวผ่อง ยิ่งเขาอยู่ใกล้เธอเขาก็ยิ่งเหมือนคนโรคจิตขึ้นทุกที เขารีบลุกขึ้นแล้วเดินไปรับแก้วกาแฟจาก ซาร่าก่อนจะไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเอง ซาร่าเดินออกจากห้องไปแล้ว เขาจึงพูดกับอันนาว่า
“เอ่อ งานวันแรกของคุณก็มีเท่านี้ มันคงไม่มากเกินไปใช่ไหม” อันนาพยักหน้า เธอรู้สึกอายกับสายตาของเขานัก สายตาคมกริบนั้นแทบจะฉีกเสื้อผ้าเธอออกเป็นชิ้นๆ ถ้าทำได้ เธอก้มหน้าก้มตาทำงานด้วยความขยันขันแข็ง ต่างจากเวย์ที่คอยลอบมองเธออยู่เป็นประจำ และบ่อยครั้งที่เขาได้เห็นอะไรวับๆ แวมๆ ยามเธอเผลอ เขาดูเป็นคนเลวมากที่ใช้สายตาในทางที่ผิด แต่ใครกันจะอดใจไหว ยิ่งอยู่ใกล้ ยิ่งอยากกอด เธอกำลังรู้ตัวหรือเปล่าว่าได้เล่นตลกกับหัวใจเขาเสียแล้ว
เมื่อถึงเวลาพักเวย์ก็ชวนอันนาออกมาทานอาหารที่ร้านอาหารไทยใกล้ๆ กับบริษัท เธอเดินออกมาพร้อมกับเวย์ แน่นอนเธอก็จะถูกมองด้วยสายตาที่ส่งมาด้วยความอิจฉา
