บทที่ 5 ชอบบ้านสวน ชอบคนอยู่บ้านสวน (1)
หลังอาหารเที่ยงคุณสุนีย์อยู่คุยกับสามคนอีกพักใหญ่ๆ กลิ่นจันทน์ก็กลับเข้าห้องไปเอากระปุกแคลเซียมมาส่งให้ปรินทรช่วยดูให้
“แคลเซียมนี้โอ๋ทานได้ไหมคะ เสริมเข้าไปกระดูกจะได้เชื่อมกันเร็วๆ”
ปรินทรรับมาและอ่านฉลากข้างกระปุกและเปิดฝาออกดูเม็ดยาข้างในก่อนจะพยักหน้าให้และส่งกระปุกกลับ “ทานได้ครับ เพียงแต่ต้องทานสลับวันกับของที่ได้จากโรงพยาบาล วิตามินที่ได้มาก็ต้องทานอย่าให้ขาด”
“ดีหน่อยจะได้หายเร็วๆ” กลิ่นจันทน์ยิ้มน้อยๆ
“ก็คิดง่ายไปนะ” เจ๊ตุ่นหัวเราะเบาๆ
“ทานมากไปก็อันตรายกับร่างกายครับ อาหารก็ช่วยได้ ทั้งอาหารที่มีแคลเซียมและมีฟอสฟอรัส อย่างผักใบเขียวจำพวกบล็อกโคลี่ ผักกาดเขียว ผักกวางตุ้ง คะน้า แขนง ทานให้ได้มื้อละนิดหน่อยก็ยังดี หรือทำเป็นสลัดทานหนึ่งมื้อต่อวันก็ได้ พวกนม เนื้อสัตว์ ไข่ ตับ ข้าวกล้อง ถั่ว ยีสต์ ก็ช่วยได้ครับ”
กลิ่นจันทน์ฟังจบก็พยักหน้าน้อยๆ
“รู้จักกับคุณหมอก็ดีอย่างนี้แหละ หากรอให้ยายโอ๋กินแคลเซียมเอง ตับไตได้พังกันหมด”
“เจ๊ก็” กลิ่นจันทน์มองค้อนเจ๊ตุ่น อีกฝ่ายหัวเราะเบาๆ แล้วหันไปบีบนวดต้นขาให้คุณสุนีย์ที่ฟังเด็กๆ คุยกันด้วยใบหน้าอมยิ้ม
“เอาล่ะๆ เชื่อฟังคุณหมอเขา อย่าได้กินเข้าไปเกินความจำเป็นล่ะ”
“รู้แล้วค่ะคุณยาย”
“อือ ยายขอตัวก่อนดีกว่า จะไปงีบสักหน่อย เด็กๆ จะไปนั่งเล่นที่เรือนเล็กก็ได้ ก่อนคุณหมอกลับตุ่นก็ช่วยพาเด็กๆ ไปเก็บผลไม้ในสวนให้คุณหมอเขาหน่อยล่ะ”
“ได้ค่ะคุณยาย”
ป้าจันประคองคุณสุนีย์เข้าห้องทางด้านปีกขวาของเรือนไทยและไม่นานก็ออกมาปิดประตูห้องและก็เดินหายเข้าห้องครัวไป ส่วนหนุ่มสาวก็ชวนกันลงจากเรือนไปนั่งเล่นที่ศาลารับลมริมสระบัว อ้อยเอาน้ำกับขนมมาให้แล้วก็กลับเรือนไป
“ที่นี่ร่มรื่น น่าอยู่มากจริงๆ ครับ”
“เห็นไหมล่ะ ใครมาก็ชอบที่นี่ทั้งนั้น คุณยายก็ใจดีออก”
กลิ่นจันทน์มองออกไปในสระบัวเห็นฝักบัวอยู่มากมาย พลางถอนใจเฮือกใหญ่ “นี่ถ้าไม่ใส่เฝือกโอ๋คงลงเรือไปเก็บฝักบัวให้เจ๊ตุ่นแล้ว”
“นี่หล่อน รอให้ถอดเฝือกก่อนเถอะ เกิดลงไปแล้วตกน้ำตกท่าเฝือกเปียกจะทำไงล่ะ อยู่อย่างคนเจ็บๆ หน่อยสิหล่อน” เจ๊ตุ่นก็ไม่วายดักคออีก กลิ่นจันทน์ยู่หน้าใส่
ปรินทรแค่ยิ้มบางๆ และเดินไปเอนกายนอนลงบนเปล สองขายกขึ้นไขว้กัน สองแขนรองใต้ศีรษะ มองร่มเงาใบไม้ แม้จะบ่ายสองแต่อากาศไม่ร้อนสักนิด เพราะธรรมชาติของบ้านสวนแห่งนี้ช่างชุ่มปอดเย็นสบายอยู่ตลอดเวลา
เขาได้ยินกลิ่นจันทน์กับเจ๊ตุ่นคุยกันแว่วๆ ไม่นานก็ห่างหายไปจนเงียบเสียงลง และที่เงียบก็ไม่ใช่กลิ่นจันทน์กับเจ๊ตุ่นแต่เป็นปรินทรที่หลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ ท่าทางสบายอกสบายใจยังกับนอนอยู่ที่บ้านตัวเองก็ไม่ปาน
เจ๊ตุ่นลุกขึ้นจากเก้าอี้และบอกกลิ่นจันทน์ว่าจะชวนเดือนกับอ้อยเข้าสวนไปเก็บผลไม้ไว้ให้ปรินทร พูดจบก็รีบไปทันที ส่วนกลิ่นจันทน์ก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมทำอะไรไม่ถูก ได้แต่แอบมองปรินทรบ้าง แต่เห็นเขาหลับสบายก็ไม่กล้าทำเสียงดังให้เขาตื่น เลยนั่งเล่นอยู่อย่างนั้น นานๆ จะเอาโทรศัพท์ออกมาเช็กข่าวบ้าง
ผ่านไปชั่วโมงหนึ่งเต็มๆ กลิ่นจันทน์เดินกลับไปที่เรือนเพื่อเอาอาหารมาโปรยให้ปลาในสระ มีชานที่ยื่นออกไป ต่างระดับ กลิ่นจันทน์นั่งลงและเปิดฝาถังใบเล็กๆ ใช้ช้อนพลาสติกตักอาหารค่อยๆ โปรยลงไปในน้ำ มีปลาแหวกว่ายเข้ามากินมากขึ้นเรื่อยๆ เสียงตีน้ำไม่ค่อยดังมากนัก แต่ก็ทำให้ปรินทรตื่นขึ้นมาจนได้ เมื่อเปิดเปลือกตาขึ้น เขานิ่งปรับสายตาอยู่พักหนึ่ง แล้วจึงหันไปตามเสียง เห็นแค่แผ่นหลังบอบบางในชุดเรียบร้อย ผมดกดำเหยียดตรงถูกถักเป็นเปียเดี่ยวข้างหลัง เขายิ้มมองภาพนั้นอยู่นาน จนกระทั่งขยับกายลุกขึ้นนั่งและได้กลิ่นดอกจันทน์กะพ้อที่ลอยมาตามลม เขาจึงหันมองไปรอบๆ เพราะก่อนจะเดินมาถึงศาลาริมสระบัวแห่งนี้เขาก็เห็นต้นจันทน์กะพ้ออยู่หลายต้น ตอนแรกที่เห็นเขาไม่รู้จักหรอกว่ามันเป็นต้นอะไร แต่กลิ่นจันทน์บอกว่ามันเป็นต้นจันทน์กะพ้อ สมัยโบราณนิยมนำมาทำน้ำอบ น้ำมาแต่งกลิ่นอาหาร ปัจจุบันก็มีน้ำหอมที่ทำจากดอกจันทน์กะพ้อมากมาย
ต้นจันทน์กะพ้อที่เห็นนี้ลำต้นไม่สูงมากนัก แต่บางต้นลำอวบใหญ่ท่าทางว่าอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปี กำลังออกดอกบานสะพรั่งเหมือนจะเบ่งบานอวดกลีบดอกให้เชยชม
ปรินทรลุกขึ้นและเดินไปที่ใต้ต้นจันทน์กะพ้อข้างศาลาเอื้อมมือขึ้นเหนือศีรษะไปเด็ดออกมาจรดจมูกดอกหนึ่ง ริมฝีปากค่อยๆ ขยายอย่างพอใจ เขาหันกลับและเดินเข้าไปหากลิ่นจันทน์ ปักดอกจันทน์กะพ้อลงไปยังเปียส่วนล่างตรงยางที่รัดเอาไว้เบาๆ เสร็จแล้วก็ยิ้มน้อยๆ เพราะเจ้าของเรือนผมงดงามยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
“ปลาอะไรครับ?”
“อุ๊ย!” เพราะไม่ทันรู้ตัวว่าปรินทรตื่นแล้ว ซ้ำยังเดินเข้ามาใกล้เสียจนเกือบจะชิดกลิ่นจันทน์เลยสะดุ้งเล็กน้อย แล้วหันไปยิ้มให้เขา “คุณหมอตื่นแล้ว” ก่อนจะหันกลับไปมองพวกปลาที่กำลังแย่งอาหารกัน “ปลานิลกับปลาตะเพียนค่ะ คุณยายเอามาปล่อยไว้นานแล้ว”
“ตัวใหญ่มากทีเดียว”
“ใช่ค่ะ” กลิ่นจันทน์ก็ไม่รู้จะชวนเขาคุยอะไร ประหม่ามากทีเดียว
ปรินทรนั่งลงข้างๆ แล้วก็ขอถังอาหารจากกลิ่นจันทน์ก่อนจะเป็นคนตักอาหารโปรยให้ปลาเอง
