บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 ถูกทิ้ง

(คืนก่อนแต่งงาน)

“ดา!!ขอบคุณเพลิงอีกครั้งนะคะ ที่ใช้หนี้ให้กับครอบครัวดาทั้งหมด ไม่รู้จะตอบแทนบุญคุณครั้งนี้ยังไงดี”เธอพูดพร้อมกับกราบไปที่อกของแฟนหนุ่ม ขนาดที่พวกเขาทั้งสองกำลังนั่งอยู่โซฟากลางห้องที่จะใช้เป็นคืนเข้าหอ โรงแรมในเครือตระกูลอัครเดชา

“ดาอย่าพูดอย่างนี้สิ เรื่องแค่นี้เองต่อไปเราก็จะแต่งงานเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว ปัญหาของคุณก็คือปัญหาของผมเหมือนกัน”

“เพลิงคะ…”

“ครับ…”

“ขอบคุณนะคะ ตลอดระยะเวลาสามปี ที่เราคบกันมาเพลิง เป็นแฟนที่ดีและยอมเปลี่ยนอะไรหลาย ๆ อย่างเพื่อชีวิตของเรา ถึงดาจะงี่เง่าและเอาแต่ใจ คุณก็ไม่เคยว่าเลยสักครั้ง เพลิงช่วยซัพพอร์ตดาในหลาย ๆเรื่องทั้งที่ไม่เคยร้อง ไม่รู้ว่าชาตินี้จะหาผู้ชายดี ๆแบบเพลิงได้ที่ไหน” ขณะที่กำลังซบออกของแฟนหนุ่มอยู่พร้อมกับเงยหน้าจ้องไปที่ดวงตาของอีกฝ่ายและใช้มือสัมผัสที่ลูบไปที่ใบหน้าของอีกฝ่ายเบาๆ

“ไม่ว่าวันข้างหน้าดาจะทำผิดต่อคุณมากมาย จะเกิดอะไรขึ้นเพลิงรับรู้ไว้เสมอนะคะ ว่าดาจะมีแต่ความหวังดีให้เพลิงตลอด จะเป็นเพื่อน และเป็น…คนรักของคุณแบบนี้ ถึงคุณโกรธเกลียด ดาพร้อมยอดรับความผิดทุกอย่างที่ทำลงไป ดารักคุณนะคะ” (คุณเป็นเพื่อนที่ดีสุด) ถ้าวันหนึ่งเราได้ห่างไกลกันเพลิงอย่าลืมดานะคะ

“เพลิงสัญญากับดาได้ไหมคะว่าจะ ไม่โกรธไม่เกลียดกัน”

“ทำไม …พูดอะไรแบบนั้นครับ เพลิงจะเกลียดดาได้ยังไงกัน มันจะไม่มีทางเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นเด็ดขาด เชื่อใจเพลิงนะ”

“เพลิงสัญญาก่อนสิคะ”

“ครับ…ครับ สัญญาไม่ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะไม่มีวันโกรธเกลียดดาเด็ดขาด เราจะเชื่อใจกัน ถึงว่าชีวิตคู่จะมีกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่เราต้องมาปรับความเข้าใจกันอย่าปล่อยทิ้งไว้นาน และถึงเรื่องนั้นจะหนักหนาแค่ไหน ดาโปรดรับรู้ไว้นะ ว่าคนที่เพลิงจะรักมากที่สุด ก็คือดาคนเดียว”

“ขอบคุณนะคะ”

“เพลิงรักดานะครับ ฟอดดด”

“นี่ก็ดึกมากแล้ว เพลิงกลับห้องไปพักผ่อนได้แล้วนะคะ แล้วไหนจะต้องตื่นเช้ามีอะไรให้ต้องทำกันเยอะแยะ เต็มไปหมดคงวุ่นวายน่าดูเลย แล้วถ้าตื่นหน้าโทรมใต้ตาดำ พรุ่งนี้ไม่หล่อ ไม่รู้ด้วยน๊า… เพลิงต้องเป็นผู้ชายที่หล่อที่สุดในงานจะให้ใครมาว่าไม่ได้ เดี๋ยวเขาหาว่าดาดูแลเจ้าบ่าวไม่ดีปล่อยให้หน้าโทรม”

“เพลิงนอนกับดาไม่ได้เหรอ นอนด้วยนะครับ…นะที่รัก ให้เพลิงนอนด้วยนะ”

“ไม่ได้ค่ะ ตามจริงโบราณเขาว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่จะแต่งงานกันเขาไม่ให้เจอหน้ากันเจ็ดวัน ถ้าเจอกันเขาว่าจะอยู่ด้วยกันไม่ได้นาน”

“แต่ผมไม่ถือนี่”

“ที่รักคะเชื่อไว้ก็ดี ถึงเราไม่ได้ทำตามที่โบราณเขาถือ แต่อย่างน้อยคืนก่อนแต่งงานเราก็ควรแยกกันอยู่ ดาอยากให้เพลิงเห็นดาตอนใส่ชุดไทยในพิธีหมั่นพรุ่งนี้ทีเดียวเลยนะ….นะคะ” ทั้งน้ำเสียงแล้วท่าทางออดอ้อนทำให้เห็นแล้วเอ็นดูแฟนสาวเลยทำให้เขายอมตกลงตามใจเธอง่าย ๆ

“ก็ได้ครับ เพลิงจะรอดูพรุ่งนี้ว่า ภรรยาของเพลิงจะต้องสวยที่สุดในงานแน่ ๆ”

ค่ะ…

“ผมไปนอนก่อนนะ จุ๊บเจอกันพรุ่งนี้”หลังจากที่ชายหนุ่มเดินหันหลังให้ ขณะที่กำลังจะเปิดประตู เพื่อที่จะออกจากห้องไป ก็มีเสียงสบถเบา ๆ มาจากแฟนสาวที่ได้ขึ้นชื่อว่าที่ภรรยา ทั้งแววตาและน้ำเสียงที่เธอใช้พูดออกไปนั้น มีแต่ความรู้สึกผิดอยู่เต็มอก

“ดาขอโทษนะคะเพลิง คุณดีกับดาจริง ๆแต่ดาไม่สามารถแต่งงานกับคนที่ไม่รัก ไม่ได้ขอให้คุณเจอคนที่รักคุณจริงๆ ขอโทษนะคะ”

กลางดึกของค่ำคืนที่พระจันทร์เต็มดวงท้องฟ้าสว่างไสวในเมืองหลวง ช่วงเวลาเกือบตีหนึ่ง หญิงสาวที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นว่าที่เจ้าสาว และพอคืนนี้ผ่านพ้นไปรุ่งเช้ามาถึง เธอก็จะได้เป็นเจ้าสาวที่ใคร ๆหลายคนต่างพากันอิจฉา ที่เธอได้หัวใจผู้ชายที่แสนดี และเพียบพร้อมไปซะทุกอย่าง แต่เธอกับไม่มีความสุขเอาเสียเลย เพราะคนที่เธอรักนั้น ไม่ใช่ผู้ชายที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นว่าที่เจ้าบ่าว ในการตัดสินใจครั้งนี้เธอรู้ว่ามันไม่ถูก อาจจะทำให้ฝ่ายชายเสียใจและทางครอบครัวเขาด้วยที่จะเสียหน้าตาทางสังคมอาจจะถูกผู้คนมากมายครหาว่า “เขาเป็นเจ้าบ่าวที่เจ้าสาวหนีงานแต่ง” ไปอีกนานเลยก็ตาม แต่เธอคิดว่าตัวเองนั้นตัดสินใจถูกแล้ว เธอก็เลยตัดสินใจที่จะหนีงานแต่งไปอยู่กับคนที่เธอรักนั้นก็คือดนัย ภัครพิศัย ที่แอบคบกันแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆหลายคนอาจมองว่าพวกเธอเป็นเพื่อนในกลุ่มที่สนิทกันธรรมดา แต่ตาจริงแล้วพวกเขานั้นคบกันมาได้เกือบเก้าปีแล้ว ด้วยอะไรหลาย ๆ อย่างทำให้เธอและเขาไม่สามารถเปิดว่าคบกันได้จึงทำให้เรื่องมันเลยเถิดมาขนาด ความผิดในครั้งนี้เธอยอมรับมันไว้แต่เพียงผู้เดียว ระหว่างที่เธอกำลังยืนมองท้องฟ้าอยู่นอกระเบียงของโรงแรมหรูกลางเมืองหลวงนั้น

“ที่รักเก็บของเสร็จรึยัง พวกพาสปอตเอกสารสำหรับเดินทางคุณดูเรียบร้อยแล้วใช่ไหม ไม่ได้ลืมอะไรแน่นะ” ตอนนี้ผมให้ลูกน้องมารอรับคุณที่ข้าง ๆ โรงแรมแล้วนะ ถ้าลืมอะไรไว้ค่อยบอกนัยทีหลังก็ได้ จะตามเอาไปให้ทีหลัง ผมจะอยู่ที่นี่ก่อนสัก สองถึงวันแล้วค่อยตามไปเดี๋ยวมีคนสงสัยดารอนัยนะ ผมจะรีบตามไปจุ๊บ…”

“ค่ะ… ดาไม่ลืมอะไรแล้ว นัยรีบตามดาไปนะ ต้องเหงาแน่ ๆ ถ้าไม่มีคุณ”

“ครับดา ผมจะรีบตามไปนะ แล้วนี่เป็นอะไรทำไมทำท่าเหมือนไม่สบายใจอะไรสักอย่าง หรือคุณกำลังอาลัยอาวรณ์ไอ้เพลิง คุณไม่อยากหนีไปกับผมใช่ไหม”

“ไม่อย่างนั้นสักหน่อย ดาจะไปอาลัยอาวรณ์เพลิงทำไม ในเมื่อเขาไม่ได้เป็นคนที่ดารัก คนที่ดารักมีแค่นัยคนเดียวเท่านั้น ที่ดาเป็นแบบนี้ เพราะเป็นห่วงพ่อกับแม่ กลัวพวกท่านทั้งสองจะคิดมากที่ดาหนีไปโดยที่ไม่บอกกล่าว”

“โธ่…ผมนึกว่าเรื่องอะไรซะอีก เรื่องพ่อแม่ดาไม่ต้องเป็นห่วงนะ ผมจะคอยให้คนดูแลอยู่ห่าง ๆ แล้วที่สำคัญพ่อแม่ของคุณ ได้จากไอ้เพลิงไปเยอะ มันทั้งใช้หนี้ให้ ทั้งซื้อบ้านซื้อรถไหนจะเงินสดอีกถ้าพวกท่านไม่กลับไปเล่นพนันอีก นัยว่านะแค่นี้ก็สบายแล้วที่สำคัญ คนอย่างเพลิงมันคงไม่ไปขอทั้งเงินและบ้านกับรถคืนหรอก เชื่อผมถ้าคุณกลัวพวกท่านลำบาก ดาทำงานแล้วค่อยส่งเงินมาให้พวกท่านก็ได้ ไม่ต้องคิดมากแล้วนะที่รัก

“ค่ะ…ดาไม่คิดมาแล้ว ไปก่อนนะคะ”

“แล้วเจอกันครับ ที่รัก”

เช้าวันแต่งงาน

ในช่วงเช้าของพิธีแต่งงานที่มีแต่ญาติและคนสนิทของทั้งสองฝ่าย ที่มีไม่ถึงยี่สิบคน ที่เป็นไปตามคำขอของทางเจ้าสาว ได้จัดขึ้นในโรงแรมหรูกลางเมืองหลวงในเครือของตระกูลอัครเดชา ที่สื่อต่าง ๆ อยากเข้ามาทำข่าวของตระกูลดังระดับประเทศจะเข้าพิธีมงคลแต่ก็ไม่มีสื่อจากสำนักไหนได้มาทำข่าว เพราะด้วยพิธีช่วงเช้าทั้งสองฝ่ายต่างตกลงกันว่าจะขอเป็นพิธีเงียบ ๆ ภายในครอบครัวเท่านั้น

ก่อนที่จะเริ่มพิธีในช่วงเช้า

ทางทีมงานที่ได้รับหน้าที่มาแต่งหน้าทำผมให้กับฝั่งเจ้าสาว ที่มาตั้งแต่ตีสาม จนเวลาล่วงเลยมาถึงตีห้าแล้ว ก็ไม่พบตัวของว่าที่เจ้าสาวเลย ช่างแต่งหน้าก็โทรไปถามทางฝั่งของว่าที่เจ้าบ่าวก็ไม่พบ ทันทีที่อัคนีได้รับรู้ว่า ไม่มีใครพบแฟนสาวเขาก็รีบตามมาหาที่ห้อง ที่จัดไว้ให้เธอทันที เขาพยายามติดต่อทั้งโทรหาก็ไม่ติดและโทรสอบถามกับเพื่อนทั้งเขาและเธอที่พอจะรู้ ก็ไม่มีใครทราบว่าเธอหายไปไหน เนื่องจากเธอนั้นไม่ได้นำโทรศัพท์ไปด้วยเขาเห็นว่างอยู่ที่โต๊ะริมระเบียง

ทำให้อัคนีร้อนใจเป็นอย่างมาก กลัวเกิดอันตรายขึ้นกับแฟนสาว จนเขาโทรไปหาทางด้านคุณนภาที่เป็นแม่ของธิดา ทางนั้นก็ไม่รู้ว่าลูกตัวเองหายไปไหน จนท่านทั้งสองต้องรีบตามมาที่โรงแรม พยายามติดต่อและตามหากัน เขาได้สอบถามจากทางล็อบบี้ของโรงแรม ว่าได้เจอธิดาออกจากโรงแรมไหม ทางนั้นตอบกลับมาว่าเจอเธอเดินออกไปพร้อมกับกระเป๋าสะพายใบเล็ก ๆ ไม่ได้มีอะไรนอกจากนี้แต่ก็มีท่าทางรีบร้อน ก่อนที่จะขึ้นรถไป ในช่วงเวลาเกือบตีหนึ่ง โดยมีรถมารับที่ข้าง ๆโรงแรม แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร

อัคนีจนปัญญาที่จะหาเขาได้แต่เดินรอบ ๆ ห้องจนไปเจอจดหมายที่เธอนั้นแนบไว้กับชุดหมั้น เขาก็ได้เปิดอ่านทันที พอออกจบ ตัวเขาชาแทบจะเดินต่อไปไม่ไหว ค่อย ๆ ทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้นพอกับมือที่ที่สั่นไหวและดวงตาที่พร่ามั่ว น้ำตาคลอเบ้าพร้อมทั้งพยายามจับประเด็นในการอ่านจดหมายที่คนรักฝากเอาไว้

ถึงเพลิง

เมื่อคุณได้อ่านจดหมายฉบับนี้แล้ว เพลิงคงรู้ว่าดาไม่ได้อยู่ที่งานแต่งนของเราที่จะจัดในพรุ่งนี้เช้าแล้ว “ขอโทษนะคะ” ที่ไม่สามารถเป็นเจ้าสาวของคุณได้ ไม่รู้ว่าจะพูดหรืออธิบายอะไร นอกจาก “คำว่าขอโทษ” กับทุกสิ่งทุกอย่างที่ดาทำลงไป คุณยังจำสัญญาที่ให้ไว้กับดาได้ไหมว่า ถึงดาจะทำผิดร้ายแรงแค่ไหนคุณก็จะไม่โกรธเกลียดกัน ถึงคุณจะไม่ให้อภัยดา ในความผิดครั้งนี้ที่ดาก่อไว้ แต่ดาก็จะยอมรับผลของการกระทำในครั้งนี้ ที่ตัวเองดาทำลงไป ขอบคุณในความรักและความหวังดี และอีกคุณหลายๆ คุณทำให้กับดาและครอบครัวของดามาโดยตลอด หวังว่าสักวันจะได้ไปอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้เพลิงฟัง ถึงแม้ตอนนั้นคุณอาจไม่อยากรับฟังมันแล้วก็ตาม หวังว่าเพลิงจะไม่ทุกข์และเสียใจมันมากขอให้เพลิงโชคดีนะ เพื่อนคนนี้หวังจะหวังดีกับคุณเสมอ ขอบคุณที่รักดานะคะ ธิดา...

ทันทีที่เขาได้เปิดอ่านจดหมายของแฟนสาว เขาก็ได้แต่ตั้งคำถามกับว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำ เธอทิ้งเขาไปโดยไร้เยื่อใย มีแต่จดหมายเหี้ย ๆ …ฉบับเดียวที่จับใจความอะไรไม่ได้สักอย่าง มีแต่คำว่าโทษ แต่คำนี้กูไม่อยากได้ยินคำที่อยากได้ยินอะไรมันคือสาเหตุที่เธอทอดทิ้งให้เขาเป็นเจ้าบ่าวที่เจ้าสาวหนีงานแต่ง ได้แต่มองขึ้นเพดานเพื่อจะเก็บซ่อนไม่ให้น้ำตามันไหลออกมา อยากจะออกไปตามหา แต่ใจมันก็บอกว่า เขาไม่เอามึงแล้วไอ้เพลิง ถ้าผู้หญิงคนนั้นเธอรักมึงจริง เธอจะไม่มีทางทิ้งให้มึงเป็นหม้ายขันหมากแบบนี้หรอก หรือจริง ๆแล้วตลอดเวลาเขาไม่เคยรักมึงเลยว่ะ… หลอกตัวเองมาโดยตลอดเลยหรอเนี่ย…หึมึง!!นี่นะโง่สิ้นดีไอ้เพลิง

“ไม่ต้องตามหา ผู้หญิงคนนั้นแล้วนะครับ เธอไม่อยู่แล้ว”

เมื่อเจ้าบ่าวที่ถูกทิ้งในวันแต่งงานเดี่ยวดาย โดยที่ไร้เจ้าสาว พูดประโยคนั้นออกไปทุกคนที่อยู่ในห้องนั้นต่างพากันเห็นใจและสงสาร ในตัวชายหนุ่ม แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกไปทั้งห้องต่างเงียบสงัดมีเพียงเสียงจากเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอยู่

“ทุกคนไม่ต้องสงสารแค่นี้ผมสบาย ผมมันก็แค่เป็นผู้ชายที่ถูกทิ้งในวันแต่งงาน ก็ผู้หญิงเขาไม่รักจะให้ทนฝืนแต่งงานด้วยก็ดูกะไรอยู่” ทุ่มเทให้เขาทุกอย่าง สิ่งที่ได้ตอบแทนคือความเจ็บปวด ชายหนุ่มที่พูดทั้งน้ำเสียงอันสั่นคลอ พร้อมกับดวงตาที่แดงก่ำที่ไม่อาจกล้ำกลืนฝืนทน ไม่ให้น้ำตาไม่ไหลลงได้อีกต่อไป

“เพลิงจะเอายังไงต่อลูก” คุณหญิงพราวพิราที่อยู่ในห้องด้วย ที่ได้ตามบุตรชายมาตั้งแต่ต้นตั้งแต่มารู้ว่า ไม่พบว่าที่ลูกสะใภ้ในห้องแต่งตัวที่เป็นเขาได้จัดเตรียมไว้ให้ ท่านได้แตะไปที่ไหล่ของลูกชายคนเล็กเพื่อที่จะให้กำลังผ่านทางแววตาและฝ่ามือที่ไปลูบไหล่เบาๆ เป็นการปลอบประโลมให้รู้ว่าแม่ยังอยู่ตรงนี้ ท่านรู้ว่าบุตรชายเสียใจมากและกำลังอ่อนแออยู่ แต่ก็อยากทราบว่าอัคนีจะเอายังไงต่อกับเรื่องนี้ดี จะให้ไปถามทั้งฝั่งของพ่อแม่ผู้หญิงตอนนี้คงไม่มีสติมาตอบเพราะคุณนภาได้เป็นลม ล้มพับไปที่เรียบร้อย ทางด้านของฝั่งสามีเธอก็พัดหวีให้ จะถามสามีตัวเองก็มีแววตาดุดันคงโกรธแทนลูกชาย แต่ก็ไม่แสดงออกมาทางอารมณ์แค่นี้ก็ดีมากแล้ว

“ผมก็ไม่รู้ต้องทำยังไง แม่ช่วยจัดการให้ผมที แม่อยากทำอะไรก็ทำได้ตามสบายเลยผมขอไปอยู่คนเดียวเงียบ ๆ สักพัก” หลังจากที่อัคนีพูดประโยคนั้นออกไปเขาก็เดินออกจากห้องไป ว ณ ตอนนี้เขาเพียงต้องการใช้สมาธิและขออยู่กับตัวเองแบบเงียบ ๆรับรู้แค่ว่าตัวเองเดินไปเรื่อย ๆ จนไปหยุดที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง นั่งอยู่อย่างนั้นตั้งแต่เช้าจนมีเจ้าหน้าที่มาบอกว่าสวนปิดแล้ว จนตัดสินใจกลับบ้านพอถึงรุ่งเช้าวันใหม่ อัคนีก็รีบขับรถกลับไปไร่ชมเดือนทันที โดยไม่ได้บอกลาทั้งพ่อแม่และพี่ชายที่รอ ที่จะถามไถ่ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น

พอไปถึงที่ไร่ชมเดือนก็หมกตัวอยู่แต่ในห้องดื่มเหล้า คนเดียวในห้อง ไม่ออกไปไหนเป็นเวลาเกือบเดือน จนทำให้ร่างกายซูบผอมลงไปเยอะ ใครจะเข้ามาหาเขาก็ไล่ตะเพิดออกไปชีวิตวัน ๆ วนอยู่แบบนั้น ดื่มเหล้าให้เมาจะได้หลับ ให้มันลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้น ชีวิตวนลูบอยู่แบบนั้น

จนคุณหญิงพราวพิราทนพฤติกรรมของลูกชายไม่ไหว กลัวตายก่อนวัยอันควร ท่านจึงมาเรียกสติลูกชายให้กลับไปทำงานใช้ชีวิตให้เป็นผู้เป็นคนกับคนอื่นบ้าง เพราะตอนนี้ไร่เกิดปัญหา ถ้าไม่มีเจ้าของไร่มันจะพัฒนาไปเดินยังไง คนงานตาดำ ๆ เกือบสามสิบชีวิต ที่รอให้ผู้เป็นนาย อย่างอัคนีกลับมาทำงานและกลับมาเป็นพ่อเพลิงคนเดิมของลูกน้อง

“นี!!กูทำอะไรอยู่วะ”

จะเป็นบ้าเพราะผู้หญิงคนเดียวแบบนี้เหรอ ผู้หญิงที่ไม่รักมึง ผู้หญิงที่ทิ้งมึงไป จะไปฟูมฟายหาเธอทำไม ทำดีที่สุดแล้วเขาไม่รัก มึงก็ต้องไปสนซิวะเพลิงแค่ผู้หญิงคนเดียว

พอคิดได้แบบนั้นตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา พ่อเลี้ยงเพลิง ที่พวกลูกน้องต่างเรียกว่าเป็นคนบ้างานขั้นสุด ทำงานหามรุ่งหามค่ำจนที่ไร่ของเขาเป็นที่รู้จักทั้งในจังหวัดและประเทศ เจ้าของไร่ชมเดือน ที่ส่งออกผลไม้และไวท์และพืชผักตามฤดูกาล จากคนงานในไร่เกือบสามสิบชีวิต จนตอนนี้มีคนงานเป็นร้อย คนงานที่ไร่ต่างรักและเคารพนายของตัวเองเป็นอย่างมากเพราะบางคน มาสมัครงานโดยไม่มีอะไรมาสักอย่างเขาก็ให้ความช่วยเหลือ บางคนติดยา หรือไม่มีที่อยู่อาศัยเขาก็รับเข้าทำงาน จนคนงานที่ไร่ขนานนามให้ว่า “นายเพลิงปากร้ายแต่โคตรใจดี”

นั่นแหละชีวิตของเขา “อัคนี หรือพ่อเลี้ยงเพลิง” ต้องขอบคุณธิดาเหมือนกันที่ทำให้เขามีทุกวันนี้ถ้าไม่รู้ถึงความเจ็บปวดเธอที่มอบให้เขาอย่างเจ็บปวด ก็ไม่ไอ้เพลิงคนที่บ้างานจนประสบความสำเร็จในทุกวันนี้ก็ได้ แต่ถ้าถามเรื่องผู้หญิงทุกวันนี้ถ้าปลดปล่อยเขาก็จะชวนลูกน้องไปในเมืองไปร้านเจ๊สมร เจ้าประจำที่ใช้บริการเวลาเหนื่อยหรือมีอารมณ์ก็แค่ให้ไอ้วีลูกน้องคนสนิทโทรไปกริ่งเดียว เป็นอันรับรู้ว่าเขาต้องการอะไร

คิดแล้วก็เซ็งแม่ตัวเองทุกวันนี้วัน ๆ ไม่ทำอะไรนัดดูตัวให้เขาอย่างกับลูกชายตัวเองเป็นพวกไม่มีใครเอา ลูกคุณหญิงคุณนายต่างพากันมาประเคนให้เขาทิ้งที่ไร่ เขานี่ไล่ตะเพิดจนกลัวหัวหดรีบกลับบ้านแทบไม่ทัน

“โอ๊ย… ชีวิตไอ้เพลิงจะไม่มีทางสงบสุขเลยถ้ายังหาเมียให้แม่ไม่ได้ จะบ้าตาย กูไม่อยากมีเมียเว่ยยย…..กูอยากอยู่คนเดียว”

แม่ง….ผู้หญิงก็เหมือนกันหมดเห็นรวยเข้าหน่อยชอบวิ่งเข้าหา ไม่เว้นแม้แต่ อดีตคนรักอย่างธิดาพอเขาใช้หนี้ให้ครอบครัวเธอจนหมด ก็หนีงานแต่งไปและเขามารับรู้ทีหลังว่าเธอได้นำเครื่องเพชรกับเงินจำนวนหนึ่งให้ก่อนวันแต่งงานไปด้วย ยิ่งมารับรู้ยิ่งไม่ชอบผู้หญิงหิวเงิน จะบอกว่าไม่รักตั้งแต่แรกมันก็จบแล้วป่ะ

เอาเถอะถือว่าเงินที่เสียไป เสียให้กับความโง่ตัวเอง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel