บทที่ 5 ชอบบ้านสวน ชอบคนอยู่บ้านสวน (2)
“โอ๋ทำเสียงดังให้คุณหมอตื่นหรือเปล่าคะ”
“เปล่าหรอกครับ ไม่รู้เผลอหลับไปตอนไหน อากาศเย็นสบายจนเผลอไป”
“เป็นเหมือนกันหมดแหละค่ะ เพียงแต่โอ๋ชินกับบ้านสวนนี้แล้ว แต่ไม่ว่าใครมาครั้งแรกก็เป็นเหมือนคุณหมอหมด”
ปรินทรหัวเราะเบาๆ “ผมชอบบ้านสวนมากจริงๆ ชอบคนอยู่บ้านสวนด้วย”
ได้ยินดังนั้นแล้วกลิ่นจันทน์ก็ได้แต่นิ่งมองคุณหมอหนุ่มที่นั่งใกล้กันนิดเดียว กลิ่นกายหอมอ่อนๆ ยังได้กลิ่นเลย ตอนนี้เองที่ปรินทรหันมาสบตา แววตาลึกล้ำชวนมอง “ชอบคนอยู่บ้านสวนอย่างคุยโอ๋ด้วย”
คราวนี้ยิ่งชัดเจน คำพูดของปรินทรเล่นเอากลิ่นจันทน์อายม้วน สองข้างแก้มแดงปลั่ง ใบหน้างดงามก้มลงน้อยๆ แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มชวนมอง ซึ่งก็ตกอยู่ในสายตาของปรินทรตลอดทำให้เขาต้องยิ้มตาม
“แผลถลอกที่แก้มหายแล้วนะครับ ที่หน้าผากก็แทบจะไม่เห็นแล้ว” เขาชวนเปลี่ยนเรื่องทันทีเพราะไม่อยากให้กลิ่นจันทน์ขวยเขินกับเขาจนเป็นว่าชวนอึดอัด
“ค่ะ”
“ยังปวดตรงไหนอีกหรือเปล่า?”
“บางทีมือชาค่ะ บางครั้งก็เจ็บแปลบที่แขนตรงที่หัก”
“เป็นอาการปกติครับ อย่าเผลอยกของหนักก็พอแล้ว”
“สะโพกล่ะครับ?”
“ยังปวดอยู่บ้างค่ะ แต่โอ๋ไม่ได้บอกคุณยายกลัวจะกังวลเกินไป ให้รู้แค่ที่เห็นอยู่นี่ก็พอแล้ว”
อยู่ๆ ปรินทรก็จับปลายนิ้วข้างที่ใส่เฝือก กลิ่นจันทน์ไม่ได้ดึงมือกลับเพราะกลัวกระเทือนถึงกระดูกที่หัก นิ้วเรียวยาวตัดเล็บสั้นสะอาดค่อยๆ ลูบปลายนิ้วของเธอก่อนจะลงแรงกดลงที่ปลายนิ้วนั้นเพื่อทดสอบอาการชาที่กลิ่นจันทน์ว่า “เจ็บไหม?”
“เจ็บค่ะ”
เขาพยักหน้าเบาๆ และเปลี่ยนมาเป็นใช้ปลายนิ้วค่อยๆ ไล้เบาๆ เหมือนจะเป็นการปลอบประโลมที่ทำให้เธอเจ็บ ต่างคนต่างไม่พูด แต่สายตามองยังสองมือที่สัมผัสกันด้วยความรู้สึกวูบไหวในอก
“คุณโอ๋เข้ากรุงเทพฯ วันไหนครับ?”
“สิ้นเดือนค่ะ เพราะตอนต้นเดือนโอ๋มีงาน”
“รับงานแล้วหรือ?”
“แค่ได้รับการ์ดเชิญไปงานเปิดตัวเสื้อผ้าแบรนด์ไทยคอลเลคชั่นใหม่น่ะค่ะ แค่ไปนั่งหน้าเวทีรอดูนางแบบกับเสื้อผ้าสวยๆ เท่านั้น ไม่กระเทือนแขนแน่นอน”
ปรินทรพยักหน้าเบาๆ “ต้นเดือนหน้านัดเอกซเรย์?”
“ค่ะโอ๋จำได้”
“เอาไว้คุณโอ๋เข้ากรุงเทพฯ แล้วค่อยคุยกันเถอะครับ ว่าแต่เจ๊ตุ่นไปไหนหรือ” เขาเอ่ยถามขณะปล่อยมือกลิ่นจันทน์แล้ว
“เข้าสวนไปเก็บผลไม้แล้วค่ะ ถ้าคุณหมอสนใจโอ๋พาไปเดินเล่นเอาไหมคะ จะได้ไปช่วยเจ๊ตุ่นด้วย” อยู่กันสองต่อสองก็ยังวูบไหว เลยคิดว่าหาอะไรทำน่าจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นหัวใจได้กระเด้งกระดอนออกมานอกอกแน่
“ดีครับ” เขายิ้มตอบและลุกขึ้น ยังช่วยประคองกลิ่นจันทน์ขึ้นมาด้วย
กลิ่นจันทน์พาปรินทรเดินลึกเข้าไปทางด้านหลังของบ้านทรงไทย และไปเจอประตูเล็กออกจากรั้วบ้าน กั้นแบ่งเป็นพื้นที่สวนผลไม้ มีทั้งมะม่วง ส้มโอ มังคุด ชมพู่ มะปราง ลิ้นจี่ และยังมีอีกหลายอย่าง ถือว่าเข้าสวนทีเดียวได้ผลไม้กลับไปมากมาย ทั้งสองไปสบทบกับเจ๊ตุ่นและช่วยกันเก็บผลไม้คนละไม้คนละมือ
ปรินทรกับเจ๊ตุ่น เดือน อ้อย ช่วยกันแบกตะกร้าผลไม้กลับมาที่บ้าน ตอนนั้นก็เกือบจะบ่ายสี่แล้ว เจ๊ตุ่นกับกลิ่นจันทน์เลือกผลไม้ลูกสวยๆ ส่งให้ป้าจันจัดกระเช้าให้ปรินทรได้สามกระเช้าใหญ่และให้เดือนกับอ้อยพาไปใส่หลังรถของปรินทรไว้ให้เรียบร้อย ส่วนคุณหมอหนุ่มถูกรั้งตัวไว้ให้ทานมื้อเย็นก่อนจะปล่อยให้เขากลับเข้าเมืองไป ด้วยเพราะเขามีเคสผ่าตัดตอนเช้า ไม่อย่างนั้นคงตอบรับคำชวนของคุณสุนีย์ที่ขอให้ค้างคืนที่บ้านสวนไปแล้ว
กลิ่นจันทน์กับเจ๊ตุ่นออกมาส่งเขาอยู่หน้าบ้าน สายตาเขาดูอาลัยอาวรบ้านสวนอยู่ไม่น้อย แต่เขาอาลัยอาวรคนมากกว่าบ้าน คนที่เขาอาลัยยิ่งกว่าคงเป็นกลิ่นจันทน์ ยิ่งเจ๊ตุ่นยิ้มกว้าง ท่าทางว่ารู้ทัน เขาก็ยิ่งเขิน
“สิ้นเดือนมารับน้องโอ๋สิคะ เจ๊ก็ต้องกลับพรุ่งนี้แล้วเหมือนกัน”
ปรินทรหันไปทางกลิ่นจันทน์ “ได้ ผมมารับเองครับ”
“จะรบกวน...”
กลิ่นจันทน์ยังพูดไม่ทันจบ ปรินทรก็แทรกมาเสียก่อน “ไม่รบกวนครับ”
กลิ่นจันทน์หันมองเจ๊ตุ่นนิดหนึ่งก่อนจะพยักหน้าตอบรับปรินทร “ไว้เจอกันค่ะ คุณหมอขับรถดีๆ นะคะ”
“ครับ” ปรินทรบอกลาสองคนและขึ้นรถขับออกไปอย่างช้าๆ กลิ่นจันทน์กับเจ๊ตุ่นมองส่งเขาจนออกจากประตูรั้วไป
ขณะที่กลิ่นจันทน์เดินนำขึ้นเรือน “นี่อะไร?” เจ๊ตุ่นคว้าปลายผมของกลิ่นจันทน์มาดูก็เห็นดอกไม้ปักอยู่ “เฮ้ย คุณหมอหลงกลิ่นจันทน์เข้าซะแล้ว” ว่าแล้วก็ยิ้มกริ่ม แล้วก็เดินเลยกลิ่นจันทน์ขึ้นเรือนไป ปล่อยให้หญิงสาวยืนงงและลูบผมตัวเองจนไปเจอกับดอกไม้ดอกหนึ่ง เมื่อดึงมันมาดูก็เห็นเป็นดอกจันทน์กะพ้อ ใบหน้าแดงเรื่อขึ้นมาทันที จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากปรินทรที่แอบเอาดอกไม้มาปักที่ผมเธอ
