บทที่ 2 อยากจีบหมอ หมอจีบกลับ (1)
วันที่สองกลิ่นจันทน์มีไข้ต่ำๆ ค่ำๆ ไข้ก็ลด แต่ยังร้าวระบมไปทั้งร่าง เจ๊ตุ่นยังคงอยู่เป็นเพื่อน ผู้ใหญ่ในช่องโทรทัศน์ที่กลิ่นจันทน์สังกัดส่งของเยี่ยมมาให้มากมาย ทั้งยังคุณจุ๊ผู้จัดละครก็มาด้วยตัวเองบอกว่าจะจัดการเรื่องค่ารักษาให้เอง แต่กลิ่นจันทน์ปฏิเสธจะรอให้ทางญาติคู่กรณีมาเคลียร์ดีกว่า เพราะเธอสามารถสำรองจ่ายได้และพวกทีมงานทั้งหมดก็ย้ายไปรักษาโรงพยาบาลรัฐกันหมดแล้ว เหลือแค่กลิ่นจันทน์เท่านั้นที่ไม่ได้ไปและไม่ไปเพราะไม่ได้เดือดร้อนเรื่องค่าใช้จ่ายอะไร จะได้รับหรือไม่ได้รับค่าเสียหายก็ไม่ใช่ปัญหา
“หมอเวรทำไมไม่เป็นผู้ชายนะ” เจ๊ตุ่นนั่งบ่นมาชั่วโมงหนึ่งแล้ว มือก็ปอกผลไม้ใส่จานไปพลาง
กลิ่นจันทน์ยิ้มพร้อมทั้งส่ายหน้าน้อยๆ “คุณหมอชุลีก็น่ารักนะคะ”
“หรือแกล้งให้หล่อนเจ็บกระดูก คุณหมอปรินทรจะได้ขึ้นมาดูเอง จับแขนหล่อนหักอีกครั้งดีไหมนะ” เจ๊ตุ่นท่าทางเอาจริง คงอยากเจอคุณหมอหล่อๆ ให้ชุ่มปอดกระมัง
“ใจร้าย! เฮ้ย... เสียดายความหล่อเนอะ”
“ชอบล่ะสิ” เจ๊ตุ่นหรี่ตามอง
“ทั้งหล่อทั้งเก่งใครๆ ก็ชอบ มีแฟนเป็นกระบุงโกยแล้วกระมัง เผลอๆ อาจแต่งงานแล้วก็ได้” กลิ่นจันทน์ก็ไม่ได้จริงจังนัก เพียงแค่เห็นว่าคุณหมอหนุ่มโดดเด่นเป็นพิเศษก็เท่านั้น
“ไม่หรอกนา นี่ ถ้าหมอปรินทรขึ้นมาดูอาการอีกอย่าลืมขอเบอร์ติดต่อไว้นะโอ๋ บอกว่าเอาให้เจ๊”
“แล้วทำไมเจ๊ไม่ไปขอเองเล่า”
“หล่อนชอบหมอปรินทร อย่าคิดว่าเจ๊ไม่รู้ นางโอ๋ นางแอบเงียบ”
กลิ่นจันทน์ยิ้มพร้อมทั้งส่ายหน้า “ชอบก็ชอบอยู่หรอก แต่ไม่ถึงขั้นจะเข้าไปจีบก่อนนี่นา อายเป็นเหมือนกันนะคะ”
“ไม่กล้าจีบคนที่ชอบแล้วแกจะได้ผัวไหมคะ”
กลิ่นจันทน์ทำหน้ายู่ขณะเกาอยู่รอบๆ ขอบเฝือก “โอ๋ว่าเฝือกมันหลวมๆ นะ เจ๊ว่าไหม?”
“เหรอ ใช่มั่ง คุณหมอปรินทรก็บอกแล้วว่าอาจจะเกิดจากการบวมลดลงหรือไม่แขนไม่ได้ใช้งานมันก็เลยลีบไปน่ะ”
“ไม่ได้ขยับสองสามวันเองจะลีบอะไรกัน” เอ่ยแล้วก็ไม่สนใจอีก ก่อนจะขยับตัวเบาๆ เพราะปวดสะโพกอยู่มากทีเดียว “ผู้ใหญ่ให้โอ๋แถลงข่าวใช่ไหม?”
“ใช่ หนึ่งอัปเดตอาการ สองเล่าเหตุการณ์ ใครๆ ก็อยากรู้ มีแต่หล่อนที่ออกกล้องได้ เจ๊จะไปนั่งปั้นหน้าเป็นเพื่อน ทางช่องจะติดต่อขอใช้สถานที่จากโรงพยาบาลเอง”
“แล้วพวกแฟนคลับล่ะ”
“ตอนเช้าเจ๊ลงไปพบแล้ว ขอร้องน้องๆ เขาแล้วว่าให้มาวันแถลงข่าวเลย เจ๊ส่งรูปให้แล้ว คงว่อนไอจี เฟซบุ๊ก ทวิสเตอร์แล้วแหละ”
“ก็ดี จะได้พักเงียบๆ หน่อย รอตอบคำถามทีเดียวเลย” กลิ่นจันทน์เพิ่งจะหันไปเห็นแจกันดอกไม้ช่อใหญ่แล้วก็ขมวดคิ้วจนแทบจะผูกปม “นั่นของใครคะ?”
“เจ๊ก็ไม่แน่ใจ ตอนที่คนเอามาส่งก็แค่บอกว่าของเยี่ยมของโอ๋ น่าจะมีการ์ดนะ” เจ๊ตุ่นวางมีดปอกผลไม้แล้วเช็ดมือสองสามทีก่อนจะเดินไปที่แจกันดอกไม้หลายชนิดจับช่อโทนสีฟ้าม่วง มีการ์ดเสียบอยู่จริงๆ “ของนายปิติ!” เจ๊ตุ่นทำหน้าเซ็งใส่การ์ด
“เจ๊ตุ่นช่วยเอาไปทิ้งไกลๆ ทีเถอะค่ะ” กลิ่นจันทน์ไม่มองดอกไม้แจกันนั้นอีกเลย เจ๊ตุ่นรู้ดีว่าเจ้าของดอกไม้ช่อนี้ทำให้กลิ่นจันทน์เจ็บช้ำน้ำใจมากทีเดียว เลยยอมยกดอกไม้ช่อนั้นออกจากแจกันและเดินออกจากห้องไป
เจ๊ตุ่นเอาดอกไม้ช่อนั้นลงไปทิ้งข้างล่างเพราะตั้งใจไปหากาแฟดื่มอยู่แล้ว นี่ถ้ารู้ตั้งแต่แรกว่าเป็นของนายปิติแฟนเก่าของกลิ่นจันทน์นะ จะไม่ปล่อยให้เฉียดเข้ามาแม้แต่กระดาษห่อเลยทีเดียว ไอ้คนเจ้าชู้นั่นหลอกกลิ่นจันทน์ไปแต่งงานกับคนอื่น นี่เพิ่งหย่าขาดกับภรรยา คิดจะกลับมาหากลิ่นจันทน์อีกหรือ ไม่ง่ายนักหรอก สองปีก่อนกลิ่นจันทน์เป็นข่าวก็เพราะอีตาบ้านี่ ครั้งนี้แน่นอนว่าผู้จัดการส่วนตัวอย่างเจ๊ตุ่นคอยกันท่าเต็มที่อยู่แล้ว
“ดอกไม้สวยจังครับ” ก็เพราะปรินทรเห็นเจ๊ตุ่นยืนอยู่หน้าถังขยะจ้องช่อดอกไม้อย่างจะกินเลือดกินเนื้อ เขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเพราะอะไร
เจ๊ตุ่นหันขวับ ก่อนจะปั้นหน้ายิ้มแย้มด้วยความรวดเร็ว “คุณหมอปรินทรนั่นเอง” ในที่สุดก็ได้เจอ
“ดอกไม้นั่นทำไมหรือครับ” เขามองช่อดอกไม้อย่างสนใจขณะถาม
เจ๊ตุ่นเหยียดปากใส่ช่อดอกไม้ “หึ โอ๋ให้เอามาทิ้งไกลๆ น่ะค่ะ เจ๊ก็คิดว่าส่งกลับเจ้าของจะสะใจกว่าทิ้งโดยที่เจ้าของไม่รู้นะคะ”
ปรินทรเลิกคิ้วแปลกใจ ดูท่าทั้งนางเอกสาวกับผู้จัดการส่วนตัวคงไม่ชอบเจ้าของดอกไม้ช่อนี้มากทีเดียว
