บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 อดีตที่เจ็บปวด

4 ปีก่อน

“ดา…ดาครับ!! เหม่อคิดถึงใครอยู่หืม” อัคนีเดินเข้าสวมกอดคนรักจากด้านหลัง พร้อมกับหอมแก้มฟอดใหญ่ “ผมเรียกดาตั้งหลายรอบก็ไม่หันมาสักที” ดา หรือธิดา แฟนสาวของอัคนี เรารู้จักกันตั้งแต่สมัยเรียนที่อังกฤษ ด้านอัคนีนั้นได้ไปเรียนต่อปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ ส่วนธิดาเธอได้ทุนเรียนต่อโทคณะเดียวกัน และได้เริ่มพัฒนาความสัมพันธ์จากเพื่อนกลุ่มเดียวกัน มาเป็นคนรู้ใจกว่าจะได้คบกัน กว่าธิดาจะตอบตกลงคบ ก็ใช้เวลาเกือบปีเพราะก่อนที่จะรู้จักกัน อัคนีขึ้นชื่อว่าหนุ่มเพล์บอยตัวพ่อ ที่เมืองไทยต่างก็รู้จักเขาดี เนื่องจากตระกูลอัครเดชา ของเขานั้นรวยติดอันดับต้น ๆของประเทศ พอได้รู้จักธิดาจากพ่อหนุ่มเพล์บอย ก็เป็นหนุ่มนักรักเขาพยายามเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง เพื่อผู้หญิงคนที่ได้หัวใจเขาไปครอบครอง ตามตื๊อตามจีบอยู่นานสุดท้ายเธอก็ตอบตกลงเป็นแฟนกัน

“เพลิงเรียกดาเหรอคะ…มีอะไรหรือเปล่า”

“เพลิงมาตามดาไปกินข้าวครับ ดาเป็นอะไรไหมหน้าตาดูไม่ค่อยสดใสเลย หรือว่าไม่สบาย” อัคนีพูดพร้อมกับเอามือไปแตะที่หน้าผากของแฟนสาว “ตัวก็ไม่ได้ร้อนนิ ดามีอะไรไม่สบายใจบอกผมได้นะ”

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ…..ดาแค่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรสำคัญ”

“ครับ…” ไม่อยากเซ้าซี้แฟนสาว เกร็งว่าเธอจะไม่พอใจ ถ้ามีอะไร เดี๋ยวก็คงบอกเขาเอง

“ดาหิวยังครับ” ทางด้านของธิดาเมื่อแฟนหนุ่มถาม ก็เอามาลูบไปท้องตัวเองเบา ๆ เพื่อบอกว่าเธอเริ่มจะหิว

“พอเพลิงพูดดาก็ซักจะเริ่มหิวแล้ว”

“งั้น!! เราไปกินข้าวกันเถอะ ผมให้แม่บ้านเตรียมกับข้าวไว้ให้แล้ว มีแต่ของโปรดดาทั้งนั้นเลยนะ แต่ไม่รู้รสชาติอาหารที่นี่จะถูกปากดาไม่นะ”

“อะไร!!ที่เพลิงเตรียมให้ดาก็ชอบหมดแหละคะ”

“ดาครับ…” เขาเรียกชื่อคนรัก ในระหว่างที่เราทั้งคู่กำลังเดินกลับเข้าไปในบ้าน

“คะ…”

“ดาชอบที่นี่ไหม อยากมาอยู่ที่ไร่กับผมหรือเปล่า” เธอมีความลังเลที่จะตอบ แต่เธอก็ฟื้นยิ้มให้กับแฟนหนุ่ม

“ชอบค่ะ!! ทำไมคุณถึงคิดว่าดาจะไม่ชอบ เพลิงอยู่ที่ไหนดาก็ต้องอยู่ที่นั่น ที่ไร่บรรยากาศก็ดีไม่เหมือนกรุงเทพคนเยอะการจราจรก็ติดขัด จะไปไหนก็ต้องเผื่อเวลาด้วย ดาว่าที่นี่ก็ตอบโจทย์นะ เหมาะกับการใช้ชีวิตไม่เร่งรีบ แล้วเพลิงก็ทำงานที่นี่เป็นหลักด้วย จะให้ได้ไปอยู่ที่อื่นใช่ว่าจะถูกเนอะ” (คิดได้ไงว่าฉันจะชอบที่นี่จะมองไปทางไหนก็มีแต่ป่ากับเขา มาอยู่ไม่ถึงสองวันผิวไหม้หมด จะให้ฉันมาใช้ชีวิตอยู่นี่ฝันไปเถอะมอง ถ้าไม่รวยนะฉันไม่คบมาถึงทุกวันนี้หรอก) ธิดาได้แต่คิดในใจ ไม่กล้าพูดออกไป กลัวบ่อเงินบ่อทองจะหาย

“เพลิงคะ….ดาขอถามอะไรหน่อยได้ไหม ทำไมเพลิงไม่ไปบริหารงานที่โรงแรม หรือธุรกิจอื่นของครอบครัวล่ะคะ”

“จริง ๆ ผมก็ตั้งใจจะไปช่วยไอ้พายุบริหารโรงแรมแหละ แต่ที่ไร่ตั้งแต่คุณตาเสียไป ก็ขาดเสาหลักคนงานไม่รู้จะไปพึ่งใคร คุณแม่ถึงจะมาบ้างเป็นบางครั้ง แต่มันก็ต้องมีคนค่อยนำคนงาน ผมไม่อยาก ให้ไร่ที่คุณตารักและสร้างมากับมือ ต้องมาปล่อยทิ้งล้างเอาไว้ ผมอยากพัฒนาไร่ให้เป็นที่รู้จักอย่างที่ท่านต้องการ ที่สำคัญผมเบื่อที่จะใช้ชีวิตในเมืองหลวงอยากอยู่เงียบ ๆ ตอนที่ผมเข้าไปช่วยไอ้พายุมันบริหารโรงแรมก็วัน ๆ ก็ปวดหัวแทนเจอคนเยอะแยะไปหมด ไหนจะออกงานสังคมเป็นว่าเล่น อยู่แบบนี้แหละดี สบายใจไม่ต้องไปวุ่นวายกับใคร ที่สำคัญแม่ผมท่านก็ไม่ได้ว่าอะไรท่านตามใจ”สบายไปคนเดียวเถอะ เดี๋ยวอีกหน่อยสมบัติทุกอย่างก็จะตกไปเป็นของพี่ชาย คิดได้ไงมาทำไร่ทำสวนกระจอก ๆ แบบนี้ค่อยดูเถอะฉันได้สิ่งที่ต้องการครบเมื่อไหร่จะไม่มีวันกลับมาหาคุณแน่นอน

“ค่ะ….ดาตามใจเพลิงเลย ถ้าเพลิงอยู่ได้ ดาก็อยู่ได้เหมือนกัน”

“น่ารักที่สุดเลย…เมียใครเนี่ยย”

“เพลิงอ่ะ!! พูดอะไรก็ไม่รู้ใครเมียคุณ” เขาหยิกไปที่แก้มของแฟนสาวเบา ๆ เพื่อเป็นการหยอกล้ออีกฝ่าย

“…ก็ผู้หญิงคนนี้ไง ผู้หญิงที่ชื่อธิดาคนที่อยู่ข้าง ๆ ผมตอนนี้ไง หรือไม่จริง”

“บ้า…ยังไม่แต่งงานกันก็ยังถือว่ายังไม่เป็นเมียค่ะ”ตีไปแขนของแฟนหนุ่มเบา ๆ ด้วยท่าทีเขินอาย

“โอ้ย!!ดาผมเจ็บนะ ดูสิแดงหมดเลย เป่าให้ผมหน่อยน่า”

“ไม่ต้องมาเวอร์ ดาตีเบา ๆเอง”

“ถึงจะยังไม่แต่ง ดาก็เป็นเมียผมอยู่ดีทุกวันนี้ถามใคร ใครก็รู้ใช่ไหมครับที่รัก งั้นวันนี้เราทำเรื่องที่ผัวเมียเขาทำกันก่อนดีไหม หรือเราซ้อมเข้าหอกันนะ…”

“เพลิงอ่ะ พูดอะไรก็ไม่รู้”

“หรือดาจะไม่ตกลง…”

“ก็ตามใจสิคะ…อยากรู้จังว่าคุณอัคนีจะมีแรงไหมนะ”

“รอดูได้เลยครับ…ผมจะจัดให้แม่เสือสาวลุกจากเตียงไม่ได้เลย จะให้ร้องขอชีวิตเลยค่อยดู”

“จะรอดูค่ะ….

“ป่ะ…เรารีบไปกินข้าวกันดีกว่า ผมอยากโชว์ลีลาให้ดาเห็นใจจะขาดแล้ว”

“ขอบคุณดานะครับ ที่ยอมตกลงแต่งงาน และมาใช้ชีวิตอยู่กับผมฟอดดดด...”

“อืออ… เพลิงอะ ทำอะไรก็ไม่รู้อายคนงานไหมเนี่ย”

“อายทำไม ก็ผมอยากแสดงความรักที่มีต่อดา ให้ทุกคนเห็นว่าผมรักดาแค่ไหน”

“รีบเดินดีกว่า เดี๋ยวอาหารจะเย็นหมด”

“ครับเย็นแล้วเดี๋ยวไม่อร่อย เสร็จแล้วเราจะได้ไปทำภารกิจสำคัญกันต่อ”ระหว่างที่เขาและแฟนสาวกำลังนั่งทานข้าวกันอยู่ เขาก็นึกอยากถามอะไรคนรักขึ้นมา

“ดาตื่นเต้นเหมือนผมไหม เดือนหน้าเราก็จะแต่งงานกันแล้วอยากให้ถึงวันงานเร็ว ๆ จังผมอยากตื่นมาในทุก ๆเช้าเจอดาเป็นคนแรก นั่งกินข้าวด้วยกันทุกมื้อ และทำอะไรหลาย ๆ อย่างร่วมกันแบบนี้ไปตลอด เราเลื่อนงานแต่งมาเป็นอาทิตย์หน้าดีไหม”

“ดาก็ตื่นเต้นเหมือนกันค่ะ…อยากให้ถึงวันงานเร็ว ๆ แต่เราแต่งตามฤกษ์ดีแล้ว คุณแม่เพลิงอุตส่าห์หาวันดี ๆ มาให้”

“เอางั้นก็ได้ ดามีอะไรอยากได้เพิ่มเติมบอกผมนะ”

“ค่ะ…”

“ผมขออะไรดาสักอย่าง ได้รึเปล่า”

“เพลิง!!จะขออะไรหรือคะ”

“ผมอยากมีลูก อยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์ มีทั้งพ่อแม่ และลูกมันจะดีมาก ถ้าได้สร้างครอบครัวกับคนรัก ผมว่าตัวเองเป็นผู้ชายที่โชคดี ที่ได้ดามาเป็นภรรยาและแม่ของลูก แต่ถ้าเรื่องลูกดายังไม่พร้อมก็ไม่เป็นไรนะ” อัคนีเห็นแววตาของแฟนเหมือนลำบากใจที่จะตอบ “ถ้าดา ยังไม่พร้อมผมรอดาได้เสมอ…”

“ดาตามใจเพลิงเลยค่ะ”

“ขอบคุณนะครับดา ที่ยอมตามใจผม”

“ดาขอบคุณเพลิงนะคะ ที่รักดามากขนาดนี้ ทั้งคิดจะสร้างครอบครัว และยังค่อยช่วยเหลือครอบครัวดามาตลอด ดาไม่มีอะไรจะตอบแทนคุณเลยนอกจาก การเป็นคนรักและเป็นภรรยาที่ดีให้กับคุณค่ะ”

“ดาอย่าพูดแบบนั้นสิครับ เท่านี้ก็ดีมากแล้ว ดาเปลี่ยนผู้ชายอย่างผมให้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะมาก และยังค่อยอยู่ข้าง ๆ และสนับสนุนในทุกเรื่องแค่นี้ก็ดีมากแล้วครับ ผมรักดานะ”

“ค่ะ ดาก็รักเพลิงเหมือนกัน” ระหว่างกำลังรับประทานอาหารและก็คุยเรื่องแต่งงานกันไป สักพักก็มีเสียงรถมาจอดหน้าบ้าน

“สงสัยแม่มาแล้ว ผมว่าเราออกไปรับแม่กันเถอะ”

“คุณแม่สวัสดีค่ะ”

“จ๊ะ…ไหว้พระเถอะลูก สบายดีไหมหนูดา”

“สบายดีค่ะ คุณแม่สบายดีใช่ไหมคะ ดาเห็นคุณกี่รอบก็ยังสวยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลย”

“ก็ตามวัยแหละลูก”

“ผมว่าแม่มาเหนื่อย ๆ เราไปนั่งคุยกันที่ห้องรับแขกกันดีกว่า เดี๋ยวผมจะให้เด็กเตรียมของว่างมาให้”

“ดีเหมือนกันแม่นั่งเครื่องมา ไหนจะนั่งรถเข้ามาที่ไร่อีก เริ่มจะปวดหลังแล้ว อยากจะเอนหลังสักหน่อย”

(ภายในห้องรับแขก)

ระหว่างให้แม่บ้านมาเสิร์ฟของว่าง คุณหญิงพราวพิรา หรือคุณแม่อัคนี ที่เป็นถึงลูกสาวเพียงคนเดียวของคุณพิทักษ์ และคุณหญิงน้ำเพชร อัครเดชา เจ้าของธุรกิจมากมายทั้งในไทยและต่างประเทศจริง ๆ แม่นั้นกว่าจะได้แต่งงานกับแด๊ดเขา อย่างคุณโทมัส แด๊ดเป็นลูกครึ่งอังกฤษ- ญี่ปุ่น แม่ท่านไปเรียนต่อที่อังกฤษและได้พบรักกับแด๊ดที่เป็นเพียงพนักงานส่งอาหาร และเป็นยังเด็กกำพร้า ที่แด๊ดกับมัมของท่านเสียไปตั้งแต่ท่านอายุสิบหกปีเท่านั้น ท่านก็เลยต้องออกจากไฮสคูล เพื่อมาทำงานเลี้ยงตัวเองไม่อยากไปลำบากญาติคนอื่น ที่ได้มาเจอกันกับแม่ เพราะมีโจรพยายามจะมาชิงทรัพย์แม่เ แด๊ดเห็นเข้าพอดี เลยช่วยเอาไว้ทัน แต่จากเหตุการณ์ครั้งทำให้แด๊ดโดนแทงขณะที่กำลังต่อสู้กับคนร้าย พวกท่านทั้งสองได้ทำความรู้จักกันมาเรื่อย ๆ จนเกิดเป็นความรักแต่ด่านสำคัญก็คือคุณตา ท่านไม่ยอมรับในของแด๊ดสักเท่าไหร่ กลัวจะมาปลอกหลอกแม่

แต่แด๊ดก็ได้พิสูจน์ให้คุณตาได้เห็น ว่าท่านนั้นรักแม่จากใจจริง จนแด๊ดกับแม่ย้ายมาอยู่ที่ไทยและแต่งงานกันพร้อมกับมีลูกชายอย่างเขาและพายุ แต่การจะมาเป็นลูกเขยตระกลู อัครเดชาไม่ใช่เรื่องง่าย เงื่อนไขการแต่งงานของคุณตา ถ้าแด๊ดกับแม่มีลูกด้วยกัน แด๊ดต้องให้ลูกใช้นามสุกลของท่านเท่านั้น แด๊ดก็เลยตกลงยอมรับเงื่อนไขของคุณตา เพราะเห็นว่ามันไม่ใช่เรื่องสำคัญ จะนามสกุลไหน ก็ได้อยู่กับคนรักและได้สร้างครอบครัวกันอยู่ดี

จริง ๆ แล้วจะไม่มีไร่ชมเดือนเกิดขึ้นเลย ถ้าวันนั้นคุณตากับคุณยาย ไม่มีเที่ยวพักผ่อนในวัยเกษียณ มีคนมาเสนอขายที่ดินผืนนี้ให้พกท่าน คุณยายชอบบรรยายที่นี่มาก คุณตาเลยตกลงที่ซื้อและปลูกบ้านพักต่างอากาศกัน ท่านทั้งสองตัดสินใจที่จะมาชีวิตกันที่ไร่แห่งนี้ แต่ก่อนเป็นที่ดินเพียงไม่กี่ไร่แต่ก็ได้รับการขยับขยายพื้นที่กันเรื่อย ๆ จนเป็นไร่ชมเดือนในทุกวันนี้ เขาเลยรักที่นี่มากและมักใช้ชีวิตในช่วงปิดเทอมในไร่กับพวกท่าน จึงทำให้มีความผูกพันกับไร่นี้มาก ต่างจากพี่ชายที่ไม่ค่อยชอบบรรยายกาศแบบนี้เท่าไร จึงทำให้อัคนีเป็นหลานรักของท่านพิทักษ์ และคุณหญิงน้ำเพชร นี่แหละสาเหตุสำคัญที่เขาอยากมาอยู่ที่ไร่ชมเดือน เพราะมันมีแต่ความทรงจำของคุณตาคุณยาย

“แล้วเรื่องงานแต่ง ไปถึงไหนแล้วล่ะตาเพลิงหนูดา มีอะไรให้แม่ช่วยไหม”

“มีค่ะคุณแม่” ดาได้คุยกับพี่จัดงานแล้วตอนนี้ก็เกินเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ได้แล้วค่ะ จะขาดก็แต่อาหารว่าจะเอาแบบไหนดี ดาว่าจะปรึกษาคุณแม่เรื่องนี้พอดี ถึงเราจะจัดกันที่กรุงเทพ แต่ดาก็อยากให้มีอาหารเหนือบ้าง เห็นเพลิงบอกว่ามีผู้ใหญ่จากทางนี้น่าจะไปเยอะ คุณแม่มีแนะนำไหมคะ”

ดีเหมือนกันมีอาหารหลากหลาย จะให้คนที่มาร่วมงานพูดว่าของในงานไม่ถูกปากไม่ได้ งั้นเดี๋ยวเรื่องอาหารแม่จะจัดการเอง หนูดาก็ไปเตรียมในส่วนของที่สำคัญแล้วกัน หนูดาว่ายัง”

“ดาเอาตามคุณแม่เลยค่ะ เพราะดาก็ไม่ค่อยสันทัดเรื่องอาหารเท่าไร ดีซะอีกที่คุณแม่มาช่วย”

“ไม่เป็นไรลูก แม่ก็อยากให้งานออกมาสมบูรณ์ที่สุดนั่นแหละ”

“แม่ครับ… พรุ่งนี้ผมกับดาว่าจะไปแจกการ์ดแต่งงาน ให้กับท่านนายอำเภอและผู้ใหญ่ในเมืองอีกหลายคน แม่จะไปด้วยกันไหม”

“พากันไปเลย ยังไงแม่ฝากบอกว่าเจอกันวันงานเลยนะ”

“ครับ… แล้วแม่จะมาพักที่ไร่กี่วัน”

“แม่ก็ว่าจะอยู่ที่ไร่สักวันสองวัน วันแล้วก็จะขึ้นไปรับบนดอยหน่อยจะไปเลี้ยงอาหารกับของไปแจกเด็กหน่อย ๆ ที่สมาคมเขาฝากของมาให้เด็กและชาวบ้านเยอะเลย พรุ่งนี้ของก็น่าจะมาถึงแล้ว พอเสร็จแม่ก็จะกลับกรุงเทพเลย”

“งั้น…เราก็เจอกันที่กรุงเทพเลยนะครับ ผมว่าจะอยู่ที่นี่ต่อสัก สองอาทิตย์แล้วค่อยจะขึ้นไปเตรียมงาน แต่จะให้ดาขึ้นไปก่อนเผื่อดาอยากทำอะไรเป็นพิเศษ”

“เอาตามนั้นเลย แล้วเพลิงคุยกับพี่ชายเรายัง ว่าจะขึ้นมาวันไหน รายนั้นถ้าไม่ตามก็ไม่รู้เรื่องกับเขา”

“ผมโทรบอกมันแล้ว มันบอกว่าจะขึ้นมาก่อนวันงานสักสองวัน บอกงานที่ภูเก็ตช่วงนี้ยุ่งๆ เห็นว่าพึ่งรับเลขามาใหม่ ยังไม่ค่อยเข้าที่เข้าทางสักเท่าไหร่ ดีนะที่กรุงเทพมีแด๊ดดู ไม่งั้นผมคงได้ไปอยู่ที่นั่น”

“ไม่ใช่ว่าไปติดใจอีหนูที่ไหนเลยอ้างว่ายุ่ง ๆ ตลอดพี่ชายเรา ส่วนเรื่องงานแต่งของลูก ก็เอาตามที่พวกเราเห็นสมควรนั่นแหละ แม่ขอตัวไปพักผ่อนก่อน ถ้ามีอะไรเย็นนี้ค่อยคุยกันอีกที”

“คุณแม่ทานอะไรมาแล้วเหรอคะ ให้ดาเตรียมอะไรให้ไหม”

“แม่ทานมาเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องให้เตรียมให้แม่หรอก มีอะไรก็ไปทำกันเถอะ”

“ค่ะคุณแม่….

“ไปนิ่มยกกระเป๋าขึ้นไปเก็บ แล้วนวดหลังให้ฉันสักหน่อย”

“ค่ะคุณหญิง”

(ก่อนวันแต่งงานหนึ่งสัปดาห์)

ฮัลโหล…

“เพลิงคะ!! ไหนว่าจะขึ้นมาตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว ยังไม่เห็นขึ้นมาเลย งานแต่งของเราจะเริ่มอีกไม่กี่วันข้างหน้า ไม่เห็นเพลิงกระตือรือร้นอะไรเลย มีแต่ดาที่ทำอยู่ฝ่ายเดียว”

“โธ่… ดาครับผมก็ต้องดีใจสิ มันเป็นวันพิเศษของเราทั้งทีทำไมผมจะไม่ดีใจละ” อัคนีรีบตอบกลับแฟนสาวทันที กลัวเธอน้อยใจที่เขาไม่ได้ไปช่วยเธอเตรียมงาน

“ตอนนี้ที่ไร่มีปัญหานิดหน่อย ผมไม่อยากทิ้งให้ไอ้กล้ามันจัดการคนเดียว ทั้งที่เริ่มทำอะไรมาพร้อมกัน ผมสัญญานะอีกครับดาอีกไม่เกิน สามวันผมจะรีบตามขึ้นไปแน่นอน”

“อือ….โอ๊ยเจ็บนะ” ระหว่างที่เธอกำลังพูดโทรศัพท์กับแฟนหนุ่ม ก็คนมาก่อกวนเธอไม่ให้เธอได้คุยกับอีกฝ่าย

“ดาครับ…. ดาเป็นอะไรหรือเปล่า” เสียงร้องดังแว่วมาจากปลายสาย ทำให้เขาคิดว่าต้องเกิดอะไรขึ้นกับแฟนสาวแน่ ๆ

“เปล่าค่ะเพลิง พอดีว่าดากำลังจะใส่รองเท้าแต่มันคับไปหน่อย เลยกัดเท้าดาค่ะ” เธอรีบแก้ตัวทันที ทั้งที่มันไม่ได้เข้าใกล้เสียงที่เธอบอกกล่าวเลย

“แล้วไปครับ นึกว่าเป็นอะไร แล้วนี่ดาจะออกไปไหนครับ”

“ดาจะออกไปทานข้าวกับเพื่อนค่ะ เสร็จแล้วก็จะไปทำสปาขัดผิวต่อ”

“ครับ…. ถ้าดารีบแค่นี่ก่อนก็ได้ ดาไปทานข้าวกับเพื่อน เดี๋ยวจะสายเอานะคิดถึงดานะครับ ผมจะรีบจัดการปัญหาทางนี้แล้วรีบขึ้นไปนะ ไว้เจอกันนะครับที่รัก”

“ค่ะ… ไว้เจอกันค่ะที่รัก”

ติ๊ด….

“นัยคะ…คุณทำอะไรเนี่ย เดี๋ยวเพลิงก็จับได้หรอก อือ…เบาๆ สิคะ ดาซ้ำไปหมดแล้ว ถ้าเป็นรอยขึ้นมาจะทำยังไง” เสียงที่เธอร้องเมื่อสักครู่ ไม่ได้เป็นอย่างที่เธอบอกแฟนหนุ่ม แต่เป็นเพราะคนที่กำลังนั่งคลอเคลียเธออยู่ตอนนี้ต่างหาก

“ก็ผมคิดถึงดานิ ทั้งที่อยู่กับผม คุณยังคุยกับไอ้เพลิงอีก มันเป็นแค่ชู้ แต่ผมเป็นผัวคุณนะดา”

ดนัย หรือ นัย เป็นถึงลูกชายเจ้าของโรงแรมชื่อดังทางภาคใต้ และอีกหลาย ๆ ที่ เขาคือแฟนหนุ่มของเธอ ทั้งสองแอบคบกันตั้งสมัยเรียนปีหนึ่งแต่ที่ไม่ได้เปิดเผย เพราะทางด้านพ่อแม่ของฝ่ายชายไม่ชอบธิดาเท่าไหร่นัก ที่เธอมาคบกับคนอย่างอัคนี ก็เพราะคำเดียวเท่านั้น คือเขารวยและให้เธอได้ทุกอย่าง แต่เธอไม่ได้รักเขาสักนิดใน เพราะเธอนั้นรักดนัยหมดทั้งใจ แถมทั้งสองเคยมีลูกด้วยกัน แต่ก็ต้องตัดสินใจเอาเด็กออก เพราะตอนนั้นพวกเราอายุเพียงสิบเก้า เท่านั้น แล้วถามว่าทำไมดนัยถึงยอมให้เธอคบกับอัคนีล่ะก็ มีอยู่ช่วงหนึ่งที่พวกเราไปอยู่อังกฤษกัน พ่อแม่ของดนัยมาจับได้ว่าเธอก็ไปด้วย ทำให้พวกท่านจัดการเรื่องค่าใช้จ่าย แถมเป็นช่วงแรก ๆ ที่ดนัยนั้นติดเพื่อน ติดเหล้า ติดทั้งพนัน แถมพวกเขาทั้งสองยังเป็นพวกชอบปาร์ตี้เข้าสังคม และด้วยความทะเยอทะยานชอบทำตัวเป็นผู้ดีของธิดาด้วยจึงทำให้เลือกที่จะจับอัคนี ดนัยก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะตอนนั้นอัคนีก็คือบ่อเงินบ่อทองของพวกเราทั้งสอง

“รู้ค่ะ… ดาก็คิดถึงคุณเหมือนกัน แต่คุณจะทำกับดาทั้งวันทั้งคืนแบบนี้ไม่ได้ ดาตัวเขียวไปหมดแล้ว ถ้ามีคนเห็นแล้วจับได้ขึ้นมาคุณจะทำยัง แถมคุณก็เล่นไม่ให้ดาออกไปไหนมา สองวันแล้ว ให้ดาไปจัดการเรื่องทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อน เราจะได้มาใช้ชีวิตด้วยกัน อย่างที่เราตั้งใจเอาไว้ไงคะ”

“ก็ได้ครับ ถ้าจบเรื่องบ้า ๆ นี้แล้วผมจะไม่ยอมแบ่งเมียให้ใครหน้าไหนอีก ยอมไอ้เพลิงคนเดียวมา สามปีก็มากพอแล้ว”

“ขอบคุณนะคะที่คุณเข้าใจ อีกไม่นานเราก็จะได้อยู่ด้วยกัน”

“ครับ…จุ๊บ ก่อนออกไปผมขอเอาอีกสักรอบก่อนได้ไหม”

“พอแล้วค่ะ แค่นี้ดาเดินออกนอกห้อง คนก็มองหมดแล้ว ถ้าอีกรอบของนัย ดาคงได้คลานออกจากห้องพอดี”

“นะครับดา…คืนนี้ผมก็ไม่ได้อยู่กับดาแล้ว ต้องเดินทางไปคุยงานที่สิงคโปร์ตั้งสามวัน เจอกันอีกทีคงวันแต่งงานของคุณ ดาไม่เห็นใจผมเหรอ ขอเถอะนะที่รัก”

“ก็ได้ค่ะ รอบเดียวพอนะทำเบา ๆ ด้วย” สุดท้ายเธอก็ยอมใจอ่อนให้คนรักอยู่ดี ถึงปฏิเสธเขาแค่ไหนเพราะว่ารักเธอถึงยอมทุกอย่าง

“ครับรอบเดียวก็รอบเดียว แต่จะเบาไหมผมไม่รู้ พอนัยเข้าไปทีไรมีแต่บอกให้ทำแรง ๆ ใครมันจะไปเบาได้”

“นัยอ่ะ… พูดอะไรก็ไม่รู้”

“หรือมันไม่จริง ผมขอโซฟาหรือจะเป็นที่ระเบียงดี ตื่นเต้นดีนะ ลองไหมที่รัก”

“ดาขอที่โซฟาดีกว่า แต่นี่มันสว่างอยู่ดากลัวคนเห็น ขอแบบเน้นๆ นะค่ะที่รัก”

“จัดให้ตามคำขอที่รัก” หลังจากที่คนรักพูดเสร็จเขาก็ไม่รอช้าที่จะอุ้มธิดาในท่าอุ้มแตงพร้อมกับเกี่ยวจีสตริงที่เธอสวมใส่ ระหว่างทีเดินออกจากห้องนอนไปยังโซฟา ทั้งสองก็จัดไล่ต้อนจูบอย่างกับคนหิวโหยราวกับห่างหายกันมานาน และต่างฝ่ายต่างเปลื้องผ้าให้กันเสื้อผ้าถูกทอดไปตามมุมห้อง จนมาถึงโซฟาก็เหลือเพียงร่างกายที่เปลือยเปล่าของทั้งคู่

“ที่รัก คุณนมใหญ่ขึ้นนะ”

“เพราะใครล่ะคะ ทั้งนวดทั้งเคล้นอยู่ตลอดจะไม่ให้มันใหญ่ได้ยังไง”

“อืออ ดาเสียวว ที่รักดูดเบาๆ ที่รัก”

“เบาๆ ไม่ได้แล้วดา ผมขอเข้าไปเลยนะ ผมไม่ไหวแล้วไ ม่ต้องเล้าโลมหรอกของคุณมันต้องการขนาดนี้”

“ปึ่ก….อ้าส์สสส มันใหญ่ไปของดาแทบฉีก”

“ไม่ฉีกผมเอามาไม่รู้กี่รอบแล้ว” ตอนนี้ขาทั้งสองข้างของเธอพาดอยู่ที่ไหล่ของคนรัก ตับๆ ๆ ตับ… เขาทั้งดึงดูดทั้งเคล้นอกของเธอเหมือนจะให้มันแหลกคามือ

“นัยย…ดาเสียวที่รักขอแรงกว่านี้”

ปึ่ก ๆ …เสียงครวญครางกับไฟสวาทที่ร้อนรุ่มของทั้งคู่ ไม่มีทีท่าว่าจะจบเพียงรอบเดียวอย่าที่เธอคิดเอาไว้ มีแต่ความปรารถนาที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ทั้งสองต่างไม่คิดที่ผ่อนแรงลง ทุกอย่างมันดูลงตัวและเป็นไปตามความต้องการของทั้งสองฝ่าย

“ที่รักดาจะแตกแล้ว….อืมมม อ้าส์สสส…แรงอีกที่รัก”

เสียงหอบหายใจและเสียงของร่างกายที่กระทบกันจนทำให้เกิดเสียงลามก ถ้าห้องนี้ไม่เก็บเสียงป่านนี้คนทั้งคอนโดคงแตกตื่นไปตาม ๆ กัน

“…ทำไมมันถึงแน่นขนาดนี้ ทั้งที่ผมเอาคุณทั้งวันทั้งคืนแล้ว อื้มมม…..ข้างในตอดแรงมากที่รักผมไม่ไหวแล้วขอแตกในนะ”

“ค่ะ…แตกเลย อื้ออ…ดาชอบ เสียว!!มากนัยดาจะแตกแล้ว”

“รอผมก่อนดา พร้อมกันที่รักอ้าส.....”

“อืม…ที่รักไม่ไหวแล้ว” จบประโยคนั้นร่างหนาก็โหมแรงใส่ร่างบางอย่างแรงไม่มีคำว่าเบา จากสะโพกที่ติดกับโซฟาตอนนี้ได้ลอยเหนืออากาศ ปึกกๆ …..

“แตก….แล้วอ้าสส….กับ” ร่างของธิดาที่กระตุกพร้อมเสียงหอบหายใจของทั้งสอง หลังจากเสร็จไปแล้วรอบหนึ่งฝ่ายชายก็ปลุกปล่ำเร้าอารมณ์เธออีกรอบ

“อือ….นัยคะเอาเข้ามาอีกทำไม ไหนว่ารอบเดียวไงค่ะ อ้าสส… พอแล้ว”

“สำหรับผมไม่มีคำว่ารอบเดียวที่รักไหวไหม ไหวสิคุณนอนอยู่เฉย ๆ ผมเป็นฝ่ายทำอยู่คนเดียว”

“อือ…..ตามใจคุณที่รัก” หลังจากพวกเขาทั้งสองต่างแสดงบทรักให้กันเธอไม่รู้ว่าตัวเองเสร็จไปกี่รอบแล้ว รู้เพียงว่าวันนั้นเธอไม่ได้ออกไปทานข้าวและทำสปากับเพื่อนเพราะไม่แรงเดิน จนฝ่ายชายต้องอุ้มพาไปอาบน้ำเสร็จแล้วทั้งสองก็มาไล่จูบกอดกับอยู่บนเตียงที่พึ่งแสดงความรักให้กันไป

“อืออๆ …สุดยอดเลยที่รักเป็นไง ปลั๊กก”

“รอบนี้ดาขึ้นให้ผมหน่อยนะที่รัก ขอแบบแรงๆ และเน้นๆ” และนั้นเป็นรอบสุดท้ายที่เธอจำว่าขึ้นให้เขา แล้วเธอก็สลบไปเลยสลบไปทั้ง ๆ ที่ของอีกฝ่ายยังอยู่ในตัวเธอ

ตื่นมาอีกทีก็ช่วงสายของอีกวัน เธอก็ไม่เห็นดนัยแล้วสงสัยเขาไปสิงคโปร์แล้ว เธอเห็นแต่โพสอิสที่ฝ่ายชายเขียนทิ้งเอาไว้

“รอผมหน่อยนะ จะรีบกลับมา รักคุณที่รัก”

ดนัย….

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel